ที่สำคัญหากแม่บ้านช่างเย็บผ้าเหล่านี้จะรวมตัวช่วยเหลือกันได้ในรูป "สหกรณ์" หรือทำนองนี้ ที่สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็คงมีรายได้จุนเจือครอบครัวได้อีกทาง ที่สำคัญ ครอบครัวคงมีสุขได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้า ไม่ต้องอยู่กันคนละทิศละทางเหมือนก่อน

เมื่อกว่า ๑๐ ปีก่อน ที่การศึกษายังไม่เข้าไปถึงหมู่บ้านบนดอยห่างไกลอย่างทั่วถึงเช่นปัจจุบัน ทำให้กลุ่มเยาวสตรีเป็นที่น่าห่วงใยต่อการถูกล่อลวง การมีวิชาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้อย่างสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญด้านการปักผ้าของสตรีชนเผ่า เช่นวิชาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่หลายองค์กรใช้ในงานส่งเสริมศักดิ์ศรีของสตรีชนเผ่า

แต่การศึกษาจากภายนอกก็ล้วนนำพาเยาวชนให้ออกจากชุมชนไม่แตกต่างกัน เยาวสตรีที่ได้เล่าเรียนวิชาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าเหล่านี้ จึงไม่อาจกลับไปประกอบอาชีพในชุมชน ทั้งหมดล้วนมุ่งหน้าสู่ร้านเสื้อ หรือโรงงานในเมืองใหญ่แทบทั้งสิ้น

วันเวลาผ่านไป หลายคนมุ่งมั่นประกอบอาชีพตามที่ตนเรียนมาอยู่ในเมือง อีกหลายคนได้พบรักกับหนุ่มในเมือง จนไม่มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตบนดอยอีก แต่อีกหลายคนที่ได้พบรักกับหนุ่มดอยที่เข้าไปทำงานรับจ้างเช่นกัน ได้จูงมือกันกลับมาสร้างครอบครัวในชุมชนบนดอยอีกครั้ง หากเพียงพอแล้วกับชีวิตในเมืองใหญ่

ฉันกำลังอยู่กับอดีตเยาวสตรีที่เคยเป็นช่างเย็บผ้าหลายคน ที่ปัจจุบันกลับมาเป็นแม่บ้านที่ช่วยสามีทำไร่และเลี้ยงลูก ท่ามกลางการจำกัดการใช้ทรัพยากรป่าไม้ที่เคยใช้ได้อย่างเสรีเช่นในอดีต ทำให้หลายคนมีที่ทำกินไม่เพียงพอ ครั้นอยากจะเข้าไปทำงานในเมืองอีกก็สู้เศรษฐกิจไม่ไหว

จึงกำลังคบคิดช่วยเหลือกัน กัดฟันสู้ในท้องถิ่น เพราะยังสามารถเพาะปลูกยังชีพลดรายจ่าย ที่สำคัญหากแม่บ้านช่างเย็บผ้าเหล่านี้จะรวมตัวช่วยเหลือกันได้ในรูป "สหกรณ์" หรือทำนองนี้ ที่สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็คงมีรายได้จุนเจือครอบครัวได้อีกทาง ที่สำคัญ ครอบครัวคงมีสุขได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้า ไม่ต้องอยู่กันคนละทิศละทางเหมือนก่อน

แต่รูปแบบการรวมกลุ่มลักษณะนี้จะเป็นอย่างไรได้บ้าง อยากขอคำแนะนำ เพราะไม่อยากดำเนินการเป็นร้านของใครคนหนึ่งแล้วจ้างลูกจ้าง แต่อยากรวมกันเป็นร้านของเราที่ช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน

ใครพอมีคำแนะนำเรื่องนี้บ้าง ขอช่วยด้วยค่ะ