ปูชนียบุคคล เป็นสิ่งที่น่าฟังและเก็บประสบการณ์มาใช้ในการปรับแก้และพัฒนางานโดยเฉพาะ "บทเรียน...ให้กับคนรุ่นหลัง"

     ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตร โดยทีมงานการจัดการความรู้ กำลังจัดหลักสูตรการพัฒนาทักษะการเขียน รุ่นที่ 2 วันที่ 12-14 มิ.ย. 2550 ณ ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตรชั้น 5

     ในวันนี้ (ครึ่งเช้า) จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ "การถอดประสบการณ์ของผู้รู้" คือ  ดร. ประนอม  ศรัยสวัสดิ์  เป็นผู้เล่า  มี คุณอุษา  ทองแจ้ง  เป็นคนชวนคุยหรือถอดบทเรียนและประสบการณ์  และ มีผู้เรียน เป็น   ผู้ฟังและเขียนเรื่องเล่า

             คุณอุษา ทองแจ้ง  และ ดร. ประนอม ศรัยสวัสดิ์

     โดยวิทยากร ได้มีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ ที่คลุกคลีกับเรื่องราวดังกล่าวมาไม่ต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งนักส่งเสริมการเกษตรต้องเขียน ที่ผ่านมานั้นผมจะเขียนงานมาตลอด "งานเขียน" ของผมฉบับสุดท้ายก็คือ การผลิตเมล็ดพันธุ์ ที่ผมเขียนเพื่อปรับเป็นผู้เชี่ยวชาญ  แล้วกรมฯ นำไปเผยแพร่และตีพิมพ์  ตอนที่เขียนนั้นผมนึกถึง "เกษตรตำบล" ผมถึงเขียนออกมาเป็นตอน ๆ ให้เขาเหล่านั้นได้สะดวกต่อการอ่านได้ทุกสถานที่

           ดร. ประนอม ศรัยสวัสดิ์

     ซึ่งการเขียนนั้นถ้าเขียนเป็นเรียงความจะเขียนยาก  แต่ถ้าเขียนเป็นนิทานจะง่าย โดยผมได้หลักจากอาจารย์ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยที่ให้จดเฉพาะใจความหลัก/สำคัญ ฉะนั้น ผมจึงจะจดมาตลอดจนถึงการทำงาน  แล้วคอยนำมาเรียบเรียงอีกครั้ง

     ตัวอย่างงานที่เขียน เช่น  เรื่องทุเรียน  ผมก็จะทำดร๊าฟ ครั้งที่ 1 แล้วเขียนยกร่างทั้งหมดเป็นหมวด ๆ ซึ่งผมจะเรียกว่า เป็นการใช้ภาษาที่ "แบ่งแยกแล้วปกครอง" ซึ่งจะทำให้เราจินตนาการเห็นภาพรวมของงานเขียนของเราเองทั้งหมด และเวลาเขียนเราก็จะเขียนได้ง่ายคือ เขียนเป็นตอน ๆ ที่ยกร่างก่อน แล้วค่อยนำไปปฏิบัติ

     ซึ่งผมมีความเชื่ออยู่ตลอดเวลาว่า "เราจะทำได้มากกว่าที่รู้นั้น    ไม่มี" ฉะนั้นถ้าเราจะทำให้ได้สิบ เราจะต้องขยายความรู้ของเราตลอดเวลา  "ความรู้" จึงเป็นสิ่งที่ผมจะค้นหาตลอดเวลา จนได้ฉายาว่า "เปิดตำราทำงาน" ซึ่งสมัยนั้นผมรับราชการเป็นนักวิชาการโทคนเดียวของจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่ผมรับราชการ 

     สมัยนั้นผมจะหาความรู้ตลอดเวลา เพราะถ้าเกษตรกรมาถามเราจะต้องตอบให้ได้ ถึงแม้ว่า "จะเปิดตำราตอบ" จึงต้องค้นหาตลอด เช่น ช่วงแรกเปิด 10 เรื่อง หลังจากนั้นปริมาณการเปิดตำราของเราก็จะลดลง เพราะเราเป็นนักส่งเสริมฯ ที่ต้องดูแลเกษตรกรได้

               ภาพคนฟัง

     เรื่องราวเล่านี้เก็นเพียงการเริ่มต้นของการให้ข้อคิดและเพิ่มเติมความรู้ให้กับผู้เรียนเท่านั้น  และทีนี้เราก็มาดูว่า.....ตกลงแล้วเรื่องอะไรที่ ดร. ประนอม จะเล่าให้เราฟัง..."  คำตอบที่ไดรับก็คือ  เรื่องกาแฟ  ซึ่งเป็นเรื่องที่ชอบมาก ๆ ๆ ๆ เพราะผมรู้จักแต่มะพร้าวเท่านั้น แต่กาแฟเป็นเรื่องใหม่ที่ผมไม่รู้ แต่ต้องทำ  ซึ่งเนื้อหาสาระทั้งหมดมี ความว่า............

     เริ่มแรกผมจะหาก่อนว่า  "มันเกิดอะไรขึ้นกับกาแฟบ้าง?"  โดยผมได้รับมอบเรื่องนี้มาอีกทีหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ  ดังนั้น ผมก็เริ่มงาน โดย

       ขั้นที่ 1 ผมเปิดตำราต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกาแฟ ผมศึกษาค้นคว้าและอ่านหนังหนังสือเอกสารที่เกี่ยวกับกาแฟมากมาย

       ขั้นที่ 2  ผมลงไปพื้นที่ เพื่อดูข้อมูลที่เป็นจึงว่า "ตอนนี้...จริง ๆ แล้วกาแฟเป็นอย่างไรบ้าง?" ซึ่งสิ่งที่ผมพบก็คือ เกษตรกรที่ปลูกกาแฟนั้นมาจากที่อื่น  พื้นที่ที่ปลูกมาจากการบุกรุกป่า  ต้นกาแฟสูงมากแล้ว และเกษตรกรกำลังจะรื้อกาแฟกันแล้ว นอกจากนี้ผมก็เก็บข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบด้วยทั้งของจริง  คุยกับชาวบ้าน  แล้วผมก็นำสิ่งเหล่านี้กลับมาวิเคราะห์และเทียบเคียงกับวิชาการ

       ขั้นที่ 3  ผมทำการวางแผนงาน  เพื่อปรับแก้ให้ได้ โดยนำข้อมูล  ผลการวิเคราะห์ และวิชาการมาใช้ด้วยกัน แล้วสิ่งที่ผมจะต้องทำนั้นมีอะไรบ้าง? ทำอะไรก่อนหลัง เป็นลำดับคือ ผมจะต้องเริ่มจากการชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรกร แล้วมาสอนให้เกษตรกรวางแผนปฏิบัติกับกาแฟว่า  ต้องการผลผลิตเท่าไหร่.....

       ขั้นที่ 3  ผมไปชี้แจงเกษตรกรถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทำให้เขาเข้าใจถึงเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น  หลังจากนั้นจึงมาชวนเกษตรกรวางแผนว่า "ถ้าต้องการให้ได้กาแฟเท่าไหร่นั้น...เราจะต้องตัดแต่งกิ่งกาแฟ"  แล้วเราสามารถวางแผนถึงปริมาณผลผลิตที่ต้องการได้  และสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง  ที่เราร่วมกันช่วยเหลือเกษตรกรในครั้งนั้น

     หลังจากนั้น คุณอุษา ทองแจ้ง  ก็ได้เปิดเวทีให้ผู้เรียน/ผู้ฟังได้แลกเปลี่ยน หรือซักถาม หรือชวนวิทยากรคุย  โดยมีเนื้อหาสาระ คือ

     ได้มีผู้ฟังสรุปบทเรียนให้วิทยากรว่า "ท่านเป็นคนแรกหรือไม่ที่ได้...นำการตัดแต่งกิ่งกาแฟมาใช้ ครั้งแรกที่จังหวัดชุมพร" คำตอบก็คือ "ใช้"  ดังนั้น เรื่องการตัดแต่งกิ่งกาแฟ  จึงสรุปได้ว่า  ดร. ประนอม   ศรัยสวัสดิ์  เป็นคนแรกที่คิดค้นและนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในกรมส่งส่งเสริมการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาเรื่องกาแฟ ให้กับเกษตรกรจังหวัดชุมพร

     หลังจากนั้นก็ได้มีคนซักถามว่า "ผมจะทำอย่างไร? ถึงจะจัดระบบข้อมูลหรือเนื้อหาได้"  คำตอบก็คือ ผมเรียนรู้เรื่องการจัดระบบเอกสาร มาจากการที่ผมต้องทำหน้าที่ตรวจพัสดุ  ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจงานดังกล่าวทุกปี  แล้วส่วนหนึ่งเมื่อมี คอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ทำงาน ผมก็ลองเรียนรู้ดู แล้วผมก็นำคอมพิวเตอร์เข้ามาจัดการเนื้อหา หรือจัดระบบข้อมูล  นอกจากนี้ ผมจะใช้แนวหรือหลักของการทำวิทยานิพนธ์ มาใช้ในการจัดระบบเนื้อหา  ตอนนี้ผมก็ยังเป็นคือ  ถ้าเจอเนื้อหาอะไรที่น่าสนใจ ผมก็จะถ่ายเอกสารมาเก็บไว้ แล้วใช้หลักการดังกล่าวเข้ามา "จัดการเอกสาร" ท่านทดลองทำดูนะครับ

     การจบบทเรียนที่ถอดประสบการณ์ของ ดร. ประนอม ศรัยสวัดิ์  นั้น คุณอุษา  ทองแจ้ง  ได้บอกกับผู้ฟังว่า  เนื่องจากเรามีเวลาจำกัด และเรายังมีกิจกรรมที่ต้องทำกันต่อ  ดังนั้น จึงขอจบบทเรียนไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะค่ะ

     เป็นงัยค่ะ  บทเรียนที่มาจากประสบการณ์ที่เรานำของจริงมาให้กับท่านผู้ฟังและท่านผู้อ่านได้เห็นเนื้อหาสาระกันอย่างทั่วถึง  ซึ่งสิ่ง      ดังกล่าวเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าแต่ "ซ่อนอยู่ในตัวบุคคล"  ฉะนั้น การได้มาของดี ๆ ชิ้นนี้เราต้องมีเทคนิคและวิธีการ โดยเฉพาะ "มีเวทีให้เล่น" กันจริง ๆ แล้วสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราจินตนาการก็จะเป็นจริงได้ค่ะ

        ภาพดิฉันเองค่ะ (ศิริวรรณ หวังดี)