ชุมชนย่านธนบุรี บริเวณวัดกัลยาณมิตร เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความน่าสนใจ คือ มีลักษณะเป็นพหุทางวัฒนธรรมและศาสนา โดยมีความเชื่อทางศาสนา 3 ศาสนาอยู่ด้วยกัน คือ คริสต์ พุทธ และอิสลาม ด้วยรูปแบบการดำเนินชีวิต ความเชื่อ และศาสนาที่แตกต่างกัน แต่เป็นชุมชนที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยแต่ละชุมชนเดินถึงกันได้ในเวลา 10-20 นาที
เริ่มต้นกันที่ชุมชนคริสต์ศาสนาก่อนเลยดีกว่าคะ

พระเยซูในบริเวณโบสถ์ซานตา ครูซ
ชุมชนคริสต์ศาสนา (โบสถ์ซานตา ครูซ หรือ ชุมชนวัดกุฎีจีน)
สำหรับประวัติความเป็นมาของชุมชนวัดกัลยาณมิตร ได้มีการรวมตัวกันเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเสร็จงานศึกกับพม่าและรวมแผ่นดินสยามเป็นอันหนึ่งกันเดียวได้แล้ว โดยได้พระราชทานที่ดินเพื่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัยให้ทหารต่างชาติโปรตุเกสที่เข้ามาช่วยการสงคราม ซึ่งชุมชนชาวโปรตุกีสได้นำความเชื่อคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิกมาเผยแผ่ด้วย ต่อมาเมื่อชุมชนมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงมีการสร้างโบสถ์ “ซานตา ครูซ” ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณของคริสตศาสนิกชนแถบนั้น

โบสถ์ซานตา ครูซ
แม้จะล่วงมาถึงแผ่นดินของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) และมีการย้ายราชธานีมายังฝั่งพระนคร (ฝั่งกรุงเทพฯ ปัจจุบัน) แต่ชุมชนโปรตุเกสก็ยังปักหลักอยู่ที่เดิมและขยายชุมชนต่อไป โดยชาวโปรตุกีสหลายคนแต่งงานกับชาวไทยจนเกิดลูกหลานขึ้นเป็นจำนวนมาก
ส่วนการนับถือศาสนาคริสต์ ปัจจุบันไม่มีการบังคับเนื่องจากหมดสมัยของการล่าอาณานิคมด้วยวิธีเผยแพร่ศาสนาแล้ว คนในชุมชนจึงมีเสรีที่จะนับถือศาสนาอะไรก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องนับถือศาสนาคริสต์ตามพ่อแม่
ชุมชนคริสต์ศาสนาที่นี่ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ชุมชนกุฎีจีน” โดยชื่อนี้ได้มาจากบริเวณริมน้ำมีเก๋งจีน (เรือนตึกมีรูปหลังคาแบบศาลเจ้าจีน) ตั้งอยู่ ทำให้ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อชุมชนนี้ว่า “ชุมชนกุฎีจีน”
นอกจากนั้น ชุมชนนี้ยังโดดเด่นในเรื่องของการทำขนมหวาน อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมกุฎีจีน ฯลฯ ซึ่งขนมหวานหลายชนิด เป็นขนมหวานดั้งเดิมของชาวโปรตุกีส จึงเรียกได้ว่า เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมทางการบริโภคแบบใหม่มาสู่สยามประเทศนับแต่นั้นมา
ตอนต่อไป จะเป็นเรื่องราวของชุมชนพุทธศาสนา โปรดติดตามนะคะ
หญิง สคส.