ความสูญเปล่าแฝง  ที่น่าจะมีการวิจัยคำนวณคิดออกมาเป็นเงิน  เชื่อว่า มีค่าเสียหายไม่น้อย

ถือโอกาสนี้ ขออนุญาต ท่านอาจารย์ ดร. แสวง รวย...ยกตัวอย่างบันทึกนี้ เป็นกรณีศึกษา  ขอบคุณค่ะ  http://www.gotoknow.org/posts/188421  ซึ่งดิฉันได้ให้ความเห็นไว้ด้วย

และ ขออนุญาต พี่ครูkrutoiting  บันทึกนี้  ขอบคุณค่ะ  http://www.gotoknow.org/journals/123111  ซึ่งดิฉันได้ให้ความเห็นสาระสำคัญย่อๆ ว่า    ดิฉันไม่ได้เ็ป็นคุณหมอ แต่เรียนรู้ช่วยเหลือตัวเองแบบมีสติ  ด้วยวิธีจากผลไปหาเหตุ ...หลังจากที่เคยเสียรู้เรื่องหมอเรื่องยา และมีภาระกิจสำคัญ ดิฉันได้ใช้โอกาสและเวลาในการเฝ้าติดตามคนใกล้ตัวและตัวเอง เช่น กินยาไหน รักษาโรคแบบไหน หาย หรือ ไม่หาย... และ ... ดิฉันเคยพบเห็นคุณหมอที่รังเกียจคนไข้ หลายครั้ง หลายคน ส่วนมากเป็นคุณหมอที่เริ่มมีอายุมากขึ้นแล้ว  แรกๆ ดิฉันก็ไม่เข้าใจภาษากายแบบนั้นค่ะ  พออายุมากขึ้นก็เริ่มค่อยๆ เข้าใจเหมือนเขามาให้เราได้เรียนรู้  ความคิดเมื่อสมัยวัยรุ่นเลือกเอ็นทรานซ์ซึ่งไม่ค่อยมีใครคิดเรื่องความสุขในอนาคต เพราะทุกคนมุ่งเรียนเพื่อหางานที่มีรายได้ดี

        นั่นเพราะว่าอาชีพหมอ ต้องพบกับความไม่สบายของคน เหมือนได้พบเห็นสิ่งที่ไม่น่ายินดีอยู่ตลอดเวลา  กว่าจะเรียนหมอจบ7ปี และเมื่อ+ประสบการณ์ทำอาชีพอีก3ปี รวมเป็น10ปี  จะถอยไปเริ่มต้นเรียนเอาใบเบิกทางเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นก็ช้าเกินไปแล้ว  แม้มีspirit (สพิ'ริท) แต่ก็มีความทุกข์ไม่มากก็น้อย  

สมัยใหม่นี้ (สมัยเก่า20-30ปีืั้ที่แล้วไม่รู้ค่ะ) หลายปีก่อน หลานสาวของดิฉัน(ลูกสาวของเพื่อนสนิท) สอบเข้าเรียนเภสัชได้  ช่วงสุดท้ายของปีแรกที่เรียน อาจารย์ได้แนะแนวว่า เรียนจบแล้าอาชีพเภสัชทำอะไร เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง  ทำให้หลา่นสาวกลับมาบอกคุณแม่ว่า  ขอเปลี่ยนอาชีพ เพราะไม่สามารถรับผิดชอบกำชะตากรรมใครๆ ไว้ในมือ  แล้วเธอก็ไปสอบเอ็นทร้า่นซ์ใหม่ ยอมเสียเวลาไป1ปี  ตอนนี้ เธอมีอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์ มาหลายปีแล้ว มีความสุขมากมายค่ะ

ย้อนกลับมา  ดิฉันก็เคยเห็นบันทึกที่พูดว่า ลูกในวัยมัธยม อยากเป็นคุณหมอ  ดิฉันก็ไม่กล้าเข้าไปให้ความเห็น ด้วยกวิธีการให้ความเห็นแบบไม่แสดงตัวตนในเรื่องใหญ่ๆ ภายในครอบครัวคนอื่น  ที่จริงก็อยากจะบอกมาก ถึงมากที่สุดเลยค่ะ ว่า  ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะดีใจมากที่ลูกจะมีอาชีพที่มีเกียรตินั้น  ได้เคยให้ลูกมองเห็นสิ่งที่ลูกจะได้พบเจอในงานประจำวันหรือเปล่า ?  เหมือนเหรียญมี2ด้าน  ดาบมี2คม  คนใช้มีดใช้ดาบก็ต้องมีลีลาและฝึกประเมินทักษะส่วนตัว ทั้งร่างกายและจิตใจ

คน จะมีการซึมซับทุกๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  อาชีพ ก็เป็นสิ่งที่เราต้องมีและทำอยู่ใกล้ชิดทั้งกา่ยและใจของเรา  ต่อไปทุกๆ เรื่องในอาชีพนั้น ก็จะมีบทบาทต่อกายและใจของเราแบบดูดซับ ไม่ใช่แค่ซึมซับ

ประเทศชาติ ก็มีค่าใช้จ่ายรองรับระบบการศึกษาคิดเป็นต่อคนต่อปี ไม่น้อยนะคะ

หลานสาวเสียเวลาไป1ปี  ก็มีค่าใช้จ่ายและเวลาที่ผ่านไปแล้วของตัวเอง  ประเทศชาติก็มีค่าใช้จ่ายและเวลาที่ผ่านไปแล้ว ตรงนี้เหมือนกัน

ถ้าคนที่เรียนจบมาแล้ว ไม่สามารถทำงานด้วยจิตใจที่เสียสละ แบบนี้ทุกคนขาดทุนยับเยินค่ะ  ฟันธง