เรียบง่ายและงดงาม

ไม่กี่วันมานี้ได้คุยเมลล์กับพี่สาวคนหนึ่งในโลกไซเบอร์  ว่าด้วยเรื่องของศีล 5 จนถึงท่านติช  นัท ฮันห์ และวิถีเซน

ก็คุยกันว่า  ถ้าโดยพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนยึดปฏิบัติในศีล 5 แล้วโลกคงไม่สับสนและวุ่นวายอย่างทุกวันนี้  เพราะศีล 5 มีความหมาย คือ..

  • ศีลข้อที่ 1  เว้นจากการทำลายชีวิต
  • ศีลข้อที่ 2  เว้นจากการถือเอาของที่เขามิให้
  • ศีลข้อที่ 3  เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
  • ศีลข้อที่ 4  เว้นจากการพูดเท็จ
  • ศีลข้อที่ 5  เว้นจากของเมา

 แล้วคนเขียนคุยกับพี่สาวถึงท่านติช นัท ฮันห์ ว่า ช่วงนี้กระแสของท่านมาแรง  ใคร ๆ ก็คุยกันถึงแต่เรื่องของท่าน  แต่ที่คนเขียนชอบที่สุดก็คำสอนของท่านที่ว่า ..

เมื่อเธอมีความรักอย่างแท้จริง
เธอจะไม่แบ่งแยก .. ไม่กีดกัน
ฉันรักเธอ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นพุทธ มุสลิมหรือเชื่อในพระเจ้า
แต่เพราะเธอไม่กีดกัน และแบ่งแยกผู้อื่นออกไป
ถ้าเธอไม่มีวิธีการดูแลความรัก
ความรักจะเปลี่ยนเป็นความเกลียด
แต่ถ้าเรารู้จักวิธีเจริญสติ
ก็สามารถเปลี่ยนความเกลียดให้เป็นความรักด้วยเช่นกัน
แต่แท้จริงแล้ว  ไม่มีการรักและการถูกรัก

เสน่ห์การสอนธรรมะของท่านอยู่ที่การสามารถนำมาประยุกต์ให้ทันกับยุคสมัยปัจจุบันนี้ได้  ให้เหมาะกับสังคมสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อน  โดยได้ขยายศีล 5 ให้มีความหมายที่กว้างขึ้น  คำสอนของท่านเป็นธรรมมะที่ผสมผสานระหว่างมหายานและเถรวาทได้อย่างลุ่มลึก

ท่านติช นัท ฮันห์ เป็นพระภิกษุชาวเวียดนามที่ต้องอพยพจากแผ่นดินเกิดเพื่อลี้ภัยสงครามเมื่อหลายสิบปีก่อน  ปัจจุบันงานเขียนและคำสอนของท่านได้ปรากฏขึ้นมากมาย

เสียดายนักที่กลางเดือนที่แล้วมีพี่คนหนึ่งชวนให้ไปร่วมกิจกรรมอบรมกับคณะของท่านแล้วไม่ได้ไป  น่าเสียดายจริง ๆ

คุยกันเรื่อยเปื่อยจนถึงเรื่องของวิถีเซน  พี่สาวว่า .. " เมื่อทันใดที่นึกถึงเซน  จะนึกถึงภาพคนแก่เคราขาวยาวเฟื้อยนั่งตกปลานิ่ง ๆ ริมแม่น้ำเล็ก ๆ มีกระแสธรรมเย็นใส  ณ ที่ตรงริมแม่น้ำเล็ก ๆ นั้นรู้สึกเหมือนมีถ้อยคำแว่ว ๆ ออกมาจากท่าทีสงบเย็นนั้น  การกระทำที่ผ่านความสงบนิ่งของจิต  ไม่ร้อนรน  ไม่มีอคติ  ใสเย็นเหมือนน้ำ  ร่มรื่นดั่งธรรมชาติรอบกาย  สะท้อนร่มเงาของความคิดและการกระทำนั้นพึงถือได้ว่าเป็นกระแสเดียวกับธรรมชาติ  ที่แม้ไม่ก่อประโยชน์กับผู้คนให้เห็นเป็นรูปธรรม  แต่ก็เกิดประโยชน์กับตัวเอง..อย่างน้อย "

อืมมม .. คนเขียนอ่านเมลล์ของพี่สาวไปแล้วก็นึกตาม ท่าจะจริงแฮะ