1 มิถุนายน 2550

สวัสดีค่ะ.. แวะเข้ามารายงานตัวค่ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากพี่ๆน้องๆทุกคนมากๆนะคะ (รวมทั้งพี่ชายที่แสนดี ที่อุตส่าห์โทรทางไกลจาก USA มาตามให้กลับมา) ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงค่ะ

จริงอยู่ที่เกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับว่าจิตใจแย่มากๆ บวกกับสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยดี (เป็นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พ.ค. ที่ท้องเสียอย่างแรง จนต้องไปนอนให้ น้ำเกลือที่ ER ) ร่างกายยังฟื้นไม่ดี พอชูจังจากไปก็เลยยิ่งทรุดลงไปอีก   หลายวันมานี้ ที่ไม่ค่อยได้เข้าเนตก็เพราะเพลีย บวกกับไม่ค่อยมีกะจิตกะใจอยากจะทำอะไร อยากนอนอย่างเดียวเพื่อเก็บแรงไปทำงานงานน่ะค่ะ

 

แต่ตอนนี้..ค่อยดีขึ้นมาบ้างแล้วค่ะ แม้น้ำหนักร่วงไป 4-5 kg ใน 2 สัปดาห์   แต่ก็ดีค่ะ..ถือว่าลดน้ำหนักไปในตัว ^_^

คิดว่าทุกๆอย่างคงค่อยๆดีขึ้นค่ะ ความจริงเคยตั้งใจว่า...ถ้าไม่มีชูจัง ก็จะไม่เลี้ยงสุนัขอีกแล้ว แต่ยอมรับว่าทนไม่ไหวค่ะ เพราะคิดถึงเค้าอย่างแรง และก็เหงามากๆ ยิ่งอยู่คนเดียวจิตใจก็ยิ่งแย่ค่ะ   ดังนั้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมาเลยไปเอาลูกชายตัวใหม่มาเลี้ยง ยังเบบี้มากๆ..ซนสมเป็นเด็กผู้ชายจริงๆ ยังอยู่ระหว่างทำความคุ้นเคยใหม่ซึ่งกันและกัน แต่ก็ดี..ตรงที่ทำให้เราไม่ต้องมามีเวลาว่าง นั่งคิดถึงเรื่องเก่าๆ..เพราะเค้าชวนเล่นตลอด รวมไปถึงต้องฝึกหัดสอนมารยาท แนะนำสถานที่ในห้องว่าอะไรอยู่ตรงไหนและฝึกสอนการทำกิจวัตรส่วนตัวของเขา ทำให้ 3-4   วันมานี้ตอนอยู่ห้องยิ่งแทบจะไม่มีเวลาทำอย่างอื่น นี่คือเหตุผลที่ว่า..ทำไมไม่ได้เปิดเนตเข้าเจเจเลย

 

สำหรับเรื่องงานศพของชูจัง...

จัดการทำให้อย่างดีค่ะ ใช้กล่องกระดาษ (กล่องพริ้นเตอร์) ทำเป็นโลง ปูผ้า หวีขน สวมเสื้อชุดใหม่ จัดให้นอนกอดตุ๊กตาตัวโปรดของเค้า   แล้วก็พริ้นค์รูปถ่ายวันสุดถ่ายของเค้า รวมทั้งรูปที่เราถ่ายรูปด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายในตอนเช้าวันที่เค้าจะจากไป แปะติดฝาโลงด้านในจนเต็มไปหมด วางช่อกุหลาบให้เค้า 3 ดอก จากนั้นก็เผาทั้งร่างทั้งโลง โดยทำเป็นเมรุเล็กๆเผาเค้า เหมือนฌาปนกิจศพของคน จากนั้นเก็บกระดูกของเขา (ได้มา 2 ชิ้นเล็กๆ นอกนั้นก็เผาหายเป็นเถ้าเป็นจุลหมดเลย)   แล้วก็เอากระดูกที่เก็บได้ มาใส่ในตุ๊กตาหมา ตอนนี้เป็นตัวแทนเค้านอนกอดทุกคืน เหมือนเดิม เหมือนที่เคยกอดเค้า.. ตั้งใจอยากจะฝันถึงเค้านะ แต่แปลกจัง.. ทำไมไม่เคยฝันถึงเค้าเลย ทั้งๆที่ตั้งใจก่อนนอนทุกๆคืน..และคิดถึงเค้ามากๆ

 

ตอนนี้ถึงจะได้ตัวใหม่มา.. แต่ก็คิดว่า คงไม่มีตัวไหนแทนชูจังได้เลย ชอบความเป็นคุณหนู แสนอ่อนโยน เรียบร้อย ขี้อ้อน ฉลาด เชื่อฟังของชูจัง ..มาตอนนี้จึงอดคิดไม่ได้ว่า ชูจังไม่ยอมมาเข้าฝัน เพราะเค้าไปเกิดใหม่รึเปล่านะ   แล้วถ้าเค้าไปเกิดใหม่.. เราจะมีโอกาสได้มาเจอกันอีกไหมนะ...ยังรออยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ อยากจะได้เจอเค้าอีก ดังนั้นจึงตัดสินใจ ไปสั่งลูกสุนัขพันธุ์มอลทีสจากร้านโกลมี่เพ็ต ในหาดใหญ่ เพราะหาหลายร้าน..ไม่มีพันธุ์มอลทีสเลย จึงต้องสั่งซื้อจาก กทม. อาจจะแพงกว่าไปซื้อโดยตรงจากฟาร์มหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา ที่เราไม่ต้องขึ้น กทม.ไปหาซื้อเอง

เพียงแต่พอสั่งซื้อ ทางร้านบอกว่า.. คงอีก 1-2 สัปดาห์ถึงจะได้  อา..ทำไงดีล่ะ   โรคซึมเศร้ามันจะกำเริบเล่นงานแล้ว ระหว่างนี้ทนไม่ไหว เลยต้องไปหาลูกชิสุห์มาเลี้ยงเป็นเพื่อนไปพลางๆ พร้อมกับตกลงใจ (แบบลังเลเล็กน้อย) คราวนี้..จะเลี้ยงสองตัวทีเดียวเลย (รึว่า..จะยกให้น้องสาว เพราะเค้าชอบพันธุ์นี้มาก )

แล้วในวันที่  28 พ.ค.หลังจากไปสั่งลูกหมามอลทีสแล้ว ก็เลยได้ลูกหมาชิสุห์ วัย 2 เดือนกับ 1 สัปดาห์มาเป็นลูกชายตัวใหม่ค่ะ   ซึ่ง..เ้จ้าลูกชายตัวใหม่.. ชื่อน้อง "เรียว"   จะเรียก  "เรียวคุง" หรือ "เรียวจัง" ก็ได้ค่ะ  

แต่เลี้ยงไปๆ ไม่นึกว่ามันจะฉลาดแฮะ ...อายุแค่นี้ มาอยู่แค่ไม่ถึงสัปดาห์ สอนอะไรก็รู้หลายเรื่อง แถมพอเริ่มรู้ว่าเราเป็นนาย ก็เริ่มรู้จักประจบแล้วด้วย

สงสัยงวดนี้.. คงเลี้ยงสองตัวแน่... พระเอกสองตัว กับนางเอก 1 คน

หุหุ... นิยายรักสามเส้า..เรื่องนี้ ท่าทางน่าจะ โหด มัน ฮา แถม ปั่นป่วนน่าดูชมเชียวล่ะ -__-'

^___________^

 

 ...... 

  

ปล. โฉมหน้ายาเม็ดรักษาโรคตรอมใจ ของฉันค่ะ ยี่ห้อนี้ ได้ผลจังเลย ดีกว่ายาของหมอซะอีก เพราะทำให้วุ่นแทบทั้งวัน จนไม่มีเวลานั่งเศร้าเลย  ^^'

 
 

คลิกดูรูปทั้งหมดได้ที่นี่ค่ะ

 

 

สุดท้ายนี้...ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง และก็..ขอบคุณสำหรับครอบครัวที่อบอุ่น และมิตรภาพที่แสนดี ณ ที่แห่งนี้ค่ะ

 

บันทึกเมื่อ 1 มิย.50

k-jira