ผมสังเกตว่าในวงการเมือง หรือวงอะไรก็ตาม ผู้อยู่ในตำแหน่งจะวาดภาพอนาคตที่งดงาม บอกแก่สื่อมวลชน สื่อมวลชนก็เอาไปเผยแพร่ ว่าท่านนั่นท่านนี่ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ คนเดียวกันนี้ผมเห็นพูดตรงกันข้ามเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ตอนนั้นเป็นฝ่ายค้าน
ฝ่ายอยู่ในอำนาจวาดภาพสวยงาม ฝ่ายค้านวาดภาพน่าเกลียดน่ากลัว พูดแบบมีอคติทั้งคู่ ต้องฟังหรืออ่านแบบฟังหูไว้หู
ผมถามตัวเองว่า ทำไมสังคมเราไม่พัฒนา วิธีคิดวิธีพูดวิธีถามให้มีการมองประเด็นหรือมองภาพให้มันครบด้าน เพราะเรื่องต่างๆ ในสังคมนั้นมันเป็นเรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อน
ใครพูดแบบมีอคติด้านบวก ก็ต้องถูกถามว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้ที่ท่านพูดไม่เป็นจริง ปัจจัยเหล่านั้นเวลานี้เป็นอย่างไร และที่ท่านพูดนี้ จะเป็นจริงได้ ต้องการปัจจัยอะไรบ้าง ปัจจัยเหล่านั้นเวลานี้เปนอย่างไร ในอนาคตปัจจัยเหล่านั้นมีโอกาสเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ไหม
ผมมองว่านักข่าวไทยส่วนใหญ่ไม่ผ่านการฝึกวิธีมองโลกมองสังคมอย่างซับซ้อน ไม่ผ่านการฝึกวิธีตั้งคำถามเพื่อสะท้อนภาพที่ซับซ้อนออกมา ทำให้ข่าวในสังคมไทยเป็นข่าวที่ผมเรียกว่า "ข่าวแบน" คือมีมิติเดียว ไม่แสดงพหุมิติที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน
ผมมองว่า คนที่เป็นผู้ใหญ่ต้องฝึกพูดแบบผู้ใหญ่ พูดให้เป็นที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่พูดแบบกะล่อนไปวันๆ เพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้า
บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อสอนตนเอง
วิจารณ์ พานิช
เริ่มเขียน ๑๑ มี.ค. ๕๐ เขียนเสร็จ ๒๘ พ.ค. ๕๐ ที่นครศรีธรรมราช
สวัสดีค่ะ
ในความเห็นของดิฉัน
นักข่าวที่เกาะติดสถานการณ์ เป็นนักข่าวเด็กๆ ที่มีหน้าที่ จดคำพูดหรือคำให้สัมภาษณ์ ตรงๆเท่านั้นค่ะ
ส่วนนักข่าวอาวุโส จะนำไปวิเคราะห์อีกที่ค่ะ
บางข่าว อาจยังไม่ได้ วิเคราะห์ค่ะ
ผมเห็นว่าคนแต่ละคนจะมองในมุมของตนและไม่มองมุมของคนอื่นจึงพูดกันไม่รู้เรื่อง
อย่างเช่นเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ฝ่ายที่สนับสนุนก็พูดถึงแต่การสร้างผลงาน การสร้างงาน การทำเรื่องที่ตรงใจคน เท่านั้น ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็จะพูดแต่เรื่องการคอรัปชั่นการเกิดความแตกแยกในสังคมเท่านั้น
ไม่มีใครที่เอามาพูดทั้งสองด้านแล้วค่อยตัดสิน ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงพูดกันคนละเรื่อง จึงไม่อาจจะคุยกันรู้เรื่อง
เห็นจะเป็นเพราะรู้อะไรไม่สู้รู้วิชารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี(ของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้) จึงทำให้คนไทยได้รับข้อมูลที่บิดเบี้ยวไปมาห่างไกลจากความเป็นจริงเข้าทำนอง รู้แล้วไม่ชี้ ปล่อยให้คนไร้คุณธรรมขาดแคลนจริยธรรมยึดมั่นในตัวกูของกูและพวกกู สร้างอำนาจเหิมเกริม จนลืมไปว่าแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินธรรม ไม่รู้แม้กระทั่งว่าคุณธรรมเป็นอย่างไร กรรมเป็นมรดกที่ต้องรับไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นดีที่สุดแล้วสามารถสร้างกรรมดีให้ปรากฏในแผ่นดิน ไม่ใช่สร้างความยิ่งใหญ่ให้ตนและพวกแล้วทำลายแผ่นดินเกิด แล้วจะไม่ให้ธรรมชาติลงโทษได้อย่างไร