เมื่อ...เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่...ครอบครัวเรากลับเล็กลง หน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัดอยู่ในขณะนี้มีความหมายไม่ต่างจากบ้านเท่าไหร่นัก ก็ด้วยการใช้ชีวิตและเวลาที่ดูเหมือนจะมากกว่าคนทำงานในแบบทั่วๆไปของทุกคนในองค์กร อย่างเรื่องอาหารการกินในหลายๆครั้ง ที่หนึ่งในพวกเราหุงข้าว และรวมกับอีกหลายๆคนที่หากับข้าวมาร่วมวงกันแบบไม่มีแบ่งแยก เจ้านาย หรือลูกน้อง ทุกคนต่างเป็นคนในครอบครัว การปรึกษาหารือ การช่วยเหลือแบ่งปัน การเข้าใจ และการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน จริงอยู่หากจะมองว่าผู้คนเหล่านี้ต่างมีสถานะที่ต่างๆกันออกไป แต่เมื่อถึงเวลาได้พูดคุยกัน เจ้าบ้านก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวที่มีข้อมูลรายละเอียดมากกว่าระเบียบข้อบังคับในเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า หรือการเห็นแต่ภาระหน้าที่ของตนเป็นใหญ่จนเพิกเฉยต่อเรื่องราวของผู้อื่นที่เราต่าง คุ้นเคยหรือเห็นหน้าคร่าตากันอยู่ก่อนหน้านี้ผู้เขียนทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องรับผิดชอบในเขตภาคตะวันออก มีสำนักงานสาขาใหญ่อยู่ที่จังหวัดระยอง จึงมีบ้านเช่าประจำอยู่ที่ระยอง ชีวิตลำพังในบ้านพักเล็กๆ แม้จะไม่ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก แต่นั่นก็คือ”บ้าน”สำหรับผู้เขียนไม่ต่างจากผู้คนที่อาศัยอยู่ในหย่อมนั้น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงเป็นบ้านของใครบ้านของมันอยู่ดี กว่านั้น....ด้วยหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และยังได้มีโอกาสไปช่วยงานเพื่อนๆในกลุ่มอีก7 จังหวัดภาคตะวันออก ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสได้กลับบ้านพัก(ระยอง) บ่อยนัก จึงยิ่งทำให้เราต่างก็เป็นคนแปลกหน้าระหว่างเรากับเพื่อนบ้านเคยได้ยินประโยคที่ว่า “เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว...แต่เรากลับพบว่าแค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น” ยิ่งกว่านั้น...กลับเป็นเพียงแค่ถนนเล็กๆระหว่างบ้านในหมู่บ้านเท่านั้น ในจังหวัดระยองซึ่งห่างจากพื้นที่ในหมู่บ้านจะมีห้างสรรพสินค้า ร้านหนังสือ สถานที่ออกกำลังกาย วัด โรงเรียน ซึ่งหลายครั้งที่เห็นว่าตัวเองไปอยู่ในสถานที่นั้นๆ คุ้นเคยกับผู้คนในจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรีสระแก้ว นครนายก หรือแม้แต่ระยอง แต่กลับไม่คุ้นเคยกับบ้านใกล้ชิดติดกัน ก็ยังดีที่ยังได้มิตรไมตรีที่ดีจากเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ร่วมงานกันอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่านั่นยังเป็นวิถีชีวิตที่ยังคงความเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ของแต่ละคนที่มาจากต่างจังหวัดเหมือนๆกัน จึงยังพอเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตให้รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจเหมือนได้อยู่บ้านเรา(กำแพงเพชร) ก็เป็นได้กว่านั้น.....เมื่อได้เข้ามาประจำอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยความที่ทุกคนต่างมีวิถีชีวิตของการดิ้นรนไขว่คว้า วิถีชีวิตนี้จึงต่างจากที่เคยพบมา อนาคตความก้าวหน้าดูเหมือนจะเป็นเหยื่อล่อให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันหลังให้กับคำว่า “บ้าน” หรือ “ครอบครัว” ที่ใดยิ่งมีการแข่งขันและมีเรื่องของผลประโยชน์สูง ก็ยิ่งทำให้ผู้คนในปัจจุบันต่างก็ผละตัวเองออกจากความเป็นครอบครัวและบ้านหลังข้างๆ การเดินทางของความฝันในแต่ละคนทำให้ข้อต่อระหว่างกันและกันเป็นเพียงเพื่อผลประโยชน์และความก้าวหน้าเสียมากกว่าอื่นใด รวมไปถึงตัวของผู้เขียนเองก็กลับหันหลังให้กับครอบครัวและบ้านหลังแรกของตนเองด้วยเงื่อนไขของสถานที่ทำงานตั้งแต่ครั้งยังศึกษาอยู่ จนถึงได้มาใช้วิถีชีวิตของการดิ้นรนในวัยเด็กผู้เขียนจำได้ว่าเราสนุกกับการได้ปีนขึ้นไปอยู่บนบ้านต้นไม้ที่มีพี่ชายเป็นเจ้าบ้านและพวกเราที่เหลือเป็นผู้อาศัย เราต่างก็มีความฝันว่าสักวันหนึ่งเราจะมีบ้านหลังใหญ่ๆ ไว้สำหรับให้เราและพี่น้องทุกๆคนมาอยู่ร่วมกันตลอดไป แต่ในที่สุดพี่น้องทุกคนต่างก็กระจัดกระจายไปตามวาระและเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคนหรือว่าบ้านของผู้เขียนเป็นครอบครัวที่ใหญ่เกินไป มีสมาชิกมากเกินกว่าที่จะสามารถจัดวางตำแหน่งของชีวิตแต่ละคนให้ใกล้ชิดติดกันได้ หากแต่เพียงยังพอมีเวลาของชีวิตที่จะหันหลังกลับมายังบ้านหลังแรกของชีวิต บ้านที่มีแต่ความสุขสงบและอบอุ่นอย่างเคยเป็นมา
"บ้าน"
เมื่อเรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่..ครอบครัวกลับเล็กลง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ · 13 มิ.ย. 2550
บอย สหเวช · 13 มิ.ย. 2550
จันลอง · 13 มิ.ย. 2550
Bonnie · 13 มิ.ย. 2550
พ่อน้องซอมพอ · 13 มิ.ย. 2550
กลุ่มงานเภสัชกรรม Anonymous · 13 มิ.ย. 2550
พ่อน้องซอมพอ · 13 มิ.ย. 2550
สวัสดีครับ ผ่านมาแวะเยี่ยมครับ ขอบคุณครับที่บันทึกสิ่งดีฯฯฯที่แบ่งปัน
ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม...ยินดีค่ะ