อยากให้พวกเค้ารับรู้ รับทราบ แต่พวกเค้าก้อไม่สามารถรับทราบได้ และก็คงทำไม่ได้....คงได้เพียงบอกแต่พวกเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายว่า ณ วันนี้ ท่านดูแลจิตใจ และเอาใจใส่ผู้ที่ท่านรักมากแค่ไหนและดีแค่ไหน เพียงพอแล้วหรือยัง ก่อนที่อะไรๆ มันจะสายเกินแก้

         ช่วงนี้ว่างเว้นจากเจ้าตัวยุ่ง,ตัวป่วน  แถวๆ โรงเรียน  เลยได้หันมาพิจารณาชีวิตเยอะขึ้นกว่าเดิมหน่อย 

         เป็นบันทึกแห่งประสบการณ์และการเดินทางที่ได้ผ่านพบไปเห็น ไปเจอ   

        จริงๆ แล้วอยากเขียนเรื่องนี้ให้คนกลุ่มหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในเส้นทางชีวิตได้อ่าน    อยากได้ไมโครโฟนซักตัว  เพื่อบอกกล่าวออกมาเป็นคำพูดให้เค้าได้ยิน ( แต่ทำไม่ได้....ดูจะเป็นแม่พระเกินไป.....ไม่ได้เป็น...นางงาม...  อ๊ะ....ไม่ใช่....)    จริงๆ คืออยากบอกพวกเค้าด้วยประโยคนี้มากกว่า    "อยากเห็นสายรุ้ง....ก็ต้องยอมรอให้สายฝนผ่านไปก่อน"  เป็นประโยคที่แอบประทับใจในงานเขียนของเจ้าของผลงานที่ชื่อ "ปูปรุง"  ก่อนหน้านี้แค่อ่านแล้วประทับใจ  แต่ ณ  วันนี้...ประโยคนี้สะดุดใจ  อยากให้พวกเค้ารับรู้  รับทราบ  แต่พวกเค้าก้อไม่สามารถรับทราบได้ทั้งหมด  เพราะ  ณ  สถานที่นั้นเป็นสถานที่ๆ ใช้บำบัดผู้ป่วยจากการติดสารเสพติด  แล้วเค้าก็มีกฎไม่ให้ผู้ป่วยใช้คอมพิวเตอร์  อินเทอร์เน็ต  หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ  ( เพื่อต้องการป้องกันพวกเค้าให้ห่างจากสิ่งแวดล้อมเก่าๆ  ที่จะเข้ามาตามอุปกรณ์อันทันสมัยเหล่านั้นสักพักนึง.....เพื่อผลสุดท้ายที่น่าชื่นใจไปตามๆ กันคือ  การหายจากการติดสารเสพติดนั่นเอง ) .....และก็คงเป็นไปไม่ได้ที่ทางสถานที่จะอนุญาตให้ผู้เขียนแหกปากร้องตะโกนบอกสิ่งที่อยากจะบอก  ( ....มันไม่ใช่....)

           ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ๆ ที่ใครๆ ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก  ส่วนใหญ่เปรมปรีด์แค่....ไปดูงาน....ซะมากกว่า  ถ้าไปเห็นช่วงเวลาแห่งชีวิตคนจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่การไปดูงานล่ะ   จะสะท้อนอะไรๆ ได้มากกว่านั้นแยะ ....ภาพพ่อแม่,ญาติพี่น้อง  ที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญที่จำใจต้องเอาผู้ป่วยมาไว้ ณ สถานที่นี้  นี่...ต่างหาก....นาทีชีวิต....  แต่ดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่ถูกต้องที่สุด  แม้จะมีน้ำตา....มีการตัดใจของผู้เป็นพ่อแม่,ญาติพี่น้องที่จะไม่ได้อยู่ใกล้ชิด  ให้เขาเหล่านั้นได้รับการบำบัดในช่วงขณะเวลาหนึ่ง....เพื่อที่จะ.....รอ.....การกลับคืนสู่สังคมปกติ...ของผู้เป็นที่รักเหล่านั้น

          อยากบอกเค้าให้รับรู้.....แต่คงทำไม่ได้....คงได้เพียงแต่บอกกับพวกเราๆท่านๆ ทั้งหลายว่า  ณ  วันนี้  ท่านดูแลจิตใจ  และเอาใจใส่ผู้ที่ท่านรักมากแค่ไหนและดีแค่ไหน  เพียงพอแล้วหรือยัง  ก่อนที่อะไรๆ  จะสายเกินแก้  ขอขอบคุณเจ้าของประโยคเหล่านี้ที่จะส่งผ่านไปยังพวกเขาเหล่านั้นด้วยความเคารพ

         " คำพูดคมๆ คำนี้  ถูกจดไว้ในบันทึกของฉันมานานแล้ว

และมันก็ช่วยปลุกปลอบขวัญและกำลังใจให้กับเรา

ในยามที่ต้องทำบางสิ่ง   ที่ดูเหมือนอะไรๆ จะไม่ง่ายอย่างที่คิด

บางครั้งการที่เราจะทำอะไรสักอย่าง

อาจไม่ได้หมายถึงการต้องเดินหน้าอย่างเดียว

เราอาจก้าวเร็วๆ  เมื่อมีโอกาสที่ควรก้าว

หยุด......เมื่อจำเป็นต้องหยุด

บางครั้งการตะลุยเดินฝ่าสายฝนไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

มีแต่จะเปียกปอน  และดีไม่ดีเจ็บไข้ได้ป่วยเอา

เหมือนกับยามที่เราเจอปัญหาหรืออุปสรรคที่ไม่อาจแก้ไขได้ทันที

หากเราฝืนดันทุรังที่จะทำต่อไปโดยไม่ไตร่ตรอง

ก็ดูเหมือนจะสุ่มเสี่ยงให้ยุ่งยากเข้าไปอีก

การรอคอย

อาจเป็นวิธีเดียว

ที่ช่วยให้ทุกอย่าง

คลี่คลายออกไปได้

เพราะเรื่องยุ่งยากบางเรื่อง

เราทำได้อย่างน้อยก็เพียงแค่

การเฝ้าดูเท่านั้น

และเมื่อมันผ่านพ้นไปสักพัก

เราอาจจะพอมองเห็นช่องทาง

ในการคลี่คลายปัญหาได้เอง

เหมือนที่เราอาจจะได้เห็น

รุ้  ง  กิ    น้ำ

ที่  ส      งาม

หลังจากที่สายฝน

ได้ผ่านไปแล้ว......"

 

แด่.....พวกเขาเหล่านั้น.....และผู้ที่รอคอยการกลับคืนมาของพวกเขาสู่อ้อมกอดใหม่....อีกครั้ง