หลังจากที่ได้เข้าไปคุยใน blog ของเพื่อนๆ ก็ได้รับคำแนะนำว่า ให้ออกมาสร้าง blog เป็นของตัวเองสักอัน

     จนกระทั่งวันนี้ พรรคพวกที่แสนดีก็จัดการแนะนำการสมัครให้จนเรียบร้อย ก็เลยหาอะไรมาเขียนให้คนที่สนใจได้อ่านกัน

     ตอนนี้ก็เป็นชาวสวนยางธรรมดาๆ เพียงแต่ว่าไม่ได้กรีดเอง เพราะ เฒ่าแล้ว ไปทำเองคงไม่ไหว จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็เห็นว่าชาวสวนยางมักจะใส่แต่ปุ๋ยเคมีกันเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่กระแสของเกษตรกรรมธรรมชาติ กำลังมาแรง ก็เลยลองดูว่า ระหว่างการใช้ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ในการทำสวนยาง ผลจะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ก็เริ่มมาฝึกหัดทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ทำน้ำชีวภาพ โดยเข้ารับการอบรมจากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติทุ่งสง ที่อยู่ใกล้ๆ สวน เมื่อต้นปี 49 หลังจากได้เรียนรู้ ก็เริ่มทำและทดลองใช้เองบ้าง แจกจ่ายแก่คนรู้จัก ไปทดลองใช้บ้าง ก็พอจะบอกได้ว่า ระยะเวลาการสังเกตุผล ประมาณ 1 ปี สำหรับต้นยางเล็กที่เริ่มปลูกใหม่ การให้น้ำปุ๋ยชีวภาพ ทำให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ ไม่แตกต่างไปจากการใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ตามคำแนะนำ ของ กสย มากนัก แต่ว่าต้นทุนค่าปุ๋ย หากต้องซื้อด้วยเงินของเราเองแล้ว นำชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพย่อมถูกกว่าแน่นอน ที่สำคัญคือ เงินตราไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ (แต่ก็อย่าเพิ่งชล่าใจ หากรัฐบาลไปทำ FTA กับประเทศต่างๆ เราอาจจะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในการใช้จุลินทรีย์ ที่มีพื้นเพอยู่ในเมืองไทยก็ได้)

     สิ่งต่างๆ ที่เป็นความรู้ที่แท้จริงในท้องถิ่นยังมีอีกมาก นักวิชาการอาจจะไม่สนใจในสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ แต่หากมีการเก็บรวบรวมข้อมูลให้มีระบบ เราก็จะได้ตัวความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและนักวิชาการได้