เมื่อวานไป วัดลาว วันนี้ไปวัดศรีลังกา มาค่ะ
วันที่ 15 กค 2550
เช่นเดียวกับวัดลาวค่ะ วัดศรีลังกา หรือ ชื่อทางการคือ Buddhist Vihara Society in B.C. นี้อยู่นอกเมืองแวนคูเวอร์ค่ะ ขับรถไปประมาณ 45 นาทีก็ถีงค่ะ
วันนี้ได้ไปที่นี่เพราะมีพระศรีลังกาชื่อดังมาสนทนาธรรมค่ะ
ท่าน ภันเต คุณารัตนา (Bhante Gunaratana) หรือที่คนที่นี่เรียกสั้นๆว่า ภันเต จี (Bhante G.) มาจาก Bhavana Society ที่ West Virginia ในอเมริกา ค่ะ ท่านเขียนหนังสือสอนการเจริญสติที่ชื่อ Mindfulness in Plain English [เป็นหนังสือที่ผู้อ่านได้มาเป็นของขวัญวันแต่งงานจาก เพื่อนคุณแม่ที่น่าเคารพมากๆท่านหนึ่ง]
[Wisdom Publications, Boston. 2002]
ท่านเทศน์ตั้งแต่ 6 โมงถึงทุ่มครึ่งแล้วก็ปล่อยให้ถามอีกครึ่งชั่วโมงค่ะ
เนื่องจากอยากพิมพ์ให้อ่านกันอย่างละเอียด จะขอแยกไปเป็นอีกบันทึกนะคะ
วันนี้จะมาเล่าโดยคร่าวๆพร้อมรูปประกอบว่า ประสบการณ์การไปวัดศรีลังกาเป็นอย่างไรบ้าง

บ้านด้านหน้าคือกุฏิ + ห้องสมุด + สำนักงาน
อาคารด้านหลังคือศาลาธรรมค่ะ

ท่านเริ่มพิธีการด้วยการนำสวดมนต์ (บทกราบพระรัตนตรัย และ ไตรสรณคมน์)
ทุกคนจะยืนเป็นแถวเดียวกัน หลังติดผนังไปรอบๆห้อง ต้นแถวก็จะส่งต่อแจกันดอกไม้ที่จะถวายพระพุทธรูปให้ทุกคนได้ถือส่งไปรอบๆห้องจนถึงพระท่านค่ะ
ขณะส่งก็สวด "อิติปิโส" วนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถวายเสร็จค่ะ
ที่น่ารักและน่าสนใจคือ เด็กๆที่มาร่วมงานจะเป็นคนถือเชิงเทียนเดินไปรอบๆวงให้เราเอาเมือไปแตะร่วมอนุโมทนา ก่อนที่จะนำเทียนไปถวายพระ
ตอนที่สวดไตรสรณคมน์ ... พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ .... ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง 6-7 ขวบได้ สวดดังมาก ตรงท่อน "คัจฉามิ" ท่อนอื่นจะดำน้ำเล็กน้อย แต่พอ "คัจฉามิ" นี่ดังมาก : ) ทำเอาผู้ใหญ่อมยิ้มไปตามๆกัน
เมื่อถวายครบของที่นำมา พระท่านก็นำสวดมนต์ต่อ
นโม 3 จบ ต่อด้วยสวดถือศีล 5 ก็เป็นอันจบพิธีการก่อนเทศนาธรรม

งานนี้มีคนที่ไม่ได้เป็นคนศรีลังกาแค่ 5 คน แต่ท่านก็เทศน์ภาษาอังกฤษสลับกับภาษาศรีลังกาตลอด ทำเอาเราเกรงใจ ตั้งใจฟังมาขึ้นไปอีกค่ะ
หัวข้อที่ท่านสอนหลักๆมี 2 เรื่องคือ
1. บุญ กับ กุศล ต่างกันอย่างไร ทำไมต้องทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน
2. เจริญสติทำสมาธิแบบเมตตาธรรม (Metta Meditation หรือ ภาษาศรีลังการคือ ไมตรีภาวนา) มีประโยชน์ 11 ข้อ ท่านก็ไล่ไปทีละข้อ แฝงการสอนไปในแต่ละข้อ มีการเล่านิทานชาดกบ้าง ยกพระสูตรมาสอนบ้างสลับกันไป
อ่านตอนต่อไปได้ที่นี่ค่ะ (คลิก)
ที่บ้านก็มีเด็กหญิงที่คุณแม่หมอมัทนาเป็นผู้ทำคลอด ที่สามารถสวด พุทธัง เบา แล้วสรณัง คัจฉามิ ดังๆ ได้เหมือนกันล่ะ
แถมเวลาแผ่เมตตา ยังชอบพูดคำว่า "ข้าพเจ้า" เป็นคำว่า ผ้าขะเจ้า
พี่เดาว่าคำว่า ภันเต น่าจะเป็นคำเรียกกลางๆ เหมือนคำว่า หลวงพี่ หลวงพ่อ หรือ พระอาจารย์ มากกว่าจะเป็นชื่อท่านนะ
เพราะเวลาบวชที่เมืองไทย ใครบวชก่อนเรา เราก็ขึ้นต้นคำเรียกเขาว่าภันเตล่ะ ส่วนคำว่า จี เคยได้ยินเขาเรียกต่อท้ายท่านคานธี ว่าคานธีจี
เดาเอาอีกล่ะว่า ภันเตจี น่าจะหมายความคล้ายๆ กับว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อ...
ใช่แล้วค่ะ ภันเต เหมือนๆกับคำว่า Venerable
ฝรั่งไม่คุ้นชื่อยาวๆ คุณารัตนา เรียกยาก เลยเรียกย่อๆจาก Gunaratana ว่า G.
น้องพิมพ์น่ารักจังเลย! : )
ขอขอบคุณอาจารย์มัทนา...
เรียนท่านผู้เจริญ
ขอบคุณสำหรับคำสอนที่เข้าใจง่ายทำได้จริงแต่กระผมเป็นปุถุชนแม้จะพบจิตที่บริสุทธิเมี่อเกิดกิเลสเข้ามาในจิตจะเป็นกามราคะ
ความโลภ ความพยาบาท แต่สติของวิปัสนาจะทำลายในท้นที่เพี่อให้จิตบริสุทธิตลอดเวลาไม่ยึดมั่นอะไรในโลกจิตจะว่างรู้ว่าคิดอะไรตลอดเวลาถ้ามีความคิดเกิดขึ้นแต่ทำไมกระผมไม่เห็นนรกหรือสวรรค์เลยครับหรือว่ากระผมปฏิบัติไม่ถูกช่วยแนะนำด้วยครับ