เหตุการณ์เศร้าใหญ่อีกครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2550 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุ เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากบริเวณ น้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ จังหวัดตรัง

สวัสดีครับ ทุกท่านที่เคารพ

         เหตุการณ์เศร้าใหญ่อีกครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2550 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุ เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากบริเวณ น้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ จังหวัดตรัง เข้าไปอ่านรายงานส่วนหนึ่งได้ที่นี่ครับ http://www.weekendhobby.com/vr/webboard/Question.asp?ID=2072

ผมเก็บภาพส่วนหนึ่งจากเว็บดังกล่าวมาแสดงให้เห็นที่นี่ เพื่อประกอบบทความนี้นะครับ

เข้าไปดูต่อกันได้ที่ http://www.weekendhobby.com/vr/webboard/Question.asp?ID=2072 พร้อมรายชื่อผู้เสียชีวิตครับ

ผมติดตามจากข่าว ก็รายงานว่า เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในอดีต

จากภาพดาวเทียมนั้น ผมได้ไปเช็คอีกรอบด้วยโปรแกรม VirtualCloud3D นั้นพบว่า มีเมฆฝนมาตลอดต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 11-13 เมษายน นั่นคือ ปริมาณน้ำนั้น คงได้มีการเพิ่มเติมในพื้นที่ภูเขาและแหล่งน้ำตกเหล่านั้น อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมน้ำป่าไหลหลาก แต่ไม่มีต้นไม้ไหลมาด้วย หรือต้นซุงไหลตามมาด้วย


(ภาพเคลื่อนไหวสามมิติ จากโปรแกรม Virtual Cloud 3D จากภาพดาวเทียมในช่วงวันที่ 11-14 เมษายน 2550)

ซึ่งหากใครอยู่ในเหตุการณ์จริง ก็รบกวนเล่าสู่กันฟังนะครับ

ผมได้คุยกับพี่ชายผมคนหนึ่งที่เคยอยู่เยอรมัน แล้วไปทำงานบริเวณจังหวัดตรังแล้วกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เยอรมันอีกครั้ง บังเอิญว่าพี่เค้าได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย กำลังประชุมกันอยู่ แล้วได้รับแจ้งว่าเจอปัญหา พร้อมกับพี่เค้าได้บินสำรวจพื้นที่ป่าไม้บริเวณนั้นอยู่ด้วยเหมือนกัน แม้ว่าจะพบว่าพื้นที่ป่าโดนทำลายไปเยอะมากก็ตาม แล้วพี่เค้าก็ได้ให้คำเฉลยออกมาว่า

กรณีน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ เกิดจาก

การที่มีกิ่งไม้ตกลงไปในน้ำแล้วน้ำพัดพากิ่งไม้ไปทับถมกันจนกลายเป็นคันเขื่อนกิ่งไม้ หนาขึ้นเรื่อยๆ แต่น้ำก็จะยังไหลผ่านคันเขื่อนกิ่งไม้ใบไม้เหล่านั้นได้ จนมาประจวบเหมาะกับการที่น้ำตกจากฟ้าอย่างต่อเนื่องสองสามวัน ทำให้เขื่อนกิ่งไม้ใบไม้นั้น รับปริมาณน้ำไม่ไหว จนได้ถึงเวลาที่เขื่อนใบไม้แตกพัง ตกลงมา นั่นคือน้ำเป็นก้อนๆ ที่โดนขังเอาไว้ ก็พังทะลายลงมา ซึ่งไม่แน่ใจว่าปริมาณจริง เป็นน้ำขนาดไหน แต่ไหลลงมาวูบเดียว ไม่กี่นาทีก็หายไป เหมือนเทน้ำในเขื่อน แล้วไปประสบกับผู้คนที่เล่นน้ำอยู่ในชั้นล่างของน้ำตกด้วยครับ

นี่ก็คือประสบการณ์อันหนึ่ง ที่เกิดขึ้นอีก และหวังว่าจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก ดังนั้นก็ต้องหมั่นตรวจสอบสิ่งเหล่านี้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่อื่นเช่นกันครับ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ได้ข่าวว่าตอนนี้กำลังมีการเตรียมติดตั้งเครื่องมือ และเครื่องมือตรวจวัดระดับน้ำด้วยครับ สถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่ต่างๆ ที่คนไปมาเยอะๆ ควรจะมีการจัดทำสิ่งเหล่านี้ให้รอบคอบทั่วประเทศ ทำนองเดียวกับการทำทางหนีภัยสึนามิ หรือเหตุการณ์ไฟป่า และอื่นๆ ให้เป็นฐานข้อมูลใหญ่ทั้งประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในเมืองไทยก็มีพร้อมนะครับ แต่เรื่องการจัดการจะทำได้อย่างไร ตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งสำคัญครับ

สุดท้าย กระผมขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตด้วยครับ คงต้องมีทีมอาสาสมัครในพื้นที่ คอยกระจายข่าว และทำงานในชุมชนเหล่านี้ อย่างเอาจริงเอาจังทั่วทุกพื้นที่ครับ ในภาคอื่นๆ ก็เช่นกันครับ

ขอบคุณมากนะครับ หากท่านใดมีข้อมูลอื่นเสริม ก็เขียนต่อไว้ได้นะครับ

ขอบพระคุณมากครับ

สมพร ช่วยอารีย์