ตอนที่ 1

         การประชุมนี้เป้าหมายผู้เข้าร่วมประชุมคือ "Policy Makers and Practioners"  โดยผู้จัดเชื่อว่า KM เป็นเครื่องมือสร้างขีดความสามารถขององค์กร   แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานวิจัยมีปัญหาด้านการสร้างและแพร่ความรู้ไปยังผู้กำหนดและผู้ใช้ความรู้

         แนวความคิดตามย่อหน้าข้างบนไม่ตรงกับความเชื่อของผม   ผมมองว่า KM ที่มีพลัง "พระเอก/นางเอก" คือตัวผู้ปฏิบัติงานและใช้ (และสร้าง) ความรู้ขึ้นในชีวิตการทำงานประจำวัน   ถ้ามองว่านักวิจัยเป็นพระเอกนางเอกน่าจะผิด

         นักวิจัยเป็นพระเอกนางเอกของเวทีวิจัย   ไม่ใช่พระเอกนางเอกของเวที KM   เพราะพระเอกนางเอกของเวที KM คือนักปฏิบัติ

         แต่ KM จะถึงดวงดาวอันได้แก่นวัตกรรมได้   นักปฏิบัติต้องไม่จำกัดอยู่แค่พนักงานระดับล่าง   แต่ผู้บริหารระดับสูงต้องวิ่งมา "กำหนดธง" และ "ถือธง" นำไปสู่ดวงดาว (นวัตกรรม) ที่ร่วมกันกำหนด

         ผมจึงเตรียมไปสังเกตว่าในการประชุมครั้งนี้ KM Experts จากที่ต่าง ๆ เขามอง KSF (Key Success Factors) ของ KM อย่างไร   การออกแบบการประชุมจะช่วยให้เกิดความเข้าใจนี้แจ่มชัดหรือไม่

         การประชุมนี้ชื่อ "Knowledge Management as an Enabler of Change and Innovation in Africa : A Conference for Policymakers and Practitioners"  กำหนด 3 วันคือ 11 - 13 มิ.ย.50   แต่ตัวสาระจิรง ๆ อยู่ที่ 2 วันแรก   โดยที่การประชุมแต่ละวันแบ่งเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 1.5 ชม. 

         ช่วงเช้าของทั้ง 2 วันเป็น plenary   วันแรกเป็นพิธีเปิดและ keynote speech เรื่อง "KM กับการพัฒนา"  และเรื่อง "KM กับ Knowledge Economy"  ส่วนวันที่ 2 เป็นเรื่อง "Applying Knowledge to Development Practice"

         ช่วงสายของทั้ง 2 วันเป็น Parallel Sessions ของวันแรกเกี่ยวกับ Development Process 3 เรื่องในเวลาเดียวกัน  
1. Innovation : KM กระตุ้นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างไร
2. Knowledge Networks
3. Indigenous Knowledge and the Role of Culture

         ส่วนวันที่ 2 เป็นเรื่องของ 3 sectors
1. การเกษตร
2. การสาธารณสุข
3. ICT

         ช่วงบ่ายทั้ง 2 วันเป็น Panel Discussion  วันแรกเรื่อง KM กับการปฏิรูประบบราชการ   วันที่ 2 เป็นการ ลปรร.ข้าม region ของโลก  โดยผู้ร่วมอภิปรายมาจากบราซิล อินเดีย และไทย (คือผม)

         ช่วงเย็นวันแรกเป็น Parallel Sessions ที่ 3  มอง KM ระดับองค์กร  ได้แก่
1. มหาวิทยาลัย & องค์กรขนาดใหญ่
2. NGOs
3. ภาคธุรกิจ

         ช่วงเย็นวันที่ 2 เป็นการสรุปและแนวทางดำเนินการต่อ

         วันที่ 3 เดินทางไปอเล็กซานเดรีย (210 กม.) เพื่อไปเยี่ยมชมกิจการของหอสมุดอเล็กซานเดรีย   ซึ่งมีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งความรู้ที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยมาก

         ความสนใจของผมก็คือ  ทำอย่างไรให้การประชุมไม่ใช่การประชุม NATO (No Action, Talk Only)

วิจารณ์  พานิช
 10 มิ.ย.50
โรงแรมคอนราด ไคโร