จาก ความเห็นในบล็อกก่อน

  ยังมี ข้อมูลที่น่ารู้เรื่อง หวัดในเด็ก  เพิ่มเติมคือ

เด็กทั่วไปจะเป็นหวัด 3-9 ครั้งต่อปี

เด็ก ไปโรงเรียน เร็ว ก็เป็นมากกว่าเด็ก ไปโรงเรียนช้า

โรคแทรกซ้อนของหวัดที่  ทำให้ป่วยรุนแรงได้ คือ ปอดบวมซึ่งเจอ  1รายใน 30 -50 รายของเด็ก เป็นหวัด

พูดง่ายๆ คือ เด็กเล็ก(< 5 ปี) เป็นหวัด 30-50ครั้ง มีโอกาส เป็นปอดบวม 1 ครั้ง

อาการแรกคือ หายใจเร็ว ที่เคยคุยกันไปแล้ว อันนี้ ผู้ปกครองช่วยได้เยอะค่ะ ในการสังเกตุ

เวลาลูกเป็นหวัด ก็ พยายามใช้ยา น้อยที่สุดนะคะ เพราะหวัดเกิดจากเชื้อไวรัส  หายเองได้ ไม่ต้องใช้ยาก็ หาย

ทราบไหมค่ะ ว่ากองวัณโรค เคยสำรวจตลาดยาเมืองไทยเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มีสูตรยาหวัด ชื่อต่างๆกันให้เราเลือก จนเวียนหัวเนี่ย 1900 กว่าสูตร เป็นของเด็กซะ ประมาณ 900สูตร ตอนนี้ คงลดลงไปบ้าง ที่น่าเป็นห่วงเพราะขายกันในร้านขายยาทั่วไป แถมเป็นยาที่ขายดีที่สุดในร้านขายยาซะด้วย

ส่วน วิธีป้องกันไม่ให้เป็นหวัดบ่อย มี 2-3 ประการ

ล้างมือบ่อยๆ ทั้งคนเป็นหวัด และคนที่กลัวจะติดหวัด มีงานวิจัยบางอันเชื่อว่า หวัดรับมาทางมือมากกว่าทางไอจามรดกัน

เลี่ยงการจับจมูก แคะ แกะ บริเวณหน้า แทะเล็บ หรือหยิบกิน อะไรโดยยังไม่ล้างมือ

อีกอันที่สำคัญมากคือ ฝึกใช้ช้อนกลางขณะกินอาหารด้วยกันค่ะ ให้เป็นชีวิตประจำเลย

มีโครงการสวมหน้ากาก (ผ้าปิดปากจมูก)ก็กันเป็นหวัดได้ดี เพราะกันไม่ให้ทั้งแพร่เชื้อ และรับเชื้อ จากจมูกปากค่ะ มักนิยมให้คนที่เป็นหวัดสวมกันแพร่เชื้อหวัดมากกว่า

ถ้าเป็นบ่อยมาก หรือมีโรคอื่นๆ แทรกด้วยบ่อย เช่น หืด ภูมิแพ้รุนแรง แนะนำให้  เลี่ยงและงดการไปโรงเรียน ไปเลย เอาสุขภาพไว้ก่อนค่ะ

(ลูกคนเล็กของดิฉันงด ไป รร ตอนเข้า โรงเรียนได้ครึ่งเทอมประมาณ  3 ขวบครึ่ง  ให้ไปอีกทีตอน เกือบ 7 ขวบ เข้า ป 1  ) ไม่ต้องเป็นห่วงจะเรียนไม่ทัน หรือไม่มีเพื่อนนะคะ  เราทำ home school ง่ายๆที่บ้านตอนเย็น ให้เสริมทักษะการใช้มือ วาดรูป ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน อ่านนิทานก่อนนอนกันแทนได้ค่ะ

 เห็นหลายรายที่รีบไปโรงเรียนนอกจากจะเป็นหวัดบ่อย จะมีปัญหาทางใจ ทางความพร้อม จะมีเรื่องความไม่มั่นคงทางจิตใจ  insecure มากกว่า นะคะ

ติดตามเรื่องหวัดในเด็ก ก่อนหน้านี้ได้  ที่นี่