พ.ร.บ. มน. |
|
พ.ร.บ. ม.มหิดล |
|
| มาตรา ๘ | มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงาน ดังนี้ (๑) สำนักงานมหาวิทยาลัย (๒) วิทยาเขต (๓) คณะ มหาวิทยาลัยอาจมีส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าส่วนงานตามวรรคหนึ่ง เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนงานในมหาวิทยาลัยอีกได้ ส่วนงานตามวรรคหนึ่งและวรรคสองอาจแบ่งเป็นหน่วยงานภายในของส่วนงานนั้นอีกได้ |
มาตรา ๑๐ | มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงาน ดังนี้ (๑) สํานักงานสภามหาวิทยาลัย (๒) สํานักงานอธิการบดี (๓) วิทยาเขต (๔) คณะ มหาวิทยาลัยอาจให้มีส่วนงานที่ เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อดําเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนงานในมหาวิทยาลัยอีกได้ สํานักงานอธิการบดี มีหน้าที่ จัดการงานบริหารทั่วไปของมหาวิทยาลัย หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย คณะ มีหน้าที่จัดการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต และบัณฑิตศึกษา ทําการวิจัยนําผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ และให้บริการทางวิชาการ สํานักงานสภามหาวิทยาลัย สํานักงานอธิการบดีวิทยาเขต คณะ และส่วนงานที่ เรียกชื่ออย่างอื่น อาจแบ่งส่วนงานเป็นหน่วยงานภายในของส่วนงานนั้นได้ |
ข้อสังเกต
- มน. กำหนด ส่วนงานระดับสูงสุดของมหาวิทยาลัย เป็น สำนักงานมหาวิทยาลัย ถ้ากลับไปพิจารณา ความหมายของคำว่า สำนักงานมหาวิทยาลัย ในมาตรา ๔ อีกครั้ง ก็จะพบว่า หมายถึง ส่วนงานบริหารกลางของมหาวิทยาลัย ดังนั้น ดิฉันจึงสรุปเอาเองว่า สำนักงานมหาวิทยาลัย แบบใหม่ ไม่ต่างอะไรจาก สำนักงานอธิการบดีแบบดั้งเดิม
- ม.มหิดล กำหนดส่วนงานระดับสูงสุด เป็นสำนักงานสภามหาวิทยาลัย รองลงมาเป็น สำนักงานอธิการบดี โดยระบุหน้าที่ของสำนักงานอธิการบดีไว้ชัดเจนว่า จัดการงานบริหารทั่วไปของมหาวิทยาลัย หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
- สำนักงานสภามหาวิทยาลัย เป็นของใหม่ เป็นนวัตกรรมใหม่ด้านโครงสร้างการบริหารมหาวิทยาลัยของมหิดลกระมังคะ ดิฉันคิดเอาเองว่า เจตนาของการแบ่งส่วนงานดังนี้ก็เพราะ ในยุคมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ทำให้สภามหาวิทยาลัยต้องแสดงบทบาทมากขึ้น มีงานมากขึ้น จึงต้องมีหน่วยงานที่เป็นเหมือนเลขา ให้การสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ แก่สภามหาวิทยาลัย และเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อสภามหาวิทยาลัย
ชื่นใจ เหมือนได้น้ำทิพย์ชโลมใจในหน้า Blog ของคุณรัตน์ชนกจริงๆค่ะ : )
ให้กำลังใจอาจารย์ครับ วันนี้ไปร่วมประชุมกับ ม.มหิดล อาจารย์ที่นั่นก็ยังบ่นเรื่องนี้อยู่ ว่าจะเอาอย่างไรดี มีปัญหาจนเครียด
ขอบคุณ "ลุงเอก" มากค่ะสำหรับกำลังใจ
ดิฉันก็เป็นห่วงพรรคพวกที่มหิดลเหมือนกัน เพื่อนรักคนหนึ่งของดิฉัน เป็นผู้บริหารที่มหิดล ก็ถูก พ.ร.บ. บีบให้ตัดสินใจภายใน 60 วัน นับจากวันที่ พ.ร.บ.ใช้บังคับ ว่าจะออก หรือไม่ออกนอกระบบ ถ้าไม่ออกก็ได้ แต่ต้องลงจากตำแหน่งบริหาร แต่ถ้าออกก็สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนครบวาระ
แม้เขาจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วก็ตาม ว่าจะขอออกนอกระบบ แต่เอาเข้าจริง เมื่อถึงวันที่ต้องตัดสินใจ ก็หวิวๆ (แทบจะเป็นลม...มั้ง?) เหมือนกัน
7 ปีที่แล้ว ดิฉันก็เป็นอย่างนี้ ทั้งที่อยากจะคุยว่า ดิฉันเป็นคนชอบความเปลี่ยนแปลง ชอบของแปลก ชอบความท้าทาย ยังต้องทำใจอยู่นานทีเดียว... เช่นกัน
<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
สวัสดีจ๊ะเยา (sarita) ยังจำได้อยู่เลยว่า มีอยู่ช่วงหนึ่ง (ตอนนั้นเยายังอยู่ที่ สหเวชฯ มน.)ที่เราเคยศึกษาเรื่อง พ.ร.บ. ออกนอกระบบด้วยกัน แล้วเยายังอุตส่าห์หา พ.ร.บ. ม.อื่นๆ ตั้ง 3 มหาวิทยาลัย ซึ่งเขียนเทียบกัน มาตราต่อมาตรา มาให้ดู เป็นเพราะเยาแท้ๆ ตอนนั้นอาจารย์ถึงได้เรียนรู้มากทีเดียว นี่ขนาดอยู่ไกลกัน ยังตามมาให้ความเห็นและให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก ไม่ทราบจะบอกว่ายินดีแค่ไหน โดยเฉพาะบันทึกนี้ เยาทำให้อาจารย์มั่นใจขึ้นมาก ว่าการวิเคราะห์แบบงูงู ปลาๆ ของอาจารย์ มีเหตุผลพอเชื่อถือได้จริงๆ ขอบคุณมากๆ ค่ะ....
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>