พ่อของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ได้สั่งเสียการจัดงานศพของตนเองก่อนตาย โดยเขียนไว้เมื่อ พ.ศ. 2542 (เสียชีวิตเมื่อ 2550) ดังนี้ 1. การอาบน้ำศพ ให้จัดตามธรรมดา ห้ามจัดใหญ่โต 2. นิมนต์พระมาสวดคืนละ 4 - 5 รูป อย่าเกิน 3 คืน 4. ห้ามเขียนประวัติอ่านในงานศพ เพราะเสียเวลาผู้มารอคอยปลงศพ 4. ห้ามขอไฟพระราชทาน ถือว่ารบกวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้งดเว้นการจ้างช่างภาพมาถ่ายภาพ 5.พระมาติกาในวันสุดท้าย ให้นิมนต์มาตามสมควร ไม่ต้องเท่าอายุ 6.ขณะต้งศพ ห้ามนำอาหารใส่สำรับไปตั้งไว้หน้าศพ7. ดอกไม้แต่งศพ ควรจัดครั้งเดียว ไช้ได้ตลอดงาน8. อัฐิและเถ้าถ่านที่เหลือ ให้รวมเก็บฝากไว้กับแม่พระธรณี ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้เซ่นไหว้ จะเป็นภาระ9. ห้ามเลี้ยงสุราตลอดงาน ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามข้าราชการท่านนั้น เกรงว่าจะไม่เหมาะ แต่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ เลยนำมาเผยแพร่ให้ทราบถึงแนวคิดของคนที่มีลูกมีตำแหน่งใหญ่โต แต่ตนเองไม่ยึดติด
จดหมายจัดงานศพตัวเอง
จดหมายจัดงานศพตัวเอง ของ พ่อ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
small man · 4 มิ.ย. 2550
dejavu monmon · 4 มิ.ย. 2550
ภูตะวัน · 4 มิ.ย. 2550
กมลนารี · 4 มิ.ย. 2550
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 4 มิ.ย. 2550
ยูมิ · 4 มิ.ย. 2550
ตามฝัน · 4 มิ.ย. 2550
สวัสดีค่ะ
ดิฉันว่า ค่านิยมใหม่นี้ ดูจะมีมากขึ้นๆค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีค่ะ
ขอบคุณครับ ผมว่าถ้ามีคนใหญ่คนโตเป็นผู้ริเริ่มเพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อยนะครับ ก็น่าจะเป็นต้นแบบขยายไปในวงกว้างได้บ้างครับ
สวัสดีครับ
เป็นเรื่องที่ดีมากครับ ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีคงจะเปลี่ยนไป
เรื่องแบบนี้ค่านิยมแบบนี้เราควรมีการเผยแพร่ให้กว้างขวางเพื่อเป็นการรับทราบและยอมรับให้มากขึ้น เพราะค่านิยมแบบนี้เป็นความยั่งยืนของสังคมเป็นความอยู่รอดของคนทั้งหลายด้วย หากเราปฏิบัติแบบเรียบง่ายกับงานเหล่านี้ความฟุ่มเฟือยจะลดลงมาก ไม่ต้องแสดงออกถึงหน้าตาความยิ่งใหญ่อะไรหรอก คนทุกคนเหมือนกันสุดท้ายที่เชิงตะกอนทั้งนั้น จริงไหมครับ