สิทธิเด็ก

 หลายคนคงสงสัยว่าถ้าเด็กต้องเข้ากระบวนการยุติธรรมจะมีขั้นตอนเหมือนผู้ใหญ่หรือเปล่า แล้วถ้าไม่เหมือนกันจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ยุ่งยากแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่  ใครบ้างที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้  และเพราะอะไรจึงต้องมีคนมากมายมาเกี่ยวข้อง หลาย ๆคำถามที่ยังรอคำตอบอยู่  และการคุ้มครองเด็กก็เป็นคำตอบที่สามารถตอบทุกคำถาให้ชัดเจนขึ้น

ก่อนอื่นเราต้องทราบความจำเป็นในการพัฒนาการคุ้มครองเด็ก

n    ประเทศไทยรับรองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และต้องมีพันธะกรณีที่จะดำเนินการให้ความคุ้มครองเด็ก

n    การดำเนินคดีแก่เด็กหรือการคุ้มครองเด็กที่เป็นผู้เสียหาย หรือการคุ้มครองพยานในคดีอาญายังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

n    กระบวนการยุติธรรมมีความจำเป็นต้องมีผู้ที่เข้าใจในเรื่องเด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการค้นหาความจริงและคุ้มครองสิทธิของเด็กในระหว่างการดำเนินคดี

 เมื่อก่อนนี้ปัญหาและข้อจำกัดในการสอบปากคำเด็ก

n    ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมยังปฏิบัติไม่เหมาะสมกับเด็ก                 

  - ไม่มีการเตรียมความพร้อมเด็กก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม          

 - ใช้ภาษาที่เป็นทางการ (เด็กไม่เข้าใจ)                

 - ไม่มีจิตวิทยาในการถามเพื่อให้เด็กเข้าใจ                

  - การสอบปากคำพยานอาจมีคำถามที่ทำให้เด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจ                 

ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านั้นจึงนำมาสู่การแก้ไขเพื่อให้ปฏิบัติแก่เด็กอย่างเหมาะสม

n    ต้องมีการแยกการสอบสวนหรือสืบพยานเด็กในสถานที่ที่เป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนรับทราบว่าเด็กกระทำหรือถูกกระทำอะไร

n    ให้นักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยาที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ร่วมสอบปากคำในชั้นสอบสวนหรือถามปากคำเด็กในชั้นสืบพยาน เพื่อให้เด็กถูกถามด้วยภาษาที่เด็กเข้าใจและมีคนเข้าใจคำตอบของเด็ก

n    มีการบันทึกวิดีโอในการสอบปากคำชั้นสอบสวนและนำไปเปิดในชั้นศาล เพื่อป้องกันการให้การซ้ำซาก

n    ป้องกันการเผชิญหน้ากับผู้ที่ประทุษร้ายตนทั้งในชั้นชี้ตัวและชั้นพิจารณา  (ป้องกันมิให้เด็กถูกข่มขู่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้กระทำผิด) โดยในชั้นสอบสวนต้องแยกห้องชี้ตัว ส่วนในชั้นศาลต้องแยกห้องพิจารณาออกไป แล้วถ่ายโทรทัศน์วงจรปิดเข้ามาในห้องพิจารณา

n    กรณีที่เด็กอาจไม่สามารถมาศาลได้ตามวันนัดสืบพยาน สามารถขอสืบพยานไว้ก่อนได้ ตามมาตรา 237 ทวิ หากยังไม่ได้ฟ้องคดี ส่วนเมื่อฟ้องคดีแล้ว แต่ยังไม่ถึงวันนัดสืบพยานก็อาจสืบไว้ก่อนได้ตามมาตรา 173/2   

การเตรียมความพร้อมเด็กเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญ

เป้าหมายในการให้การสนับสนุนและเตรียมตัวที่ดีแก่พยานเด็ก คือ การทำให้เด็กสามารถให้การได้ดีที่สุด เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ระบบยุติธรรมสามารถทำหน้าที่ในการให้ความยุติธรรมได้อย่างเต็มที่ 

การเตรียมความพร้อมเด็กเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม

วัตถุประสงค์               

1. ทำให้เด็กเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน               

2. ทำให้เด็กเห็นความจำเป็นและประโยชน์ในการบอกเล่าข้อเท็จจริงต่อกระบวนการยุติธรรม                 

3.ช่วยลดแรงกดดันที่เกิดจากการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม               

4. บำบัดฟื้นฟูให้เด็กพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม               

5. บำบัดฟื้นฟูเมื่อเด็กได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่ 

การให้การสนับสนุนพยานเด็กเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน               

การที่จะทำให้เด็กสามารถให้การได้ดีที่สุดนั้น มิได้เป็นเพียงความรับผิดชอบของผู้ดูแลเด็กเท่านั้น องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบยุติธรรมสามารถริเริ่มนำนโยบายหรือขั้นตอนกระบวนการใหม่ ๆ เข้ามาช่วยลดความเครียดของพยานเด็กได้   การที่เด็กไม่ต้องเผชิญกับความเครียดมากเกินไป จะทำให้พวกเขาสามารถให้การได้อย่างครบถ้วนและคำให้การก็มีความสอดคล้องกันมากที่สุด 

เหตุผลที่จำเป็นต้องทำงานร่วมกัน

-           เพียงหน่วยงานเดียวไม่อาจตอบสนองความต้องการของพยานเด็กได้

-           จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ต้องทำงาน  ร่วมกัน ติดต่อสื่อสารกันเพื่อเสริมการทำงานแก่กันและกัน

-           หากทำงานร่วมกันได้จริงจะมีโอกาสสูงมากที่จะได้   หลักฐานจากตัวพยานเด็ก- เป็นกระบวนการทำงานที่เริ่มตั้งแต่การสืบสวนสอบสวนไป    จนกระทั่งหลังจากที่คดีในชั้นศาลแล้ว

-         จะได้หลักฐานได้ดีที่สุด เมื่อพยานเด็กเข้าใจว่าในแต่ละขั้นตอน  จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยจะต้องได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริงโดย   เจ้าหน้าที่ต้องสื่อด้วยคำพูดที่เด็กเข้าใจได้ง่ายด้วย 

การช่วยเหลือพยานที่เป็นเด็ก ตั้งแต่เริ่มร้องเรียนจนถึงมีคำพิพากษาการสนับสนุนพยานเด็กในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">ก่อนกระบวนการยุติธรรม</p></div></td></tr></tbody></table>

ระหว่างกระบวนการยุติธรรม
หลังกระบวนการยุติธรรม
การสนับสนุนพยานเด็กในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
พนักงานสอบสวน
พนักงานอัยการ
ศาลยุติธรรม

 การสอบสวนผู้เสียหายหรือพยานซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี

</span></strong><p>n    ผู้เสียหาย หรือพยานn    ประเภทคดี 3 ประเภทn    พนักงานสอบสวน นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ พนักงานอัยการ ผู้ที่เด็กไว้วางใจ (ถ้ามี) ร่วมสอบปากคำn    สอบปากคำในที่เป็นสัดส่วนn    บันทึกวิดีโอไว้ </p><p>การสอบสวนผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี</p><p>n    ผู้ต้องหาn    ประเภทคดี 3 ประเภทn    พนักงานสอบสวน นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ พนักงานอัยการ ผู้ที่เด็กไว้วางใจ (ถ้ามี) ร่วมสอบปากคำn    ตั้งทนายความให้เด็กถ้าไม่มี n    ให้ทนายความเข้าร่วมฟังการสอบปากคำทุกคดีn    บันทึกวิดีโอ </p><p>คดีที่ต้องสอบปากคำเด็กเป็นพิเศษในชั้นสอบสวน</p><p>n    คดีที่มีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปn    คดีที่เด็กถูกทำร้ายร่างกาย (ไม่ถึงบาดเจ็บ บาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส)n    คดีที่มีโทษจำคุกไม่ถึงสามปีแต่เด็กร้องขอให้สืบพยานเป็นพิเศษ </p><p>ขั้นตอนการสอบปากคำ</p><p>n    พนักงานสอบสวนเป็นผู้ประสานการนัดหมายn    เมื่อนัดได้แล้ว ให้สอบปากคำในห้องที่จัดไว้เฉพาะเป็นสัดส่วนและมีเครื่องวิดีโอ เพื่อบันทึกการให้ปากคำn    ปัจจุบัน ในห้องสอบปากคำ จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่ง  นักสังคมสงเคราะห์จะนั่งถามกับเด็ก และมีเครื่องบันทึกภาพและเสียง ส่วนอีกห้องหนึ่งพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และผู้ที่เด็กไว้วางใจนั่งฟังและอาจถามเพิ่มเติมได้ผ่านนักจิตวิทยา </p><p>ห้องสอบสวนการชี้ตัวผู้ต้องหาหรือผู้อื่น</p><p>n    ขั้นตอนการชี้ตัว มีขึ้นในกรณีที่ผู้ต้องหาถูกจับ และพนักงานสอบสวนจัดให้มีการชี้ตัวเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้กระทำผิดจริงตรงตามที่ผู้เสียหายเห็นn    การชี้ตัว กฎหมายมาตรา 133 ตรี ให้ความคุ้มครองเด็ก โดยจะต้องไม่เผชิญหน้ากับผู้ที่ถูกชี้ตัว จึงต้องแยกเด็กออกจากห้องชี้ตัวและให้ชี้โดยให้เด็กมองผ่านกระจกแล้วระบุตัวผู้ที่เด็กเห็นว่าเป็นผู้ที่เห็นในเหตุการณ์n    การชี้ตัวเป็นการถามปากคำเด็กด้วย ดังนั้นจึงต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการและผู้ที่เด็กไว้วางใจร่วมด้วย และถ่ายวิดีโอไว้</p><p>ขั้นตอนในการคุ้มครองสิทธิเด็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลและกระทบกระเทือนทางจิตใจเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมน้อยที่สุด  เด็กไม่ต้องถูกทำร้ายซ้ำจากผู้เกี่ยวข้องที่เข้าไปให้การช่วยเหลือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  การคุ้มครองเด็กเหล่านี้ครอบคลุมทั้งเด็กที่เป็นผู้เสียหาย  ผู้กระทำความผิด  และแม้กระทั่งเด็กที่ต้องเป็นพยานก็ตาม  ถ้าทุกคนทำตามกระบวนการและหน้าที่ของตนเองรับรองได้เด็กเหล่านี้ไม่ถูกกระทำซ้ำโดยไม่เจตนาแน่นอน………………………………….   </p>