สวัสดีครับท่านอาจารย์

  • ยอดมากๆ เลยครับ เรื่องเคมีกับอินทรีย์นะครับ 
  • เป็นสิ่งดีๆ มากๆ เลยครับ ที่อาจารย์ได้มีโอกาสศึกษาหลายๆ อย่างทั้งทฤษฏีและวิจัยปฏิบัติ และบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติเอา แต่ฟังเพื่อนมาก็สู้ทำเองไม่ได้ครับ เพราะหากได้เอามาทำเองจะได้สัมผัสเอง เราอาจจะโง่กว่าคนที่เคยทำมาแล้ว หรือเราอาจจะรู้มากกว่า หรือเราอาจจะรู้อะไรมากๆ ขึ้นกว่านั้นและโยงใยได้มากขึ้น กว้างขึ้นครับ 
  • คิดได้สุดยอดครับผม สำหรับเรื่องน้ำหมักครับ ผมว่าหากให้ชัดเจนนะครับ จัดถังหมักให้เข้าที่แล้วต่อกล้องเว็บแคมชุดหนึ่งครับ ไว้ที่หัวจุกนะครับ ที่เป็นกระจกแล้วอาจจะมีการถ่ายภาพความแตกต่างแบบสามทิศทางครับ หรือจะทำในระดับห้องทดลองก็ได้ครับ แล้วจะติดตามได้คับ ถึงความเปลี่ยนแปลง เราศึกษาเรียนรู้เพื่อทำความเข้าในในกล่องดำครับ เพราะสิ่งที่เราใส่เข้าไป กับสิ่งที่ได้มาตอนเปิดฝาแล้ว เราไม่ทราบกระบวนการภายใน
  • หากให้ยอดกว่านั้นนะครับ มีการสแกนด้วยเครื่องมือสแกนสามมิติ (อิๆๆ อันนี้แพงครับ ผมเคยสแกนรากต้นไม้ทั้งกระถางเพื่อหาดูว่ารากเป็นอย่างไร โดยต้นไม้ไม่ตาย ติดตามการโต) แบบนี้อาจจะได้แนวทางไปเลยครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่วนผลลัพธ์เป็นอย่างไร น่าสนใจครับ
  • อิๆๆๆ พอท้ายที่สุดแล้ว อินทรีย์ก็คือเคมีครับ เพราะสิ่งที่เรากิน เรากินอินทรีย์ก็จริงครับ แต่ท้ายสุดเราก็ได้เคมี ดูดซึมเคมีไปใช้ครับ ต้นไม้ก็เช่นกันครับ ใส่จุลินทรีย์ให้ย่อยซากในดิน ท้ายที่สุด รากพืชนำเข้าด้วยแนวไอออนใช่ไหมครับ มันต้องแตกตัวก่อนจะเข้าสู่รากพืช แล้วเข้าไปแบบเคมีด้วยใช่ไหมครับ เพราะน้ำ ก็คือ H2O ก็เป็นเคมีเช่นกันครับ
  • ดังนั้นท้ายที่สุดคือเคมี ซึ่งเราหนีไม่พ้นครับ แต่ก่อนจะมาถึงปลายสุดเคมีนี้ ขอให้เป็นอินทรีย์มาก่อน เพราะมันจะครบวงจรกว่า ดีกว่าการให้เคมีตั้งแต่เริ่มต้น เพราะจะมีผลต่อระบบนิเวศน์มากกว่า หรือเปล่าครับ ไม่แน่ใจผมเอาพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่า และผมก็เชื่อว่าอาจารย์ทราบดีกว่าผมเยอะครับ
  • กราบขอบพระคุณมากครับผม ได้ประโยชน์มากๆ เลยครับ