แนะนำการดูบาสเกตบอล
บาสเกตบอล เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมติด 1 ใน 3 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ที่จะสามารถเล่นกีฬานี้ได้ดีจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงพอสมควร รวมถึงส่วนสูงด้วย วิธีการเล่นมีดังนี้ มีทีมอยู่ 2 ทีม ทีมละ 5 คน ผู้เล่นของแต่ละทีมต้องนำบอลไปโยนลงในห่วงประตูของอีกฝ่ายและป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายสามารถทำคะแนนได้ ทีมใดทำคะแนนได้มากว่าเป็นฝ่ายชนะ

 

สนามเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าประกอบด้วยเส้นต่างๆ เส้นรอบสนามด้านยาวเรียกว่าเส้นข้าง ส่วนเส้นด้านกว้างเรียกว่าเส้นหลัง มีเขตใต้แป้นเป็นรูปตัว U เป็นเขตป้องกัน และเป็นเขตยิงจุดโทษด้วย รวมไปถึงเส้นวงกลมที่อยู่ตรงกึ่งกลางสนาม

 

กรรมการ
มีกรรมการ 2 คน ผู้จับเวลา 1 คน ผู้บันทึก 1 คน ผู้ควบคุมทีมจับเวลา 1 คน

 

ระยะเวลาการเล่น
แบ่งออกเป็น 4 ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 12 นาที หยุดพักระหว่างควอเตอร์ 5 นาที เมื่อหมดครึ่งจะมีการเปลี่ยนแดนกัน

 

การเริ่มเล่น
จะเรื่มด้วยการที่กรรมการโยนลูกให้ลอยขึ้นไปตรงกลางระหว่างผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่ง อยู่ในครึ่งวงกลม 2 คน ทางด้านห่วงประตูของตน ผู้เล่นมีสิทธิ์ถูกลูกบอลได้เมื่อลูกบอลถึงจุดสูงสุดแล้ว(ลูกบอลเริ่มตก) และเมื่อทีมใดสามารถครอบครองบอลได้ ก็จะเป็นฝ่ายที่สามารถเล่นเกมรุกก่อน

 

การได้ประตู
ลูกบอลโยนไปลงห่วงประตูให้นับว่าได้ประตู ประตูที่ได้จากการเล่นธรรมดาแต่ละครั้งมีค่าเท่ากับ 2 คะแนน ประตูที่ได้จากการยิงลูกโทษ ณ จุดโทษ แต่ละครั้งเท่ากับ 1 คะแนน หลังจากได้ประตูให้ฝ่ายเสียประตูเป็นผู้ส่งบอลเข้ามานอกเส้นหลังด้านที่มีการทำประตูได้ภายใน 5 วินาที เมื่อหมดเวลาการแข่งขันทีมที่ทำคะแนนสูงกว่าเป็นฝ่ายชนะ และในกรณีที่มีคะแนนเท่ากันหรือเสมอกันจะมีการต่อเวลาพิเศษอีกครั้งละ 5 นาทีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีผู้ชนะ สามารถขอเวลานอกเพื่อพักหรือกระทำการต่างๆได้ 2 นาที การเล่น ใช้ได้เฉพาะมือ ผู้เล่นที่กำลังเลี้ยงบอล (หรือลูกยังไม่ตาย) ถือเป็นผู้ครอบครองบอล (ทีมนั้นเป็นฝ่ายครอบครองบอล) บอลออกนอกเขตสนามผู้ที่ถูกบอลครั้งสุดท้ายเป็นผู้ทำออก ถ้าบอลออกโดยผู้ที่อยู่บนเส้นหรือนอกเส้นสนามถือว่าเป็นผู้ทำออก อีกฝ่ายจะเป็นผู้ได้บอล ผู้เล่นสามารถเคลื่อนไหวขณะจับลูกโดยการใช้เท้าใดเท้าหนึ่งหมุนตัวโดยมีอีกเท้าหนึ่งเป็นหลักอยู่กับที่ และสามารถเลี้ยงลูกเมื่อหยุดเลี้ยงลูกต้องถือลูกไว้และไม่สามารถเคลื่อนที่ได้

 

การกำหนดเวลาต่างๆ มีด้วยกันหลายอย่าง เช่น
1.การกำหนด 3 วินาที คือเวลาที่กำหนดของผู้เล่นในขณะที่ทีมเป็นฝ่ายรุก เมื่อเข้าไปอยู่ในบริเวณหัวกะโหลกของทีมฝ่ายตรงข้าม สามารถเข้าไปยืนหรือกระทำการใดๆ ก็ตามแต่มีเวลาให้อยู่ภายในบริเวณหัวกะโหลกแค่ 3 วินาที ถ้าหมดเวลานี้แล้วต้องออกมาทันที โดยจะต้องไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าเหยียบอยู่แม้แต่เส้นของบริเวณหัวกะโหลก แต่หลังจากออกมาแล้วสามารถที่จะเข้าไปใหม่ได้
2.การกำหนด 5 วินาที คือ เวลาที่จำกัดให้ผู้เล่นที่กำลังครอบครองลูกบอล ในกรณีที่ถูกฝ่ายตรงข้ามป้องกันอย่างใกล้ชิดจนไม่สามารถส่ง ยิงประตู ปัดลูก หรือเลี้ยงบอลได้ภายใน 5 วินาที ผู้ตัดสินจะขานเป็นลูกยึด (การที่ผู้ตัดสินนำบอลมาโยนระหว่างผู้เล่นที่เป็นตัวแทนของทั้ง 2 ทีม เพื่อแย่งการครอบครองบอลใหม่ เหมือนกับตอนเริ่มเล่นครั้งแรก)

 

นอกจากนั้นยังมีกติกาบางอย่างที่ควรทราบเพื่ออรรถรสในการชมกีฬาประเภทนี้ เช่น การส่งลูกบอลกลับมาแดนหลัง (pass back) กติกาข้อนี้ใช้กับทุกสถานการณ์ กำหนดให้ฝ่ายที่ครอบครองบอลต้องพาบอลเข้าไปในแดนของฝ่ายตรงข้ามภายใน 10 วินาที และเมื่อลูกบอลได้ข้ามผ่านแดนตัวเองไปแล้วจะไม่สามารถ ส่งลูกบอลกลับเข้าไปในแดนตนเองได้ การทำผิดกติกาข้อนี้จะถูกทำโทษโดยการเสียสิทธิ์การครอบครองบอลให้แก่ฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ยังมีกติกาการทำ goldtending คือ การที่ผู้เล่นฝ่ายเกมรับ ใช้มือปัดลูกบอลที่จุดที่ลูกบอลเลยจุดสูงสุดไปแล้ว (ลูกบอลเริ่มจะตก) ในบริเวณเหนือห่วงตาข่ายของตนเอง จะถือเป็นการได้คะแนนของฝ่ายรุกทันที

 

การทำผิดกติกาหรือการทำฟาวล์
มีกติกาหรือข้อกำหนดบางอย่างที่ควรจะทราบ ยกตัวอย่างเช่น การทำฟาวล์บุคคล มีด้วยกันหลายอย่าง ได้แก่ การหนุน ดึง ปัดลูกบอลแล้วโดนอวัยวะส่วนอื่นของคู่ต่อสู้ เป็นต้น การทำฟาวล์แบบนี้ถ้าผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์นั้นไม่อยู่ในขณะที่กำลังทำประตู จะให้ทีมที่ถูกทำฟาวล์ได้สิทธิ์ครองบอล โดยส่งบอลจากเส้นข้างตรงระยะที่มีการทำฟาวล์แต่ถ้าขณะนั้นผู้เล่นกำลังจะทำประตู จะให้ผู้เล่นคนที่ถูกทำฟาวล์นั้นได้สิทธิ์โยนลูกโทษ ณ จุดโยนโทษ การฟาวล์บุคคลนั้น ถ้าบุคคลใดทำฟาวล์ครบ 5 ครั้งในเกมเดียวจะต้องออกจากการแข่งขันในเกมนั้น ส่วนการทำฟาวล์แบบเทคนิเคิลฟาวล์ ได้แก่ การใช้วาจาไม่สุภาพ หรือ ใช้คำพูดไม่เหมาะสม แสดงกิริยาก้าวร้าว เป็นต้น การทำฟาวล์แบบนี้ ถ้าภายในเกมเดียวกันผู้เล่นคนใดทำเทคนิเคิลฟาวล์ครบ 5 ครั้งจะถูกไล่ออกจากการแข่งขันทันที และการฟาวล์ทีม คือ การนับรวมการทำฟาวล์ของทีมใดทีมหนึ่ง เมื่อครบ 7 ครั้งจะเสียลูกโยนโทษให้ฝ่ายตรงข้าม 1 ครั้ง

ข้อมูลจาก  คุณครูกำธร  คงศริ