การช่วยเหลือสังคมให้แก้ไขปัญหาในจุดพอดีนี่เอง ที่แต่ละฝ่ายจะได้อานิสงส์ร่วมกัน ทำยังไงบริษัทอื่นๆจะช่วยกันสงเคราะห์การเรียนรู้ให้สังคมรากหญ้าอย่างนี้บ้างนะ มีไหมครับ อยู่ทางไหน ขอมือหน่อย!!

 

(ต้อนรับแบบฮ่องเต้ ด้วยเก้าอี้ฮ่องเต้) 

เดือนนี้เครือปูนซิเมนต์ไทยเจ้าเก่า มีแผนที่จะยกพลขึ้นบกที่มหาชีวลัยอีสาน จำนวน3กลุ่มด้วยกัน แถมอาจารย์วรภัทรแจ้งข่าวว่าจะมานอนคุยด้วยเป็นการรั้งขบวน ผมนะดีใจเหมือนลิงได้กล้วย ที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดกันแบบล่อนจ้อน วันนี้กลุ่ม SCG คณะแรกจะยกพลขึ้นบกที่มหาชีวาลัยอีสาน รุ่นนี้รวมบุคลากรจากสำนักผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ประกอบด้วยทีมงานดังนี้ 

   

  1. ผู้บังคับบัญชา/ปฏิบัติการ5คน
  2. Facilitator 2 คน
  3. co-Fa  1 คน
  4. ผู้เข้าร่วม 20 คน
  5. รวม 28 คน
  6. ผู้ประสานงานคุณทินกร ตันติสุวิชวงษ์

 ระยะเวลา ระหว่างวันที่11-13 มิถุนายน 2550 รวม3วัน2คืน 

วัตถุประสงค์

·    เห็นประโยชน์การสร้างความรู้ และการนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริง

·    เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการทำงานได้ 

เป้าหมายการเรียนรู้

  • สามารถสรุปประเด็นการสร้างความรู้และการจัดการความรู้ที่ได้เรียนรู้ตามความเข้าใจของตนได้
  • สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ของตนเองได้
  • เปิดใจและกล้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับคนอื่น

    ในช่วงนี้เป็นเทศกาลฝึกอบรมและดูงาน ส่วนหนึ่งก็เรียกเข้าไปอบรมในโรงแรมใหญ่ๆ อีกกลุ่มหนึ่งก็เข้าป่าเข้าดง พวกเข้าป่าเขามาเรียนเรื่องอะไรรึครับ เท่าที่มีการออกแบบร่วมกัน ฝ่ายอาคันตุกะต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังนี้ 

  1. วิธีทำงานบนฐานความไม่พร้อม
  2. วิธีการเชื่อมโยงวิชาการสู่วิชาชีพ
  3. ศึกษาสายสัมพันธ์KM.(พันธมิตรวิชาการ)
  4. ศึกษากระบวนการเม็กดำ (ชุมชน โรงเรียน องค์กรภายนอก)

  

 ทั้งหมดนี้เป็นพันกิจประจำของมหาชีวาลัยอีสานอยู่แล้ว เรากำลังค้นหาวิธีอยู่วิธีทำวิธีเรียนในสภาพที่สังคมผิดปกติและแปรปรวน การเรียนรู้สภาพของสังคมทุกกลุ่ม จะทำให้เราเข้าใจบริบทของสังคมมากขึ้น ผมเองก็ได้เรียนรู้จากนักอุตสาหกรรมสายตรงเหล่านี้ด้วย ถ้าเขามารู้มาเห็นมาเข้าใจ บางทีกลับไปเขาอาจจะนำไปคิดเชื่อมโยงการอยู่ร่วมกันร่วมกันระหว่างภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอย่างเอื้ออาทรก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้นสังคมสมานฉันท์จะมาจากไหนละครับ ไม่แน่นะบางทีกิเลศอาจจะเบาบางได้บ้าง อาจจะลดการจ้องแต่จะแสวงหากำไรจนไม่ดูตาม้าตาเรือ 

ผลของบุคลากรภาคธุรกิจลงมาเรียนรู้ภาคสนาม ความเข้าใจความทุกข์ยากของญาติร่วมแผ่นดินจะค่อยๆชัดขึ้น เกิดความร่วมมือที่จะช่วยเหลือลูกหลานคนในชนบท ยกตัวอย่างเรื่องเยาวชนโรงเรียนบ้านเม็กดำ กลุ่มที่เรียนไม่เก่ง เรียนไม่รู้เรื่อง เป็นทุกข์กับการเรียน จึงหลีกเลี่ยงโรงเรียน กลายเป็นเด็กเจ้าปัญหาแทนที่จะเป็นเด็กเจ้าปัญญา เด็กกลุ่มนี้จะมีสักกี่โรงเรียนที่ผู้บริหารกล้ารับสภาพและเปิดเผย มีแต่หมกเม็ดกันไว้ ขึ้นชั้นม.3ยังอ่านหนังสือไม่ออก เป็นผลพวงของการแหกตาเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ  

การยอมรับที่จะแก้ไขปัญหาเด็กโข่ง ที่มีอยู่ประมาณ20%อย่างเป็นรูปธรรมของคณะผู้บริหารโรงเรียน ได้วางแผนช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ด้วยการเรียนภาคปฏิบัติ จัดให้ออกไปเข้าค่ายฝึกอบรม ไปดูงาน รุ่นล่าสุดได้ไปเรียนวิชาปูกระเบื้องที่บริษัทค๊อตโต้ นอกจากได้ความรู้ ความภูมิใจกลับมาแล้ว ยังได้รับความอนุเคราะห์กระเบื้องกว่า100ตารางเมตรมาปูพื้นห้องประชุมโรงเรียนอีก การช่วยเหลือสังคมให้แก้ไขปัญหาในจุดพอดีนี่เอง ที่แต่ละฝ่ายจะได้อานิสงส์ร่วมกัน ทำยังไงบริษัทอื่นๆจะช่วยกันสงเคราะห์การเรียนรู้ให้สังคมรากหญ้าอย่างนี้บ้างนะ  มีไหมครับ อยู่ทางไหน ขอมือหน่อย!!