หากเล่าให้อ่าน อาจจะมีคนยิ้ม เพราะครูอ้อยไม่ดีเอง ห่วงการกินจนไม่ระวังตัวเอง
ครูอ้อยเคยประสบอุบัติเหตุแล้วคราวหนึ่ง เมื่อปลายปีที่แล้ว
หากท่านยังไม่ทราบ เรียนเชิญอ่านทำความเข้าใจก่อนได้ ที่นี่
จากนั้น ครูอ้อยก็รักษาตัวเองมาตลอด หมายถึง ไม่ใส่รองเท้าส้นสูง
เมื่อวันงานแต่งงานของลูกเอี่ยว ครูอ้อยดีใจมาก ที่ใส่ได้และเดินอย่างคล่องแคล่ว
แต่พอกลับมาถึงบ้าน ห้าทุ่ม ครูอ้อยก็ยังเจ็บที่ข้อเท้าอยู่นั่นเอง เรียกว่ายังไม่หายดี
เรื่องนี้เกิดจากการที่ห่วงเรื่องกินจนออกนอกหน้า จะว่าเป็นเรื่อง..ตลกก็ได้ ที่ครูอ้อยไปหาคุณพ่อคุณแม่มาในวันหยุดที่ผ่านมา
ขากลับ ครูอ้อยแวะตลาด และอยากกินส้มตำมากๆ อุตส่าห์จอดรถใกล้ๆ หวังว่าจะซื้อได้สะดวก เพราะแดดร้อนจัด
แต่โชคไม่เข้าข้าง ร้านนั้นไม่ขายส้มตำ ครูอ้อยจึงเดินหาซื้อของกินอื่น ไหนๆก็มาถึงตลาดแล้วไง
แต่..ครูอ้อยก็ต้องเจ็บปวดรวดร้าวเมื่อ เขาบอกว่าร้านส้มตำ ในซอยนี้ก็มี แทนที่จะดีใจที่จะได้กินส้มตำ แต่ไม่ใช่ค่ะ...ครูอ้อยดีใจเกินขนาด เดินไม่ระวัง ข้อเท้าข้างเดิมที่เคยเจ็บปวดนั้น พลิกอีกครั้ง
ครูอ้อยกะเผลกจนไปถึงร้านส้มตำ ปกติจะยืนบอกเขาใส่โน่นนี่นั่น แต่วันนี้ขอนั่งสั่งแบบคุณนาย เพราะเจ็บข้อเท้ามาก
กว่าเขาจะทำให้เสร็จ ครูอ้อยก็ลุกขึ้นได้ และเดินมาจนถึงรถ
กลับบ้าน เวลานั่ง ไม่เจ็บ และเวลาเดิน...
ช้ำและเจ็บปวดซ้ำที่เดิม...
สวัสดีค่ะน้องขจิต
อูย..อ้อนน้องชาย .....ยิ้มยิ้ม
น่าจ๋งจ๋านจัง ปีนี้ พ.ศ.อะไรแล้วจ๊ะ ไม่ใช่ 2525
น่าสงสารพี่อ้อยจัง ... น่าจะได้ทานส้มตำอร่อย กลับต้องมาเจ็บข้อเท้า ดูแลตัวเองดีๆนะค่ะ พี่ อ้อย เราก็วัยปูนนี้แล้ว น้ำหนักก็ไม่น้อย หกล้มที่ ข้อเท้าพลิกที เจ็บปวดทรมานมากเลยค่ะ...แป๋วก็เพิ่งหกล้ม ข้อเท้าพลิกไปเมือเดือนที่แล้ว มัวแต่เดินเล็งถ่ายภาพลืมดูพื้น เลย...โครม..เลยค่ะ เจ็บ....
ขอบคุณค่ะคุณแป๋ว...
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ....ขาเจ็บ...แต่ปากดีค่ะ อิอิ
ตอนนี้หายเจ็บแล้วค่ะ..คงจะไม่ช้ำที่เดิมแล้วค่ะ…จะระวังค่ะ