|
หลายครั้งที่ผมบอกคนที่รู้จักว่าจะไปประจำการในต่างประเทศ คนมักจะถามต่อว่าไปเป็นอุปทูตหรือ บางคนก็ถามว่าหรือจะไปเป็นตรีทูต ทำให้ผมแทบจะไปรดน้ำมนต์ จึงขอนำความหมายของคำอุปทูตนี้มาเสนอ ดังนี้ อุปทูต หรือภาษาอังกฤษ Chargé d' Affaires |
|
|
อุปทูตคือบุคคลทางการทูตของประเทศหนึ่งที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่แทนหัวหน้าคณะผู้แทนการทูตในประเทศผู้รับ
เช่น อุปทูตไทย ณ กรุงริยาด หรืออุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย
ทั้งนี้อุปทูตนี้จะเป็นตำแหน่งประจำหรือชั่วคราวก็ได้ คำว่า อุปทูตประจำ นี้ในสมัยก่อนเรียกว่า Chargé d' Affaires ad hoc บ้าง Chargé d' Affaires en pied หรือ Chargé d' Affaires avec lettres บ้าง ปัจจุบันเรียกเพียง อุปทูต (Chargé d' Affaires) เท่านั้น รัฐผู้ส่งและรัฐผู้รับอาจจะตกลงกันให้มีหัวหน้าคณะผู้แทนเพียงระดับอุปทูตก็ได้ (ต่างกันกับตำแหน่งอุปทูตชั่วคราว) |
|
| Chargé d' Affaires ad interim | |
|
อุปทูตในลักษณะนี้
รักษาราชการสถานเอกอัครราชทูต หรือ อุปทูตชั่วคราว เช่น เมื่อเอกอัครราชทูตไทยในประเทศหนึ่งมีภาระกิจต้องเดินทางกลับประเทศไทยชั่วคราว ก็จะเสนอเรื่องให้กระทรวงการต่างประเทศของไทยตั้งบุคคลในลำดับรองลงมทำหน้าที่รักษาราชการแทนชั่วคราวในช่วงเวลาหนึ่ง บุคคลที่แทนนั้นก็จะเป็นอุปทูต Chargé d' Affaires ad interim และเมื่อเอกอัครราชทูตเสร็จสิ้นภาระกิจกลับไปยังประเทศที่ตนเป็นทูต ความเป็นอุปทูตของบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งรักษาราชการแทนนั้นก็หมดไป ตำแหน่งอุปทูตแบบนี้จึงเป็นตำแหน่งชั่วคราวหรือเป็นครั้งคราว สำหรับคำว่าตรีทูตนั้น
ใช้กับคนที่กำลังป่ายหรืออาการร่อแร่ โคม่า กำลังจะตาย....ทำนองว่า
เข้าขั้นโคม่าแล้ว หรือเข้าขั้นตรีทูตแล้ว.......... |
|
สวัสดีค่ะคุณพลเดช
มาเรียนรู้ศัพท์ทางการทูตค่ะ
เบิร์ดอยากเรียนถามว่าตำแหน่งตั้งแต่อุปทูตจนถึงเอกอัครราชทูตนั้นมีกี่ตำแหน่งคะ และมีชื่อเรียกอย่างไรบ้าง
ขอบพระคุณมากค่ะ
คุณเบิร์ดครับ
ดูที่กระทู้นี้เลยครับ น่าจะตอบได้บ้างhttp://gotoknow.org/blog/poldejw/87192 มีผู้ถามถึงตำแหน่งในสถานเอกอัครราชทูต ซึ่งผมได้ตอบ ดังนี้
เอกอัครราชทูตคือผู้แทนประเทศ ในกรณีของประเทศไทยถือเป็นผู้แทนขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดูแลความสัมพันธ์ทุกด้านของประเทศ องค์ประกอบของคณะทูตคือเจ้าหน้าที่การทูตที่มาจากกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีตำแหน่งต่างๆ ดังนี้
เอกอัครราชทูต ระดับซี 10 หรือ 11
อัครราชทูต ระดับซี 9 หรือหากเป็นตำแหน่งสำหรับสถานกงสุลใหญ่ ก็จะเป็นกงสุลใหญ่ ระดับซี 9
อัครราชทูตที่ปรึกษา ระดับซี 8 (หรือเทียบเท่าระดับ ผอ.กอง)
ที่ปรึกษา ระดับซี 7
เลขานุการเอก ระดับซี 6
เลขานุการโท ระดับซี 5
เลขานุการตรี ระดับซี 4
นายเวร ระดับซี 3
นอกจากนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่ธุรการ
สนใจเรื่องการทูต ไปดูเว็บของกระทรวงการต่างประเทศได้ครับ ที่ www.mfa.go.th
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีค่ะ
แล้วท่านที่ไปประจำที่สหประชาชาติ เป็นทูตหรือุปทูตคะ อยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปีคะ ตอนนี้ยังมีไหมคะ
คุณ sasinanda ครับ
นอกจากเอกอัครราชทูตที่ประจำในประเทศต่างๆ แล้ว ยังมีเอกอัครราชทูตที่เป็นผู้แทนไทยประจำในองค์การระหว่างประเทศที่อยู่ในประเทศต่างๆ ด้วย ซึ่งมีฐานะเป็นเอกอัครราชทูตเช่นกัน นั่นคือประจำองค์การสหประชาชาติ ที่สำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์ค เจนีวา เวียนนา เคนยา และที่ประจำที่สหภาพยุโรป (ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม) เฉพาะที่นิวยอร์คและเจนีวาจะเป็นเอกอัครราชทูตไทยที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนถาวรไทยโดยเฉพาะเพิ่มจากเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันและเอกอัครราชทุตไทยประจำกรุงเบิร์น
การเป็นอุปทูต ในหน่วยงานเหล่านี้ ก็เช่นเดียวกันครับ คือจะมีอุปทูตก็เฉพาะในกรณีและช่วงเวลาที่ทำการแทนเอกอัครราชทูตเท่านั้นครับ
สำหรับระยะเวลาประจำการในต่างประเทศนั้น ตามปรกติก็ 4 ปีครับ อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละกรณีด้วยครับ
ด้วยความปรารถนาดี
เคยอ่านเจอว่าแต่ก่อนมีตำแหน่งตรีฑูตจริงๆ ด้วยนะคะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วค่ะ สงสัยชื่อน่ากลัวไปหน่อย อิ อิ
ขอบคุณครับ ตามหลักฐานประวัติศาสตร์ สมัย ร.4 และ ร.5 มีตำแหน่งตรีทูตจริงๆ ครับ โดยจะเป็นบุคคลลำดับที่สามในคณะทูตที่ได้รับมอบหมายให้ไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีในต่างประเทศ ได้แก่ ราชทูต อุปทูตและตรีทูต
ส่วนตรีทูต ถ้าเข้าใจไม่ผิด ก็เกี่ยวกับธาตุ 3 ธาตุ ได้แก่ ดินน้ำ(กผะ) ลม(วาตะ) และไฟ(ปิตตะ) ในทางอายุรเวท บอกว่า ถ้าธาตุในร่างกายคนผิดปรกติ ก็เหมือนกับแสดงว่าอาการป่วย โดยเฉพาะถ้าผิดปรกติทั้ง 3 ธาตุก็ถือว่าหนัก ดังนั้น คงเป็นไปได้ว่า เมื่อมีอาการธาตุผิดปรกติทั้งสามธาตุ ก็คงเหมือนกับสัญญานความตายมาถึงแล้ว ก็เรียกว่าตรีทูต .........
น่าสนใจมากครับ เป็นความรู้ที่จะต้องค้นคว้าและนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ คงต้องรบกวนผู้รู้ภาษาไทยและทางประวัติศาสตร์มาช่วยยืนยันนะครับ
ขอบคุณครับและด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีค่ะ ท่านทูต หนูเป็นคนหนึ่งที่สนใจในอาชีพนักการทูตมาตลอด และบังเอิญเจอ blog ของท่านจากการค้นหาคำว่า "นักการทูต"
ขอบคุณมากๆนะคะที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทูตและแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆของท่าน
หนูกำลังจะเรียนจบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จึงอยากเรียนขอคำแนะนำจากท่านว่า หนูควรจะเรียนต่อปริญญาโทก่อนหรือควรจะลองสอบเข้ากระทรวงฯด้วยปริญญาตรีเลยดีคะ
ถ้าหากว่าจะต้องเรียนต่อหนูสามารถสมัครทุนของกระทรวงได้ที่ไหน และจะทราบรายละเอียดได้จากทางไหน และเมื่อไหร่คะ
หนูควรจะศึกษาต่อด้านรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรงเลย หรือจะสามารถศึกษาต่อด้านจิตวิทยาได้(หนูเห็นว่าจิตวิทยา น่าจะเป็นศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทูตน่ะค่ะ)
หนูได้มีโอกาสอ่านในหัวข้อที่ผ่านมา แล้วได้เห็นว่าท่านกล่าวถึง มหาวิทยาลัยด้านการทูตโดยตรง จึงอยากทราบว่ามหาวิทยาลัยเหล่านั้นคือที่ไหนบ้างค่ะ
สุดท้ายนี้ หนูอยากขอบพระคุณท่านอีกครั้งหนึ่งค่ะ ที่ช่วยสละเวลามาไขข้อข้องใจเหล่านี้ Blogของท่านมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ
ด้วยความเคารพ
สวัสดีจ๊ะน้องฝ้าย
ยินดีที่มีคนสนใจเรื่องการทูต การจะเป็นอะไรในชีวิตนั้น ต้องดูตัวเองให้มากว่าเราชอบอะไร ถนัดอะไร อย่าไปตามกระแส ถ้าน้องชอบการทูต การเรียนอักษรศาสตร์ก็ใช้ได้ เพราะภาษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญของนักการทูต แต่ถ้าจะให้ตรง ถ้าเรียนต่อก็เรียนทางด้านรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพราะการทูตคือเรื่องที่ว่าด้วยสังคมระหว่างประเทศ
การจะเรียนปริญญาโทก่อนหรือเข้ากระทรวงก่อนนั้น ทำได้ทั้งสองอย่าง แต่ถ้าจะให้ตอบความเห็นส่วนตัว การเข้าทำงานเมื่อจบปริญญาตรีนั้นก็ดีเพราะจะได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานตั้งแต่ต้น จะได้เรียนรู้ หล่อหลอมการเป็นนักการทูตตั้งแต่พื้นฐาน และหากเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว สัก 2-3 ปี ก็อาจได้ออกประจำการในต่างประเทศแล้ว ก็จะสามารถไปเรียนต่อในประเทศที่ประจำการได้ (ทั้งนี้โดยไม่กระทบต่องานประจำ) หรือระหว่างทำงาน ก็มักจะมีทุนศึกษาต่อในต่างประเทศของประเทศต่างๆ เสมอ ก็จะเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่จะขอลาไปเรียนต่อ
เรื่องทุนกระทรวงฯ น้องฝ้ายจะถาม กพ.หรือติดตามจากเว็บไซด์กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ที่ (mfa.go.th)
ขอย้ำนะครับว่า การจะเป็นอะไรในชีวิตนั้น อยู่ที่ตัวเราเป็นสำคัญ ถ้าทำแล้วถนัด มีความสุข สิ่งนั้นน่าจะใช่ตัวของเรา แต่หากเข้าใจชีวิตดีพอแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างคือสิ่งที่มีประโยชน์ เราสามารถเรียนรู้ได้อย่างน่าตื่นเต้น และมีความสุข ยิ่งเรียนรู้เท่าใด ก็จะสามารถทำชีวิตให้มีคุณค่า ต่อทั้งตัวเองและสังคม
ขออวยพรให้น้องฝ้ายเป็นคนดีของครอบครัว ของสังคมและของโลก ขอให้นำหัวใจพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตนั่นคือ ทำแต่ความดี ไม่ทำความชั่วและทำปฏิบัติธรรมทำใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ.....เพียงแค่นี้ ไม่ว่าเราจะคิดเป็นอะไร ก็จะมีคุณค่าเสมอครับ
ด้วยความปรารถนาดี
ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับคำตอบ หนูรู้สึกดีใจที่ท่านกรุณาสละเวลามาตอบคำถามเหล่านี้ เพราะเคยสงสัยมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครดี
หนูจะนำคำแนะนำของท่านไปใช้อย่างแน่นอนค่ะ
ขอคุณพระรัตนตรัยช่วยคุ้มครองท่านและครอบครัวตลอดไป
ด้วยความเคารพ
สวัสดีค่ะ หนูเรียนอยู่ม.4 สายศิลป์-จีน นะค่ะ หนูอยากทราบว่าหนูจะเป็นทูตได้หรือเปล่าค่ะ ถ้าเป็นได้จะต้องเรียนต่ออะไร ยังไง ในระดับมหาลัย แล้วต้องเรียนปริญญาโทด้วยหรือเปล่าถึงจะเป็นทูตได้ แล้วพอเรียนจบแล้วต้องไปทำยังไงต่อ แล้วเป็นทูตต้องทำอะไรบ้งค่ะหลักๆ ช่วยตอบให้ด้วยนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
^^ai^^
การเป็นนักการทูตคือการเป็นข้าราชการครับ ดังนั้นจบปริญญาตรีขึ้นไปก็ไปสอบคัดเลือกเพื่อจะเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศได้ ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศนี้ก็คือนักการทูต ที่ในอนาคตจะสามารถเป็นทูตหรือผู้แทนประเทศได้ ดังนั้น เรียนสายศิลป์ก็มีโอกาสเป็นทูตได้ครับ ที่สำคัญคือตั้งใจเรียนและทำให้ดีที่สุด ถึงตอนนั้น จะรู้เองว่าเราจะเลือกทางเดินชีวิตอย่างไร
ขอให้โชคดีครับ
ปล.ชีวิตนักการทูตอ่านได้ที่นี่ครับหรือจากเรื่องงานเกียรติยศในต่างแดนที่ www.polpage.com
โอ! วันนี้ได้ติดตามท่านทูตมาหลายโพสแล้ว เริ่มมึนนิดหน่อย ที่จริงตอนเด็กๆ ก็ใฝ่ฝันอยากเป็นนักการทูตเหมือนกัน เพราะทูตจะต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ในทางการพูด และมีความสามารถ ฉลาด และไหวพริบดี บางคนกล่าวว่านักการทูตสามารถใช้ลิ้น ทำให้เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมานักต่อนัก เช่นราชทูตลิ้นทอง เป็นต้น และการเจรจากับนักการทูต ถือว่าคนธรรมดาๆต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะท่านจะมีศิลปในการเจรจาจนชนะใจคนได้อย่างไม่ทันรู้ตัว ถ้าเป็นศัตรูกันก็มีสิทธิ์แพ้ (เขาว่ากันไม่ได้ว่าเอง)
สวัสดีครับ ท่านทูต
ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้น ม.4 สายวิทย์-คณิต ผมสนใจอาชีพนักการทูตมาก เพราะผมเห็นว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ผมอยากเป็นนักการทูตครับ แล้วถ้าผมเลือกเรียนสายนี้จะมีปัญหาอะไรหรือปล่าว คือตอนม.ต้นผมเรียนอยู่ English Progam น่ะครับ ผมอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพนักการทูตน่ะครับ ผมอยากทราบว่าจำเป็นไหมครับ ที่จะต้องมีภาษาที่สามอีก คือผมอยากเรียนภาษาฝรั่งเศส แล้วถ้าจะสอบเข้า IR ควรเตรียมตัวอย่างไร และการสอบเข้าเป็นทูตนั้นเป็นอย่างไร ยากมากหรือเปล่าครับ
ขออย่างละเอียดด้วยนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
สวัสดีครับ
เรื่องการเป็นนักการทูต การเรียนสาขาใด การสอบยากไหม ....ฯลฯ มีผู้สนใจสอบถามกันมาเสมอๆ ครับ
บันทึกที่ให้ลิงค์เหล่านี้ จะตอบในเรื่องดังกล่าวครับ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจครับ
ทูตทำอะไรในวันๆ หนึ่ง
http://gotoknow.org/blog/poldejw/86911
ทูตคือใคร
http://gotoknow.org/blog/poldejw/86993
ตัวอย่างชีวิตประจำวันทูตไทยในต่างประเทศ
http://gotoknow.org/blog/poldejw/87192
อยากเป็นทูต
http://gotoknow.org/blog/poldejw/91594
โชคดีครับ