บางครั้งการกระตุกความคิดสักนิด เราก็สามารถทบทวนตัวเราเองได้ว่า "เราเป็นเช่นไร"

     เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2550  ดิฉันได้ฟัง อ.รัศมี  ธันยธร  สอนเรื่อง การประสานประโยชน์และความขัดแย้งด้วยทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์  โดนมีประเด็นของการความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก  และการคิดสร้างสรรค์เชิงลบ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาที่ CDA จะต้องเรียนรู้

     ทุกคนที่เรียนจะต้องปิดโทรศัพท์และนำของ ๆ ตนเองเก็บไว้หลังห้องทั้งหมด ให้เหลือแต่ตัวเปล่า ๆ และที่สำคัญคือ  ช่วงไหนให้คุยก็ต้องคุย และช่วงไหนไม่ให้คุยก็ไม่ต้องคุยต้องพูด  ทุกคนต้องทำตามที่วิทยากรบอก

     บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ  ทุกคนต่างมีกรอบความคิดเป็นของตนเอง  แต่ทุกคนสามารถเปิดกล่องความรู้ที่จะบรรลุประสบการ์ที่ตนเองได้ทำแล้วนำมาบรรจุได้หลายกล่อง  ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับว่า  ถ้าเรามีกล่องความรู้น้อยเราก็จะเป็นการคิดได้น้อยหรือ "ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง"  โดยเฉพาะ ตัวที่ 2  ถ้าเรามีความคิดที่ไม่ดี ๆ ๆ จำนวนมากก็จะทำให้เรามองอะไรเป็นทางลบ เพราะเรามีนิวรณ์ 5 จึงส่งผลให้เราคิดอะไรได้ไม่มาก โดยเชื่อมกับสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เราเป็นอยู่ด้วย งทำให้เรา "ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง"  ส่วน ข้อที่ 3 หลุมพรางของความฉลาด  นั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ๆ เพราะตัวเราเองจะตกหลุมของตัวเราเองได้ พราะความฉลาดแกมโกงของตนเองนั่นเอง

     ฉะนั้น  ทุกสิ่งทุกอย่างจึงอยู่ที่ว่า "แก่นแท้ที่เราต้องการจริง ๆ นั้นคืออะไร?" ซึ่งเราจะเป็นผู้รู้คำตอบที่แท้จริงของเราเอง ดังนั้นจึงน่าคิดว่า แล้วเราจะหลุดจาก "ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง...ได้อย่างไร?" เพราะนี่คือ การคิดนอกกรอบ ที่อาศัยหลักของอิธิบาท 4 และอื่น ๆ มาเป็นหลักที่ยึดใจเราได้ค่ะ.