สวัสดีจ๊ะน้องฝ้าย
ยินดีที่มีคนสนใจเรื่องการทูต การจะเป็นอะไรในชีวิตนั้น ต้องดูตัวเองให้มากว่าเราชอบอะไร ถนัดอะไร อย่าไปตามกระแส ถ้าน้องชอบการทูต การเรียนอักษรศาสตร์ก็ใช้ได้ เพราะภาษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญของนักการทูต แต่ถ้าจะให้ตรง ถ้าเรียนต่อก็เรียนทางด้านรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพราะการทูตคือเรื่องที่ว่าด้วยสังคมระหว่างประเทศ
การจะเรียนปริญญาโทก่อนหรือเข้ากระทรวงก่อนนั้น ทำได้ทั้งสองอย่าง แต่ถ้าจะให้ตอบความเห็นส่วนตัว การเข้าทำงานเมื่อจบปริญญาตรีนั้นก็ดีเพราะจะได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานตั้งแต่ต้น จะได้เรียนรู้ หล่อหลอมการเป็นนักการทูตตั้งแต่พื้นฐาน และหากเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว สัก 2-3 ปี ก็อาจได้ออกประจำการในต่างประเทศแล้ว ก็จะสามารถไปเรียนต่อในประเทศที่ประจำการได้ (ทั้งนี้โดยไม่กระทบต่องานประจำ) หรือระหว่างทำงาน ก็มักจะมีทุนศึกษาต่อในต่างประเทศของประเทศต่างๆ เสมอ ก็จะเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่จะขอลาไปเรียนต่อ
เรื่องทุนกระทรวงฯ น้องฝ้ายจะถาม กพ.หรือติดตามจากเว็บไซด์กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ที่ (mfa.go.th)
ขอย้ำนะครับว่า การจะเป็นอะไรในชีวิตนั้น อยู่ที่ตัวเราเป็นสำคัญ ถ้าทำแล้วถนัด มีความสุข สิ่งนั้นน่าจะใช่ตัวของเรา แต่หากเข้าใจชีวิตดีพอแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างคือสิ่งที่มีประโยชน์ เราสามารถเรียนรู้ได้อย่างน่าตื่นเต้น และมีความสุข ยิ่งเรียนรู้เท่าใด ก็จะสามารถทำชีวิตให้มีคุณค่า ต่อทั้งตัวเองและสังคม
ขออวยพรให้น้องฝ้ายเป็นคนดีของครอบครัว ของสังคมและของโลก ขอให้นำหัวใจพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตนั่นคือ ทำแต่ความดี ไม่ทำความชั่วและทำปฏิบัติธรรมทำใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ.....เพียงแค่นี้ ไม่ว่าเราจะคิดเป็นอะไร ก็จะมีคุณค่าเสมอครับ
ด้วยความปรารถนาดี