พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ของการมีส่วนร่วมของประชาชนให้สามารถขยายศักยภาพในการเข้ามาดูแลและกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างแท้จริง
blog km4fc กล่าวถึงการทำจดหมายเปิดผนึกของนักวิชาการเพื่อสนับสนุน พรบ. สภาองค์กรชุมชน ซึ่งอาจารย์อนุชาติ พวงสำลี จากมหาวิทยาลัยมหิดลและทีมนักวิชาการได้ให้เหตุผลของการสนับสนุน พรบ.สภาองค์กรชุมชน ดังนี้
"พวกเรามีความเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน ดังกล่าว จะเป็นมาตรการรองรับทางกฎหมายที่มีความสำคัญ ในการส่งเสริมความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของชุมชนฐานราก เนื่องจาก
- พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐในการพัฒนาที่ยั่งยืนและยุทธศาสตร์สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน
- พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ของการมีส่วนร่วมของประชาชนให้สามารถขยายศักยภาพในการเข้ามาดูแลและกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างแท้จริง ซึ่งนับเป็นหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญและการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
- พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะไม่ซ้ำซ้อนกับการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซ้ำยังจะช่วยเป็นการหนุนเสริม สร้างความสมดุล และการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของชุมชนและประชาสังคม
- พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเป็นหลักประกันอันสำคัญในการส่งเสริมให้ชุมชนทั้งมวลเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเศรษฐกิจฐานราก ความมั่นคงทางสังคม วัฒนธรรม ตลอดจนการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
- พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะช่วยลดความขัดแย้งภายในท้องถิ่น และส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่อย่างมีส่วนร่วมและเป็นระบบอันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ............."
ผมเห็นว่าหลังจากที่ร.5รวบอำนาจเข้าส่วนกลาง เพื่อต้านภัยจักรวรรดินิยมนั้น ชุมชนท้องถิ่นยังไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก (อำนาจส่วนกลางยังลงมาไม่ถึงท้องถิ่น) ปัจจัยเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนท้องถิ่นอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐส่วนกลางคือ
1)ปฏิวัติ2475เริ่มระบอบประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง เกิดกลไกรัฐราชการ
2)เริ่มศักราชแผนพัฒนาฉบับที่1เป็นต้นมา
3)เทคโนโลยี ถนน ไฟฟ้า ปฏิวัติเขียว ฯลฯซึ่งเป็นกลไกของตลาดที่เชื่อมโยงทุนเข้ากับอำนาจรัฐ
แม้อำนาจจะถ่ายโอนสู่ท้องถิ่นตามพรบ.กระจายอำนาจ แต่ก็ยังอยู่ในวังวนของระบอบการเมืองใหญ่ที่อิงอยู่กับอำนาจรัฐจากส่วนกลาง
พรบ.สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่นน่าจะเป็นกฏหมายที่ย้ายน้ำหนักกลับมาอยู่ที่ชุมชนท้องถิ่นโดยขึ้นต่อรัฐส่วนกลางน้อยที่สุด จึงเป็นพรบ.เชิงกระบวนทัศน์หรือการช่วงชิงพื้นที่ นิยามความหมายของการพัฒนาครับ
แม้จะเห็นด้วยกับ การมี พรบ. สภาองค์กรชุมชน แต่ควรฟังความเห็นต่างของฝ่ายต่างๆไว้ด้วยเหมือนกัน เพื่อให้มีข้อมูลรอบด้าน
เรามีตัวอย่างและทฤษฎีว่าด้วย "ความล้มเหลวของตลาด"
เรามีตัวอย่างและทฤษฎีว่าด้วย "ความล้มเหลวของรัฐ"
และ เราก็มีตัวอย่างและข้อเสนอเชิงทฤษฎีว่าด้วย "ความล้มเหลวของชุมชน" เช่นกันค่ะ
ว่างๆ จะเอามาเล่าให้ฟัง
ส่วนตัวผมยังสงสัย และมองโลกในแง่ร้ายกับเรื่องนี้อยู่<div>
</div><div>นี่เป็นแค่การขยายอำนาจรัฐเข้าแทรกแซงภาค “ประชาสังคม” หรือเปล่า</div><div>
</div><div>เราทำเหมือนว่า “ประชาสังคม” ต้องมีกฏหมายรองรับ</div><div>
</div><div>เราจะทำให้ชุมชน เมื่อกลายมาเป็น “สภา” ที่ได้รับการสับสนุนจากรัฐแล้ว ถูกแทรกแซงทางความคิดและบทบาทหน้าที่ไหม</div><div>
</div><div>ถ้าชุมชนแข็งแรงอยู่แล้ว อำนาจต่อรองกับรัฐเขาก็มีอยู่แล้วไม่่ว่าจะมีฐานะเป็นสภาที่ถูกต้องทางกฏหมายหรือไม่</div><div>
</div><div>หรือถ้าชุมชนไม่แข็งแรง มีสภาที่ถูกรับรองโดยกฏหมายนี้ขึ้นมาแล้วจะมีประโยชน์อะไร ก็เสร็จให้กับการเมืองท้องถิ่นอีก</div><div>
</div><div>สรุปว่า ผมเองยังสงสัยอยู่มากว่ากฏหมายนี้มันจะช่วยอะไรให้ชุมชนแข็งแกร่งขึ้นได้มากจริงหรือ</div><div>
</div><div>หรือจะเป็นเพียงลายลักษณ์อักษรที่สร้างความชอบธรรมให้กับรัฐในการเข้าแทรกแซงชุมชน</div>
เรียน อาจารย์ ปัทมาวดี ที่เคารพ
อ่านดุแล้ว อยากเข้าไปร่วมฟังร่วมแสดงความคิดเห็นจังครับ เพราะเสื่อมศรัทธากับสภาจัดตั้งอื่น ๆ แต่ทุกอย่างก็มีพัฒนาการของมัน ครับ ขอให้สภาฯ ใหม่อันนี้ราบรื่นทีเถิด
ขอบคุณครับ