อนุทิน #123111

นอนป่วยให้ร่างกายขับพิษออกจากร่างกายตั้งแต่เมื่อวาน09.35น.มาฟื้นและทุเราพิษเอาราวๆ5 โมงเย็น

นับเวลาดูแล้วพบว่าหลังรับประทานอาหารเช้าไปแล้ว1.30น.พิษเริ่มกำเริบ ฝ่ามือทั้งสองข้างบวมแดง เริ่มคันตามเนื้อตัวและขาทั้งสองข้าง คันตามนิ้วมือ นั่งทบทวนว่าตั้งแต่ตื่นมาไปทำอะไรมา โดนอะไรมาบ้าง

ได้ข้อสรุปคือ1.ทั้งคืนไม่ได้นอน เพราะนอนไม่หลับ ลุกจากที่นอนตอนตี2,ตี3 และ06.15 น.ตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวไปออกกำลังกาย ใจไปอยู่ที่รำไทเก็ก คิดตลอกเวลาว่าหากร่างกายเหนื่อยมากๆบางทีจะแก้ไขอาการไม่นอนหรือนอนไม่หลับได้บ้าง

ข้อที่ 2.เมื่อไปออกำลังกายใช้เวลา 45 นาที รู้สึกเหนื่อยมาก เหงื่อจากรำไทเก็กและรำนกไหลเปืยกร่างกาย

ค่อยๆเดินให้ลมพัดร่างกาย เดินไปรอบๆสวนสุขภาพที่มีกลิ่นหอมของดอกแก้ว และดอกไม้อื่น ไม่แน่ใจว่าดอกอะไร จำได้ว่าดอกแก้วเยอะมาก เดินไปได้ราว 200 เมตร รู้สึกว่าขาอ่อนแรงหาทางเติมพลังชีวิตก่อน

ข้อที่ 3 เรียกมอเตอร์ไซญด์รับจ้างไปส่งร้านอาหาร สั่งเลือดหมูต้ม 1 ชามและเน้นให้มีเซ่งจี๊หมู เลือด และหมูชิ้นผักตำลึงเยอะๆ ทานทุกอย่างหมดชาม แถมน้ำอีก 1 ขวด ค่อยมีแรง

ข้อที่ 4 เดินชมตลาดนัด ได้ต้นชมพู่ทับทิมมา 1 ต้น ราคา 150 บาท ตั้งใจว่าจะไปไร่เมื่อถึงบ้านแล้ว เดินดูต้นไม่ราวๆ30 นาที จึงกลับบ้าน

ข้อที่ 5 ทำงานบ้าน พ่อบ้านเตรียมตัวไปไร่แล้ว เริ่มรู้สึกง่วงอย่างแรง ใจหนึ่งอยากอาบน้ำก่อน เพราะอยู่กับเหงื่อมามากแล้ว ตอนนั้นเสื้อผ้าแห ้งแล้ว แต่อีกใจบอกว่า ถ้าอาบน้ำเธอจะพลาดการนอนหลับไปอีก1 วัน เป็นวันที่ 3

ข้อที่ 6 ตัดสินใจบอกพ่อบ้านว่าของีบ 10 นาที เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ ลุกขึ้นมานั่งและเกาแรกคิดว่ายุงกัด แต่อาการผื่นตามผิวหนังไม่ใช่มันเป็นคล้ายลมพิษ จึงรีับไปอาบน้ำเอาคารามายทาๆๆๆตลอดเวลาพร้อมกับง่วงมากๆ

ตัดสินใจกินยาแก้แพ้1 เม็ด แล้วก็ไม่หลับเพราะคันมาก

ข้อที่7 พ่อบ้านไปเอาใบรางจืดมาตำผสมน้ำให้ดื่ม พร้อมเอานมเปรี้ยวมาให้ 1 ขวดบอกว่าเผื่อดื่มรางจืดสดไม่ได้ แต่ปรากฏว่าดื่มหมดแก้วเลยไม่ต้องดื่มนมเปรี้ยวตาม เพราะอยากหาย บ่ายโมงอาการคันทุเลาลงไปครึ่งแล้วเริ่มคันใหม่ ผิวร้อนเป็นตัดสินใจอาบน้ำอีกครั้ง พ่อบ้านทำน้ำรางจืดให้ดื่มอีก 1 แก้ว แล้วให้ลองเอาใบรางจืดที่คั้นน้ำไปแล้วทาทั้งตัวเลย ไม่ใช้แล้วคารามาย และไม่กินยาแก้แพ้แล้ว ใช้รางจืดอย่างเดียว คลายร้อยลงบริเวณผื่นที่นูนขึ้นมาลดลงแต่ยังเหลือร่องรอยแดงเป็นปื้นจางๆ เย็นพ่อบ้านทำน้ำรางจืดให้ดื่มอีก 1 แก้ว และทาตัว หลับยาวถึงเที่ยงคืนคอแห้งมาก เห็นน้ำรางจืดวางไว้ให้ก็ดื่มจนหมดเหลือก้นแก้วทาตามหน้าและแขนขา หลับต่อ ถึง 8 โมงเช้า

พี่พยาบาลโทรมารีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ใจคิดว่าวันนี้เป็นวันอังคารจึงสวมเสื้อสีชมพูไปรพ.น้องพยาบาลโย่งแซวว่า พรุ่งนี้ให้สวมเสื้อสีเหลือมานะ ....อิอิ

คืนนี้ตั้งใจว่าเสร็จจากบันทึกนี้แล้วจะรีบไปอาบน้ำนอน และต่อจากนี้จะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่มให้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง

บทสรุป ว่าเป็นลมพิษเพราะแพ้อะไร พ่อบ้านให้ข้อสังเกตว่าถ้าแพ้กลิ่นดอกไม้นั้น...ไม่น่าจะใช่   เพราะเราอยู่กับไร่มานานเจอไม้ป่าก็มากทำไมไม่แพ้

ฉันให้ข้อสังเกตตัวเองว่า อาจแพ้เซ่งจี้หมูก็ได้เพราะเราไม่ได้รับประทานมันมานานนับ 10ปีได้แล้ว

อาหารทะเลช่วงนี้ก็ไม่ได้ทาน ที่สำคัญคือร่างกายอดนอนมากเกินไป มันจึงอ่อนเพลีย และเป็นเหตุให้ขาดภูมิต้านทานก็เป็นได้ ประเด็นหลังนี้ค่อนข้างมีน้ำหนักว่าประเด็นอื่น...ไปเตรียมตัวนอนก่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องเจาะเลือดตรวจทัยรอยด์และระดับไขมันด้วย

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (15)

หายไวๆ นะครับพี่ต้อย

-สวัสดีครับ

-ตามมาให้กำลังใจครับ

-วันก่อนคนใกล้ตัว"มดตะนอย" มีผื่นขึ้นพาไปหาหมอได้ยามาทา

-ตอนนี้ดีขึ้น

-พรุ่งนี้คนใกล้ตัวจะไปตรวจสุขภาพเหมือนกันครับ

ส่งกำลังใจ... พี่ครูต้อย หายไวๆนะคะ

ขอบคุณค่ะน้องอ อ.นุ 

เช้านี้สุขภาพดีขึ้นมากค่ะ

แต่กว่าจะได้คิวเจาะเลือดก็นานเกือบ12.00น.ค่ะ

เพราะมีพี่จิตอาสาท่านหนึ่งมารับบริการเอ็กเซย์ตรวจสุขภาพ

และได้โอกาสดีช่วยบริการพี่จิตอาสาซึ่งเป็นอดีตข้าราชการของกระทรวงศึกษาธิการ

กว่าจะส่งพี่จิตอาสารพ.ชุมชนเสร็จก็เกือบ11 โมงแล้วค่ะ ไปนั่งรอคิวก็เลยใกล้เที่ยงพอดี 

ผลเลือดทัยรอยด์จึงออกไม่ทันตรวสจึง ต้องเลื่อนไปพรุ่งนี้อีก 1วันค่ะ

เวลาที่เหลือจึงทำงานจิตอาสา และไปหาความรู็เรื่องการทำสปาต่อ

ซึ่งนับว่าโชคดีได้รับความอนุเคราะห์จากจนท.ในรพ.ช่วยเป็นธูระจัดหาเอกสารความรู็ให้อ่านค่ะ

ขอบคุณอ.Wasawat Deemarn นะคะ

กำลังใจดอกไม้นี้มีคุณค่าต่อการเรียนรู้

และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณค่ะน้อง เพชรน้ำหนึ่ง ส่งกำลังใจมาให้

ขอให้คนใกล้ตัวของน้องหายไว ๆสุขภาพแข็งแรงๆนะคะ



น้องTawandin แวะมาให้กำลังใจ พี่ต้อยขอบคุณนะคะ

วันนี้กว่าจะได้ทานข้าวกลางวันจึงกลายเป็ฯเวลา บ่าย 2 โมง

เพิ่งรู้ว่าตัวเองอดข้าวเก่งเหมือนกัน อิอิ

แบบนี้น่าจะพร้อมขึ้นไปปฏิบัติธรรมได้แล้ว

หลังทานข้าวก็ไปรับงานเกี่ยวกับการดูแลคนต่างชาติที่มาใช้บริการ

โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ค่ะ เป็นความปรารถนาดีของทีมงานผู้ใหญ่ที่ต้องการให้มีจิตอาสาแม่ตั้งครรภ์ขึ้น

เพื่อให้คนต่างชาติได้ดูแลกันเอง พี่เองก็เห็นด้วย จึงตั้งใจว่าต้องทำงานเพื่อค้นหาจิตอาสาแรงงานต่างชาติ

ไปพร้อมๆกับการทำงานจิตอาสาด้านอื่นๆด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ

ขอบคุณดอกไม้แห่งกำลังใจจากท่าน วิชญธรรม มากนะคะ ขอบคุณค่ะ


on time
IP: xxx.87.127.120
เขียนเมื่อ

เรียน พี่ครูkrutoiting คะ

ก่อนอื่น ดิฉันขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้เป็นคุณหมอค่ะ  พี่ครูkrutoiting  ดีขึ้น ผื่นยุบหรือยังคะ ?

ดิฉันได้คิดอยู่ตลอดทั้งวันเลย จะเขียนประสบการณ์นี้ไหม ?

อาการผื่นที่เกิดกับพี่ครู ไม่ใช่ผื่นธรรมดาที่ร่างกายสามารถจะขับพิษได้เองตามธรรมชาติได้โดยง่าย   

เมื่อเป็นผื่น สิ่งแรกที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ อาหารที่มีสัตว์ต่างๆ จะเชื่อไหมคะ ?

ดิฉันเคยอ่านบันทึกของท่านอาจารย์คนถางทาง  http://www.gotoknow.org/posts/517419  ผลทดลองรักษาโรคแบบหมาแมว (ด้วยการอดอาหาร)  ตรงกับภาคปฏิบัติของตัวเอง  แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ ก็ยังใช้ไม่ได้กับผื่นที่พี่ครูเขียนเล่ามาค่ะ

หลังจากที่เคยเสียรู้เรื่องหมอเรื่องยา และมีภาระกิจสำคัญ ดิฉันได้ใช้โอกาสและเวลาในการเฝ้าติดตามคนใกล้ตัวและตัวเอง เช่น กินยาไหน รักษาโรคแบบไหน หาย หรือ ไม่หาย  สรุปได้ว่า  ผื่นแบบพี่ครู เบื้องต้นต้องรีบหยุดไม่ให้ลุกลามด้วยยา Prednisolone tab (5mg.) ปริมาณที่กินขึ้นอยู่กับปื้นของผื่นที่เห็นด้วยตา  ซึ่งปื้นผื่นมักลุกลามรุนแรงเวลาใกล้ค่ำไปถึงเที่ยงคืน และยาตัวนี้มีวิธีหยุดยาโดยการทิ้งเวลารับประทานให้ห่างลงไปเรื่อยๆ จนหยุดยาไปเลย และขณะนี้ ยาตัวนี้ไม่สามารถหาซื้อเองได้ตามร้านขายยา ต้องมีคุณหมอสั่งให้ยาค่ะ  และยิ่งถ้าไม่เคยใช้ยาตัวนี้ ก็ยิ่งต้องอยู่ในความดูแลของคุณหมอ 

เรียกว่าเรื่องยาอยู่ในความดูแลของคุณหมอ ส่วนเรื่องอาหารเราต้องช่วยสังเกตตัวเอง ซึ่งมีข้อคิดว่า  ทุกๆ วันร่างกายมีของเสีย แม้ไม่กินอะไรเลยกลไกของร่างกายก็สามารถผลิตของเสีย ไปพร้อมๆ กับการขับของเสีย  คนที่ไม่สบายส่วนมากกลไกของการขับของเสียจะไม่มีประสิทธิภาพดีเท่าคนที่แข็งแรงค่ะ  นี่คือเหตุผลของบันทึก(ด้วยการอดอาหาร)ของท่านอาจารย์คนถางทาง

ทั่วๆ ไปที่เคยมีประสบการณ์  เมื่อปื้นผื่นยุบลง ก็กินยา Prednisolone tab (5mg.) ตอนกลางคืน 1คืนเว้น1คืนไปอีก3วัน  ส่วนเช้า ก็กินยาลอร่าซาดีน1เม็ดหลังอาหารเช้า ไประยะหนึ่ง จนหยุดผื่นหยุดคันได้ ปรึกษาคุณหมอด้วยนะคะ

ส่วนรางจืด  ให้ซื้อแบบเป็นท่อนไม้ตากแห้ง จากร้านขายยาแผนไทย ต้มน้ำ ดื่มไปเรื่อยๆ  พอหายคันก็ยุดดื่มนะคะ

ยาทุกชนิด มีเพื่อรักษาอาการ ไม่ใช่เพื่อป้องกันโรค หายแล้วต้องหยุดยานะคะ  การหยุดยาอยู่ที่การสังเกตตัวเอง คุณหมอไม่ได้มาอยู่กับเราตลอดเวลา

ส่วนยาทา  ผื่นแบบนี้คาราไมด์ช่วยไม่ได้ รับประกันค่ะ  ต้องใช้ประเภท TA  หายแล้วก็หยุดทานะคะ ปรึกษาคุณหมอเหมือนกันค่ะ

ขอให้พี่ครูkrutoiting หายป่วยเร็วๆ นะคะ  




ขอบคุณค่ะ คุณ on time

ตอนนี้อาการของพี่ทุเลาเกือบปกติทุกอย่างแล้วค่ะ และขอขอบคุณมากๆในความกรุณา

พี่ได้อ่านทบทวน 2 ครั้งทำให้ซาบซึ้งในกัลยามิตรที่ผ่านเข้ามาในg2k บ้านแห่งรักหลังนี้

และได้โหลดหาข้อมูลว่าเป็นตัวยาชนิดเดียวกันกับที่พี่เคยมีปัญหาหรือไม่จากที่นี่ค่ะ

http://www.drugs.com/answers/ve-prescribed-tab-prednisone-5mg-6-tablets-daily-615730.html

หลังจากฟื้นแล้วพี่ได้ไปหาฟางข้าวด้วยเคยแพ้ฟางข้าวมานานเมื่อ30กว่าปีที่แล้ว

ปรากฏว่าไม่ใช่เรื่องฟาง แต่ยังไม่แน่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับละอองฝุ่น ละอองเกสรหรือไม่

ต้องรอให้หายสนิทอีกครั้งแล้วจะกลับไปรำไทเก็กในเวลาเดิมที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุให้เจอค่ะ

สำหรับยาที่แนะนำมานี้เป็นตัวยาที่พี่เคยแพ้ค่ะ อาการแพ้คืออาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก

ต้องใช้ความพยายามให้หลุดจากอาการดังกล่าว ด้วยพุทธคุณคือสวดพระคาถาชินบัญชร 

ให้จิตใจเข้มแข็งกับการพยายามเอาลมหายใจคืนมาในครั้งนั้น 

และนับแต่นั้นมายาที่รับประทานจะได้รับความเอาใจใส่จากคุณหมอตามที่น้องแนะนำว่า

"การใช้ยาต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์" และนี่ก็เป็นอีกเหตผลหนึ่งที่ทำให้พี่ต้องหันหน้าเข้าหาธรรมชาติ

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ประสบการณ์ที่น้องได้แบ่งปัน 

จะยังเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆท่านที่สนใจดูแลสุขภาพตัวเองนะคะ 

ขอบคุณค่ะ อ.น้องหมอ ป.

พี่คิดตามแบบพี่นะคะว่า โรคภัยไข้เจ็บก็คงไม่ต่างกับการออกแบบดีไชด์เสื้อใส่นะคะ มีแตกต่างกันที่ความเก๋แปลกของแบบ หรือไม่ก็แบบเดิมๆแต่มีกิ๊บเก๋มีมุมมอง มุมดูแลรักษาแตกต่างกันไปทั้งๆที่มันก็คือเสื้อนั่นแหละ

ก็คือมันก็ทำให้เราไม่สบายเนื้อตัวนั่นเองไม่ว่าจะป่วยเป็นอะไร มันทำให้เราไม่ธรรมดา อิอิ

on time
IP: xxx.87.127.120
เขียนเมื่อ

ดิฉันดีใจที่พี่ครูkrutoiting หายดีแล้วค่ะ  ดิฉันได้เข้าไปดูตามลิ้งก์ที่พี่ครูให้มาแล้ว และไ้ด้ใช้บริการของคุณลุงกูเกิ้ลช่วยแปล  ขอบคุณมากค่ะ

ประสบการณ์ตอนที่ผื่นขึ้นหนักๆ และคัน เมื่อโดนยาฆ่าแมลง ดิฉันกินยา Prednisolone tab (5mg.) เช้าและเย็น ครั้งละ1เม็ด แอบลดยาตัวนี้เองตั้งแต่ตอนเริ่มกิน (ผื่นยุบเร็วมาก) 

ส่วน Loratadine ลอราทาดีน ที่เคยใช้ เป็นยาแก้แพ้ กินตอนเช้าวันละ1เม็ด  สำหรับคนสูงอายุที่ไม่ได้กินยาอื่น  บางครั้งมีผื่นคันไม่มาก ดิฉันก็กินตัวนี้  เพราะต้องทำงาน ตัวนี้กินแล้วไม่ค่อยง่วง และปลอดภัยกว่าตัวอื่น

เมื่อกินยาแก้แพ้ทุกตัว  จำเป็นที่ต้องกินน้ำเปล่าตามมากๆ ด้วยค่ะ

"การใช้ยาต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์"   และต้องสังเกตอาการตัวเองคู่กันไปด้วย  การหยุดยาอยู่ที่การสังเกตตัวเอง คุณหมอไม่ได้มาอยู่กับเราตลอดเวลา  (หมายเหตุ  มียกเว้นยาปฎิชีวนะ ยาฆ่าแบคทีเรีย ถ้าคุณหมอสั่งยาพวกนี้ให้ แอบลดยาเองไม่ได้ ต้องกินให้ครบโดสค่ะ)


ขอบคุณค่ะ น้องon line

ขอบคุณความรู้และความปรารถนาดีพี่จะจดจำไว้เผื่อจะได้ให้ผู้อยากรู้ได้เข้ามาอ่านด้วยตัวเองนะคะ

พี่เคยฟังเพื่อนชาวไร่หลายคนบอกว่าเมื่อเขาฉีคดยาฆ่าหญ้า และแพ้มึนศีรษะ หรือคัน เขาจะรีบทานรางจืดทันที

พี่บอกว่าที่ไร่ของสามีปลูกไว้มาเด็ดไปต้มอาบได้เลยนะคะ แต่ช่วงนี้มันจะเหงาไปมากเพราะต้องสู้ภัยแล้ง

รางจืดชอบอยู่ในร่มค่ะ 

on time
IP: xxx.120.47.231
เขียนเมื่อ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ  

พี่ครูkrutoiting เป็นคุณหมอ และคุณครูที่มีจิตใจดี และมีความสุข

ดิฉันเคยพบเห็นคุณหมอที่รังเกียจคนไข้ หลายครั้ง หลายคน ส่วนมากเป็นคุณหมอที่เริ่มมีอายุมากขึ้นแล้ว  แรกๆ ดิฉันก็ไม่เข้าใจภาษากายแบบนั้นค่ะ  พออายุมากขึ้นก็เริ่มค่อยๆ เข้าใจเหมือนเขามาให้เราได้เรียนรู้  ความคิดเมื่อสมัยวัยรุ่นเลือกเอ็นทรานซ์ซึ่งไม่ค่อยมีใครคิดเรื่องความสุขในอนาคต เพราะทุกคนมุ่งเรียนเพื่อหางานที่มีรายได้ดี

นั่นเพราะว่าอาชีพหมอ ต้องพบกับความไม่สบายของคน เหมือนได้พบเห็นสิ่งที่ไม่น่ายินดีอยู่ตลอดเวลา  กว่าจะเรียนหมอจบ7ปี และเมื่อ+ประสบการณ์ทำอาชีพอีก3ปี รวมเป็น10ปี  จะถอยไปเริ่มต้นเรียนเอาใบเบิกทางเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นก็ช้าเกินไปแล้ว  แม้มีspirit (สพิ'ริท) แต่ก็มีความทุกข์ไม่มากก็น้อย  

ดีใจที่พี่ครูkrutoiting ปลูกรางจืดดอกสีม่วง และได้ใช้ประโยชน์จากความหัศจรรย์ของพรรณไม้นี้  ส่วนดิฉันได้หาซื้อรางจืดแบบท่อนไม้ตากแห้งๆ จากร้านขายยาแผนโบราณ มาเก็บไว้ประจำบ้าน ต้มน้ำดื่มเป็นบางครั้งที่มีอาการไม่สบาย ก็ผ่านไปได้ด้วยดี  เคยถามคนขายว่า แบบที่เขาทำเป็นผงซองๆ เรามาชงน้ำร้อน คนขายบอกว่า แบบท่อนไม้ดีกว่า เป็นของแท้ ที่เป็นผงๆ ไม่รู้มาจากอะไร  แต่ไม่เคยถามเรื่องทำไมมีแต่ท่อนไม้กิ่งไม้ไม่มีใบเลย  ตอนนี้เริ่มสงสัยสงสัยแล้วค่ะ  ถ้ารางจืดของพี่ครูkrutoiting แพร่พันธุ์แบบใช้ไม่ทัน  ตัดเป็นท่อนๆ ตากแดดแห้งๆ เก็บไว้เป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจสร้างรายได้  คิดว่าน่าจะต้องดูอายุของกิ่งที่จะเก็บมาตากด้วย ตรงนี้ดิฉันยังไม่มีความรู้ค่ะ


ต้นรางจืดพอหาซื้อได้ตามตลาดไม้นะคะ ปลูกง่ายค่ะ เพียงแต่ตัดใต้ข้อเถาที่ไม่อ่อน หรือแก้ช่เกินไปแล้วปักชำไม่นานก็โตค่ะ โตเร็ว ต้องคอยเก็บใบและพันเถาไม่ให้เกกกะให้เป็นพุ่ม เว้นแต่ที่บ้านป่าก็ปล่อยให้เขาเดินไปตามธรรมชาติของเขา ส่วนอายุของเถาืั้จะนำมาตัดนั้นควรมีอายุ 1 ปีไปแล้วค่ะ

พี่ไม่ใช่แพทย์นะคะ เป็นเพียงอดีตครูตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ทำงานมีความคิดไม่อยู่ในกรอบที่เขาจัดให้ รักความอิสระทางความคิด และเดินทางตามความคิดของตนเอง ช่วงปลายอายุราชการก็สนใจเรียนรู้สมุนไพร และชอบปลูกป่า ชอบเรียนรู้วิถีธรรมชาติ และพยายามฝึกอยู่ค่ะ เวลาที่เหลือก็ปันไปเรียนวิชสาแพทย์โบราณ หลักๆเพื่อตัวเองค่ะ ทำตามปรัชญาชีวิตตัวเอง ขอบคุณค่ะ