หลบในเรือนรู้สึกอันเลึกเร้น เอื้อมาเค้นบังคับจับแล้วปล่อย...
ความเหงาเจ้าอยู่ไหน
หลากอารมณ์โถมผ่านม่านรู้สึก
ในสำนึกโศกซ้ำจนย่ำแย่
หรือสุขแสนแดนสรวงในดวงแด
ยังเผื่อแผ่ความเหงาเข้าปะปน
เกิดคำถามความเหงาเจ้าอยู่ไหน
หลบอยู่ในปลายตรอกซอกถนน
แอบสิงสู่อยู่ในดวงใจคน
หากหลงทนเป็นทาสแทบขาดใจ

ถามชาวดงธรรมดาในป่าดิบ
เขากระซิบตอบว่า “ข้าไม่ใช่”
“ข้าพอเพียงปล่อยวางอยู่ข้างใน
เหงาอยู่ไกลเกินกว่าหาไม่เจอ”

ถามเรื่องเหงาชาวกรุงยิ่งยุ่งกว่า
บ้างตอบ “มาทุกคราวที่เราเผลอ”
บ้างไม่เหงาไม่เคยเลยนะเออ
บ้างละเมอยังเหงาจนเรางง

เหงาไม่ใช่อาคารสถานที่
เหงาไม่มีชนชั้นอันสูงส่ง
เหงาไร้คำจำเพราะหรือเจาะจง
เหงายังคงเคว้งคว้างพลางล่องลอย

หลบในเรือนรู้สึกอันลึกเร้น
เอื้อมมาเค้นบังคับจับแล้วปล่อย
ไปแล้วมามาแล้วไปไม่เคยคอย
เห็นเพียงรอยเลาเลาเงาบางบาง
(ขอบคุณทุกภาพจากอินเทอร์ใกล้มือคว้า)
โสภณ เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

เรียนท่านอจ.โสภณ
- ตำตอบของ...ความเหงา...อยู่ที่ "จิต+ใจ" ( มุมมองของผู้ตอบนะคะ)
เหงาจัง...
อาจารย์เก่งจังนะคะ
แต่งกลอนก็ดี
บทความก็เขียนเก่ง
บทวิเคราะห์ก็ได้
บรรยายความสุขธรรมชาติก็น่าอ่าน
อยากเรียนแบบบ้างสักครึ่ง...ก็ยังดี
เหงา คำนี้บางคราก็เคยเหงา
แก้ด้วยเราหาใช่ใครอื่นใดหนา
ทำทุกวันทำให้ชิน ทำให้ชา
จะรู้ว่าความเหงานั้นไม่นิรันดร์..
แอบมาแต่งกลอนแก้เหงาด้วยคนครับ อาจารย์..
@@@เสียงถามหาความหงอยเหงาเจ้าอยู่ไหน
ใครต่อใครถึงต้องอ้างไม่ห่างหาย
มีตัวตนหรือล่องหนจนชีพวาย
หาแทบตายกายแนบใจใจแนบกาย@@@
มันมาบ่อยครับ อาจารย์ เวลาเผลอสติ มันทำร้ายเสียจนลืมตัว
ขอบคุณสำหรับคำกวี
ที่มาเติมเต็มนะครับ
เป็นเวทีทดลองเขียนกันครับ
ขอบคุณสำหรับกวีเพราะๆ
นำมาวางไว้ เพื่อเพิ่มอรรถรส
แลกเปลี่ยนบทกวีกัน
ผมเคยเหงาครั้งแรกที่จำได้คือ
ตอนออกจากบ้านไปเป็นเณร
ตอนเย็นยามโผล่เผล้ เห็นแสงตะวันที่ขอบเขา
นกดุเหว่าร้องมาไกล ๆ นั่งใกล้กุฏิริมป่าช้า
วังเวงสุดๆ ร้องไห้เป็นอาทิตย์
หลังจากนั้น ไม่ร้องไห้ ปีหนึ่งกลับบ้านแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง
สวัสดีครับอาจารย์โสภณ
เห็นอาจารย์ที่ไร นึกถึงท่านอาจารย์ ดร.สุนทร ท่านเคยเป็นพระจบ ดร จากอินเดีย
แปลเก่งมาก แปลคำสวดมนต์จากไทย เป็นอังกฤษ
แต่งกลอนก็เพราะ มหาวิทยาลัยที่นี่จ้างไปเป็นอาจารย์ท่านก็ไม่เอา
ตอนนี้ท่านสึกไปเสียแล้ว ไม่ได้เจอมาหลายปี เพราะกลับไปอยู่เมืองไทย
ได้เห็นอาจารย์ก็เหมือนเห็นกัลยาณมิตรนะครับ
โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนานและทุกข์ทน รอคอยใครบางคน มาหยุดมัน
เหงา = คนไม่มีแฟน
เหงามาก = คนที่เคยมีแฟน
เหงาที่สุด=คนที่มีแฟนเหมือนไม่มี
สวัสดีค่ะ อจ.มาให้กำลังใจและเก็บเกี่ยวความรู้ รักษาสุขภาพค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ชำแรกลึกในกมลคนท้อถอย
ยามอยู่เดียวเปลี่ยวจิตคิดเฝ้าคอย
ตะวันคล้อยยิ่งเจ็บปวดร้าวรวดใจ...
ดอกไผ่
แท้จริงชีวิตนี้มีอะไรให้ทำอีกมากมาย ถ้ารู้จักหาอะไรทำชีวิตนี้ไม่มีเหงานะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
อาจารย์แต่งกลอนได้เพราะมากๆ เลยค่ะ
ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ^^
ผมว่าคำนี้เท่ดีมากเลยครับ