ตั้งแต่เลขาฯข้องเกี่ยวกับงานมูลนิธิ อย่างจริงจังก็ประมาณเจ็ดปี เห็นความลำบากในการเข้ารับการศึกษาของคนที่ ไม่มีเงินนอน มามากมาย สาเหตุหนึ่งที่สรุปได้คือ สถานศึกษามักจะไม่แจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่ต้องใช้ให้กับนักศึกษาล่วงหน้า

   

     คำถามหนึ่งที่นักเรียนผู้สมัครทุนอุดมศึกษาจะต้องตอบ คือ ค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ในการศึกษาต่อในคณะและสถานศึกษาที่สนใจ นักเรียนจำนวนน้อยมากที่สามารถตอบได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ส่วนใหญ่จะมาจากการสอบถามรุ่นพี่ในปีก่อน จนเมื่อได้รับการตอบรับเข้าเรียนในสถานศึกษา ก็มีน้อยสถานศึกษามาก ที่มีเอกสารเป็นรายลักษณ์อักษร แจ้งให้ว่าที่นักศึกษาทราบว่า จะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับอะไรบ้าง เป็นจำนวนกี่บาท (สถานศึกษาที่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นอย่างดี เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ขอชื่นชมไว้ ณ ที่นี้) หลายคนมารู้เอาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าวันบังคับจ่าย พ่อแม่วิ่งวุ่นหายืมเงินกันวุ่นวาย และอีกหลายกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ด่วนจี๋ เช่นค่าสูทของน้องคนหนึ่งที่เล่าไปในเรื่องก่อนหน้านี้

         

     ไม่ใช่แต่ในระดับอุดมศึกษา เดี๋ยวนี้ได้เห็นการร้องเรียนของผู้ปกครองนักเรียนประถมและมัธยมตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ เรื่องโรงเรียนเรียกเก็บเงินหยุมหยิมตลอดปีการศึกษา หลายครั้งบอกแล้วขอให้จ่ายทันที พ่อแม่ที่ไม่ใช่คนรวยจะไปเสกเงินมาจากไหนได้ทัน เลขาฯลองนึกเอาเองว่า ถ้ามีกฎเกณฑ์ที่เกิดจาก สิทธิ ของผู้เข้ารับการศึกษา ที่จะได้รับรู้ประมาณการค่าใช้จ่ายรายเทอมหรือรายปีล่วงหน้า เกิดเป็น หน้าที่ ของสถานศึกษาที่จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างชัดเจน พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายคงสามารถตัดสินใจเลือกสถานศึกษา หรือวางแผนเศรษฐกิจของครอบครัวได้ดีขึ้น

    

     เลขาฯไม่ใช่คนวงในของแวดวงการศึกษา เคยรับรู้จากน้องๆเพียงว่า นักศึกษาของแต่ละสถาบัน มีหน้าที่ ที่จะต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบของสถานศึกษานั้นๆ  เลขาฯอยากทราบจริงๆว่า นักศึกษามี สิทธิ ที่จะได้รับรู้ค่าใช้จ่ายคร่าวๆที่จำเป็นในการเข้าศึกษา หรือในการลงทะเบียนเรียนแต่ละภาคการศึกษาล่วงหน้าหรือไม่ และคำว่าล่วงหน้านั้นมีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ มากน้อยเพียงใด และหากสถานศึกษามีกฎบังคับให้นักศึกษาต้อง ซื้อ เครื่องแบบ ค่าใช้จ่ายที่ว่านี้จะต้องแจ้งกันล่วงหน้าหรือไม่ อย่างไร

   

     หากมีท่านผู้รู้กรุณาตอบเป็นวิทยาทาน จะเป็นพระคุณมากค่ะ