เตือนเงินบาทผันผวนลุ้นเลือกตั้งดัน ศก.
นายแบงก์เชื่อเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังสดใส อานิสงส์ส่งออก เบิกงบค้างท่อช่วยดัน เตือนรับมือบาทผันผวน หวั่นแข็งแตะ 33 บาทต่อดอลล์ ลุ้นเลือกตั้งจุดพลุ ศก. กสิกรฯ รับสินเชื่ออืด
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวในงานสัมมนา "แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและการเงินครึ่งปีหลัง" ว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตสูงกว่ากว่าครึ่งปีแรก โดยมีการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก และจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังมีเงินเหลือถึง504,815 ล้านบาทจากการเบิกจ่ายล่าช้า แต่ปัจจัยเสี่ยงใหญ่คือ สถานการณ์ทางการเมืองและราคาน้ำมันในตลาดโลก"การบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมา ขยายตัวติดลบ แต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป สถานการณ์ต่าง ๆ น่าจะเริ่มดีขึ้น ถ้ามีการเลือกตั้งตามกำหนด นโยบายเศรษฐกิจชัดเจน เศรษฐกิจไทยน่าจะโต 3.8-4.5% ได้" นายวิรไทระบุ
นายภากร ปีตธวัชชัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริการการเงิน SCB กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทครึ่งปีหลังมีโอกาสผันผวนในลักษณะอ่อนค่าลง โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมมีการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น แต่จะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี แต่หาก ธปท.คลายมาตรการกันสำรอง 30% เงินบาทน่าจะแข็งค่าไปแตะระดับ 33 บาทได้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การกำหนดระยะเวลา การเลือกตั้งที่แน่นอนจะทำให้ลดกระแสการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลได้ ทั้งนี้ หากการชุมนุมไม่มีการขยายวงกว้าง ก็จะไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ นายประสารยอมรับว่า สินเชื่อธนาคารในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ขยายตัว เพียงเล็กน้อย โดยปีนี้เชื่อว่าสินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมายเติบโต 8-13% คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 56,000 ล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ปรับลดลง และภาคธุรกิจจะต้องมีการขยายการลงทุน ทำให้มีการขอสินเชื่อมากขึ้น และจะลดระดับหนี้ NPL ให้เหลือ 2% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3-4%
ไทยโพสต์ 13 มิ.ย. 50