![]()
(ต่อจากตอนที่ 2)
การศึกษาในกลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 61,000 คน อายุ 40-76 ปี ติดตามไปนาน 13.4 ปี พบว่า
ผู้หญิงที่กินผักและผลไม้ทั้งผล(ไม่ใช่น้ำผลไม้)ต่อเดือนมากกว่า 75 ส่วนบริโภค หรือ 2.5 ส่วนบริโภคต่อวัน หรือประมาณ 2.5 เท่าของปริมาตรหลอดไฟฟ้าชนิดมีไส้ มีความเสี่ยงต่อมะเร็งไตลดลง 40%
![]()
การศึกษานี้พบว่า กล้วยลดความเสี่ยงมะเร็งไตได้มากเป็นพิเศษ ผู้หญิงที่กินกล้วย 4-6 ครั้งต่อสัปดาห์มีความเสี่ยงลดลง 50%
การกินสลัดผักวันละ 1 ครั้งลดความเสี่ยงลง 40% ผักที่ลดความเสี่ยงได้ดีคือ ผักหัว (root vegetables) เช่น แครอท หัวไชเท้า ฯลฯ กะหล่ำปลีสีขาวลดความเสี่ยงได้มากที่สุดคือ 50-65%
![]()
สาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้คือ กล้วยและพืชหัวมีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ชนิดฟีโนลิค (phenolic compounds) สูง ส่วนกะหล่ำมีสารประกอบกำมะถันหลายชนิดซึ่งช่วยกำจัดพิษของสารก่อมะเร็ง
ข้อควรระวัง...
คนที่แพ้ยาง (latex) อาจแพ้ผลไม้บางอย่าง (latex-fruit allergy syndrome) เช่น อะโวคาโด เชสนัท (chestnuts) กล้วย(ทั้งกล้วยหวานและกล้วยแป้ง) ฯลฯ ได้ เนื่องจากผลไม้เหล่านี้มีน้ำย่อย หรือเอนไซม์ชิทิเนส (chitinases)
กล้วยที่ผ่านการอบแก๊สเอธีลีนมีน้ำย่อยหรือเอนไซม์ชนิดนี้เพิ่มขึ้น ทำให้โอกาสแพ้เพิ่มขึ้น กล้วยที่สุกตามธรรมชาติมีน้ำย่อยหรือเอนไซม์ชนิดนี้ลดลง ทำให้โอกาสแพ้ลดลง การนำกล้วยไปผ่านความร้อน เช่น นำไปปิ้ง ย่าง แกง ฯลฯ อาจทำลายน้ำย่อยหรือเอนไซม์นี้ได้
สรุป...
- กล้วย 1 ผลขนาดกลาง หนัก 118 กรัม ให้กำลังงาน 108.56 แคลอรี หรือประมาณ 5.43% ของที่ผู้ใหญ่รูปร่างปานกลาง ทำงานเบาๆ ต้องการใน 1 วัน (คนส่วนใหญ่ใช้แคลอรีวันละ 2,000 แคลอรี)
- กล้วย 1 ผลให้วิตะมิน B6 (34%) วิตะมิน C (17.9%) โพแทสเซียม (13.4%) เส้นใย(ไฟเบอร์ 11.3%) แมงกานีส (9%) ของที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน
![]()
- กล้วยมีโพแทสเซียมสูง เหมาะกับคนที่เสียเหงื่อมากเป็นพิเศษ และช่วยป้องกันโรคความดันเลือดสูง
- กล้วยช่วยให้แบคทีเรียชนิดดีในลำไส้แข็งแรงและเพิ่มจำนวน ช่วยให้เซลล์เยื่อบุลำไส้แข็งแรง และดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
![]()
- กล้วยช่วยป้องกันโรคแผลกระเพาะอาหาร โรคจอตาส่วนกลางเสื่อมในคนสูงอายุ ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้เซลล์เยื่อบุลำไส้แข็งแรง ป้องกันโรคท้องผูก และป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งไต ฯลฯ
- ผัก(โดยเฉพาะผักตระกูลกะหล่ำกับผักหัว) และผลไม้ทั้งผล(ไม่ใช่น้ำผลไม้) โดยเฉพาะกล้วยอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งไตได้
![]()
ถึงตรงนี้... ขอเรียนเชิญพวกเราหันมากินผัก ผลไม้กันอย่างน้อยวันละ 5 ชนิด 5 สี 5 ทัพพี(หรือ 5 เท่าของหลอดไฟฟ้าชนิดมีไส้) เพื่อป้องกันโรค
ท่านที่มีเวลาน้อยหรือรีบเร่งทำงาน... กล้วยวันละ 1 ผลช่วยท่านได้มากกว่าที่คิด และถ้าเดินหลังอาหารได้ทุกมื้อๆ (ไม่ว่าจะมื้อใหญ่หรือมื้อเล็ก) อย่างน้อยมื้อละ 10 นาที... สุขภาพของท่านจะดีมากกว่าที่คิดเช่นกัน
(บันทึกนี้มี 3 ตอน)
- โปรดคลิกที่นี่ เพื่ออ่านตอนแรก(ตอนที่ 1)
- [ Click - Click ]
ขอแนะนำ...
- รวมเรื่องสุขภาพ > "อาหารเสริม"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "อาหาร"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "หัวใจ"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "กระดูก"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "ความดันเลือด"
- [ Click - Click ]
- ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
แหล่งที่มา:
- Thank > The world's healthiest food (whfoods.org) > Banana > [ Click ] > June 4, 2007.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ และทีม IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 4 มิถุนายน 2550 > 1 สิงหาคม 2550.
สวัสดีค่ะ
พุดถึงกล้วยน้ำว้า คิดถึงคุณแม่ ท่านจะทาน 1 ผลหลังอาหารทุกมื้อค่ะ ตาท่านดีตลอดค่ะ
แต่ตัวเองไม่ชอบกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ทานได้ แต่ไม่ค่อยชอบ
ขอทานกล้วยไข่แทนได้ไหมคะ
ขอขอบคุณอาจารย์ sasinanda...
สวัสดีคะ
ขอขอบคุณอาจารย์กมลนารี...
คนที่เป็นครูบาอาจารย์จะเป็นแบบอย่างให้สังคมได้มากกว่าอาชีพอื่นๆ เกือบทั้งหมด...
ถ้าออกกำลังไม่นานมาก เช่น 60-90 นาที ฯลฯ หรือไม่ได้เสียเหงื่อมากมายอะไร > น้ำเปล่าไว้ก่อนน่าจะปลอดภัยกว่าครับ...