แถลงการณ์ขององค์การป้องกันสิทธิมนุษยชนได้อ้างผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่พบว่ากลุ่มก่อความไม่สงบโจมตีพลเมืองไปแล้วกว่า 5,400 ครั้งตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2004 โดยมีผู้เสียชีวิต 1,730 บาดเจ็บอีกว่า 2,513 คน ซึ่ง 60 เปอร์เซนต์ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพร้อมกันนั้นเกือบทั้งหมดยังเป็นชาวมุสลิมอีกด้วย
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 17 พ.ย.49</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรามาดูเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายตัวจริงกันดีกว่า</p>
<p>
</p>
Before

After

Power Up Water World
Power Up Climate Crisis

เราทุกคนคือผู้ก่อการร้ายที่แท้จริง(From An Inconvenient Truth )
อีก10 ปีข้างหน้าหากภัยภิบัติที่ดร.อาจองชุมสาย ณ อยุธยา และนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติได้ทำนายไว้เป็นจริงเนื่องจากสภาวะโลกร้อนเราก็คงต้องเขียนแผนที่โลกกันใหม่แล้วจะแบ่งแยกไปทำไมให้เสียแรงเปล่า
"แค่วิกฤติโลกร้อนก็ทำร้ายโลกไปมากกว่าครึ่ง ยิ่งกว่าการก่อการร้ายเพราะก่อการร้ายอาจจะฆ่าผู้คนได้ทีละร้อยละพัน แต่โลกร้อนทำลายได้เป็นล้านๆ ชีวิตพวกเราควรทำสงครามกับโลกร้อน มากกว่าสงครามกับผู้ก่อการร้าย"
**คำพูดผ่านเครื่องสังเคราะห์เสียง ของ สตีเฟน ฮอว์กิง (Stephen W. Hawking) ในการประชุมของนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกที่ได้ร่วมกันขยับ ”นาฬิกาโลกาวินาศ” (Doomsday Clock)**
หากน้ำแข็งขั้วโลกเหนือและใต้ละลาย ภายใน 10 กว่าปีที่จะถึงนี้เราลองคิดดูว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
1. อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศา ทำให้ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น 4-5 เท่าตัว (ตัวอย่างเช่นพายุ katrina)ผลกระทบโดยตรงจากภาวะโลกร้อน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าในรอบ 40ปี อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเพียง 0.6 หรือ 1 องศาเซลเซียสได้ส่งผลต่อระดับความรุนแรงของภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้น 4-5 เท่าตัว
2.เกิดภาวะขาดแคลนน้ำเนื่องจากน้ำแข็งบริเวณยอดเขาเช่นยอดเขาหิมาลัยละลายจนหมดทำให้ต้นน้ำของแม่น้ำสายใหญ่ๆเช่นแม่น้ำโขง เหือดแห้งจีน,อินเดียและเอเซียใต้จะได้รับผลกระทบมากสุดภาวะขาดแคลนน้ำจะเกิดสลับกับน้ำท่วมในบางพื้นที่เนื่องจากมรสุมที่รุนแรงผิดปกติ
3. น้ำทะเลเพิ่มระดับขึ้นสูงเนื่องจากการละลายของน้ำแข็งที่มีฐานตั้งอยู่บนพื้นดินเมืองใหญ่ๆที่ตั้งอยู่ไกล้แม่น้ำหรือทะเล และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มากจะต้องจมอยู่ใต้น้ำ เหตุการณ์นี้จะค่อยๆเกิดขึ้น ทำให้มีเวลาพอที่จะอพยพ แต่.....
4. ฝนจะตกติดต่อกัน แบบไม่หยุด เป็นเดือนๆ (จากที่มีการทำนายไว้ตอนแรกผู้เขียนก็ไม่เข้าใจว่าฝนจะตกติดต่อกันได้อย่างไร แต่หลังจากชม An Inconvenient Truth จึงทำให้เข้าใจว่า อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้อัตราการระเหยของไอน้ำจากทะเลเพิ่มสูงขึ้นด้วย) น้ำจะท่วมไปทุกหนแห่งจนไม่มีแม้กระทั่งเส้นทางให้อพยพ เหตุการณ์ 3 เหตุการนี้เพียงพอที่จะคร่าชีวิตผู้คนไปได้มากมาย แต่....
5. ป่าไม้เขตร้อนที่อยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จะถูกทำลายเพราะโดนน้ำท่วม ปอดของโลกจมน้ำเสียแล้ว .... แหล่งผลิตอาหารแห่งใหญ่ของโลกถูกทำลายแม้จะมีผู้รอดชีวิตไปได้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้แต่ก็จะพบกับภาวะขาดแคลนอาหารและโรคระบาดอย่างรุนแรงหากคนที่ประสบกับสภาวะเช่นนั้นแล้วไม่มีจิตใจที่เข็มแข็งพอรวมทั้งน้ำใจที่จะแบ่งปันผืนแผ่นดินให้เหยียบ หรือแบ่งปันอาหาร ในภาวะที่ไร้กฎหมายสามารถทำให้คนกลายเป็นสัตวนักล่าที่์เลือดเย็น ได้อย่างไม่น่าเชื่อกฎหมู่และการทำร้ายกันเองของมนุษย์ จะทำให้ผู้รอดชีวิตมีน้อยลง
6.ภัยพิบัติยังไม่จบอยู่แค่นั้น การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ทำให้การไหลเวียนของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็น อยู่ในภาวะที่ไม่เสถียรภาพ หรือถึงขั้นหยุดไหลได้โลกจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งภายในระยะเวลาไม่กี่ปี
เหตุการณ์ต่อจากนั้นก็ยากจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกและโลกจะกลับมาสู้สภาวะปกติได้อย่างไร ภายในระยะเวลากี่ปี หรือจากสาเหตุไหนนั้นยากต่อการคาดเดา....แต่ที่แน่ๆ หากประเทศไทยยังอยู่ในสภาวะที่พุทธไม่เป็นพุทธแท้และโลกไร้ซึ่งพลังของจิตอาสา และเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว เช่นนี้ละก็ผู้ที่อยู่รอดอาจจะต้องกลับไปนับถือ ผีสางเทวดาหรือมีการบูชายันกันใหม่อีกรอบเงิน เพชรพลอยที่ดินมูลค่าร้อยล้านพันล้าน หรือสิ่งที่ถูกอุปโหลกว่าระบบเศรษฐกิจที่มนุษย์หวงแหนว่าหากลดปริมาณการใช้น้ำมัน รวมถึงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2จะทำให้เศรษฐกิจเสียหาย แม้จะมีมูลค่าสักกี่แสนๆล้านๆก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่า สิ่งที่มีค่าในขณะนั้นเป็นเพียงความจำเป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตเช่นอาหาร น้ำสะอาดและยารักษาโรค ผู้ที่เป็นไปได้ว่าจะเหลือรอดมากที่สุดก็ได้แก่ชาวมุสลิมที่ถูกฝึกให้อดทนต่อสภาวะขาดแคลนอาหารด้วยการถือศีลอดและชาวพุทธที่รักษาศีลแปด รวมทั้งพระที่ฉันมื้อเดียวและผู้ที่ฝึกสมาธิหรือจำศีลเพื่อลดการเผาผลาญพลังงานของร่างกายรวมถึงกลุ่มชนที่มีพลังของจิตอาสาที่เหนียวแน่นเช่นพุทธฉือจี้ในประเทศใต้หวัน ผู้ที่สะสมอาหาร น้ำหรือยารักษาโรค ก็ใช่ว่าจะเป็นผู้ที่จะเหลือรอดเพราะมนุษย์ที่อยู่ในสภาวะดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด สามารถทำทุกวิถีทาง เช่นแย่งชิงปล้น ฆ่า เป็นกลุ่มโจรนักล่าที่เลือดเย็นไม่มีสัตว์ป่าชนิดไหนที่เลวร้ายไปกว่าการล่าเพื่อความสนุกสิ่งที่มีค่าสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใดในเวลานั้นก็คือ น้ำใจและเมตตาธรรมหาใช่อะไรอื่นที่เป็นสิ่งภายนอกไม่
![]()
10 min
![]()
ใจเราคับแคบเกินไป ได้เพียงแต่คิดว่านี่คือบ้านของเรา นี่คือศาสนาของเรานี่คือประเทศของเรา เศรษฐกิจของเราการพัฒนาของเรา จนทำให้ลืมคิดไปไหมว่านี่คือโลกของเราหากคิดไปว่าตายแล้วจะได้ไปอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าจะเป็นผู้ชำระล้างปาบให้แก่เราในวันพิพากษาหากเป็นเช่นนั้นจริง เราทุกคนก็เป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนขึ้นและทำให้ถึงวันล้างโลกด้วยการช่วยกันปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วพระเจ้าจะเป็นผู้ชำระล้างจริงหรือในเมื่อเราทุกคนเปรียบได้ดังพระเจ้า ผู้มีอำนาจทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้น พระเจ้าในความคิดของพวกคุณแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่.....หากไม่ใช่
ธรรมชาติและพวกเราเอง!!!
หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น พลังของจิตอาสาและเมตตาธรรมเท่านั้นที่จะค้ำจุนโลกนี้ไว้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นบนพื้นฐานข้อมูลที่ได้รับรู้มาเท่านั้น กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ
</span></span>