แล้วคุณหล่ะครับ เคยคิดถึงวิชา เกษตร ว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ ในอดีต

สวัสดีครับทุกท่าน
ด้วยเป็นคนชอบ คณิตศาสตร์ และอังกฤษ วาดเขียน แล้วตามด้วยพื้นฐานเกษตร จบ ม.สาม ก็ไปสอบคัดเลือกที่โรงเรียนประจำจังหวัด เบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช แต่ปรากฏว่าวิชาแรกที่สอบ คือคณิตศาสตร์ เจอโจทย์ ข้อแรก เลยสรุปได้เลยว่า ไม่ผ่านแน่ๆ งานนี้ ไม่เคยเจอโจทย์ แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ทั้งๆที่ชอบคณิตศาสตร์ ก็ตาม เพราะไม่เคยลับมีดทางปัญญา กันเลย นอกจากเรียนแล้วตั้งใจเรียนในห้องเรียนเท่านั้น และก็ไม่ไปดูผลการสอบเลย ฝากให้เพื่อนดูให้ ช่วงนั้นกำลังสับสนว่าจะเรียนสายไหนดี วิทย์คณิตศาสตร์ หรือว่าสาย ศิลป์สังคม ดี แต่ก็หวังว่า หากไม่ได้สายวิทย์คณิตศาตร์ ก็คงไม่เอา
และแล้ว โชคดีครับ ที่ได้ทราบข่าวว่า ร.ร. ทุ่งสง นครศรีธรรมราช ได้ประกาศเปิดสอบรอบที่สอง เลยไปสมัครสอบดูครับ ในวันไปสมัคร ก็ไปรับแบบฟอร์มแล้วต้องกรอกรายละเอียด ก็กรอกไปตามปกติ แล้วปรากฏว่ามีวิชาพื้นฐานให้เลือกเต็มเลย มีศิลปศึกษาด้วย ช่างยนต์ ไฟฟ้า เกษตร สาธารณสุข และอื่นๆ
คุณคิดว่าผมจะกาเลือกอะไรครับ อิๆ ก็เกิดคำถามในหัวสมองทันใดนั้น ว่าเอ ศิลปะ สงสัยจะไม่ทันเพื่อนแล้ว เอ หรือว่าเริ่มใหม่ดี ยังชอบอยู่ดี แต่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลยเน้อ เอ เอาไงเอากัน เลือกเกษตรนี่หล่ะ อิๆ และแล้วก็กาลงไปเลย พื้นฐานเกษตร ทันใดนั้น ท่านผู้ปกครองของใครมิทราบครับ ท่านเหลือบมาเห็นใบสมัครผมกาเลือก พื้นฐานเกษตร แล้วท่านก็บอกมาทันทีว่า
"เอ เด็กคนนี้ แปลกดี เลือกพื้นฐานเกษตร"
ผม แอบยิ้มในใจครับ
และแล้ววันสอบก็มาถึง ข้อสอบดูแล้ว เจอคณิตศาสตร์ข้อแรก ยังดีกว่าที่เคยเจอที่เบญจมราชูทิศ และแล้วก็ผมโชคดีเมื่อในวันประกาศผลมาถึง ผ่านให้อยู่ในสายวิทย์ คณิตศาสตร์ สมใจ และก็ได้พื้นฐานวิชาเกษตรเช่นกัน และแล้วคุณเชื่อไหมว่า เค้าใช้หลักการเดียวกันเปะ ใครตกจากช่างต่างๆ มาก็กวาดให้มาอยู่ในเกษตรเช่นเดิม สงสัยเป็นเหมือนกันทั่ว เลยครับ อิๆ แต่ผมก็เลือกไปนั่งคอยอยู่แล้ว อิๆ คงสร้างความแปลกใจให้กับ คุณครูเกษตรเป็นยิ่งนัก
จากนั้นก็เรียนต่อยอดจาก ม.ต้น ดินและปุ๋ย พืช สัตว์ โรงเรือน และวิชาอื่นๆ สนุกครับ สนุก
ได้ทำอะไร หลายๆ อย่างสนุกสนานครับ
จากประสบการณ์ในครั้งนั้นทำให้ทราบคุณค่าของเกษตรมากเลยครับ แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังต่อ สำหรับการเรียน ม.ปลาย และการเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่อครับ ว่าแต่ละอันดับเลือกอะไรกันบ้าง สนุกๆ ครับ
แล้วคุณหล่ะครับ เคยคิดถึงวิชา เกษตร ว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ ในอดีต
ขอบคุณมากครับ
เม้ง
Good morning P’Meng How everything this morning.I hope you are happy and have many good idea all day นะคับพี่เม้ง .Do you have breakfast? take care too!!!
Are you oversea now? If not…Are you in Phuket? o.k.ๆๆ.Oh about my new photo I can not see it,may be it’s errer on page again so boring about it.How do you guess about my mom?
Dear my lovely solomon,
France is the neighbor of Germany. Nice to know that you have relative in France. I knew your lovely mom from your comments in some articles. You love and care your mom very much. I feel it.
You had started your school since 3.5 years, incredible boy....it means you are genius. It is very nice for me to know that there is an english programme there. It is very nice for you to listen from different pronounciations/teachers.
All the best and enjoy your class. It's very nice to know you.
What is your favorite subject in school?
Have a nice day.
P'Meng
I don’t sure between sience and math that every subject use english except socail and thai but I am not a genius because my grade is only 2.8 while my friens 3 - 4 more than me.My mom want me just to be an experience and good bot that’s all and I agree with her.Oh! Wow She’s calling me to have breakfast now! สงสัยวันนี้โลกจะแตก คุณแม่มีเวลาทำขนมปังชุบไข่ให้ผมกินแล้ว 1ใน 30 วัน ครับผม…!!! Let’s have with me P’Meng.See you soon!!
สวัสดีครับพี่บางทราย
สวัสดีค่ะ
ดิฉัน จบตรี และ โท เกษตร
จะบอกว่า ตอนเอนทราน ก็เลือกมันเป็นอันดับสุดท้ายนะคะ (เผื่อไม่ได้อะไร)สุดท้ายก็ได้เรียนเกษตรจริงๆ
ถ้าถามว่า ชอบมั้ย ก็ไม่ชอบ เฉยๆ
แต่เรียนไป เรียนไป ก็ดี ตอนเรียนไม่อะไรมากมาย
กลับบ้านใครถามว่าไปเรียน มข เรียนคณะอะไร ก็ ไม่อยากตอบนะ ว่าเรียนเกษตร เพราะเคยได้ยิน ประมาณว่า
....เรียนทำไม เรียนเกษตร ไม่เรียนก็ทำนาเป็น...
คนอีสาน อยากให้ลูกลาน เรียนครู เรียนหมอ ตำรวจ
เรียนอะไรฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่า จบมาจะไปสอนที่ใหน คำถามมีแค่นี้จริงๆ
แต่ตอนนี้ดีใจนะคะ ที่ผ่านมาการเรียนเกษตร ทำให้เรารู้จักที่จะให้ รักธรรมชาติ ไม่ได้ตักตวงเอาผลประโยชน์ให้ตนอย่างเดียว
ทำให้เรารู้จักความพอดี และอยากพัฒนาเกษตรกรไทยให้มีวธีคิด และมุมมองดี ต่อวิชาชีพเกษตร
ยังอยากให้อาชีพชาวนา คู่กับประเทศไทยต่อไป
อยากให้เค้าถ่ายทอดอารมณ์คววามรัก ความชอบ อาชีพชาวนา ให้กับลูกหลานเค้าต่อไป
บางที อาชีพชาวนาบ้านเรามันอาจจะไม่มีแล้วก็เป็นได้
สวัสดีครับคุณกาเหว่า
ที่โรงเรียนชาวนา สุพรรณบุรี เขากำหนดพันนี้ครับ
จบประถม คือชาวนา ที่เลิกใช้ยาฆ่าแมลงได้
จบมัธยม คือชาวนา ที่เลิกใช้ปุ๋ยเคมีได้ หมายถึงว่ารู้จักวิธีบำรุงดิน และมีความรู้สร้างปุ๋ยใช้เองได้
จบมหาวิทยาลัย คือชาวนา ที่สามารถผลิตพันธุ์ข้าวเองได้ ผสมพันธุ์ข้าวเองได้
ตอนผมเรียนเกษตรในระดับมหาลัย มีเหตุการณ์ที่แปลก คือ ในสายเอ็นสะท้าน นั้น เด็กคณะเกษตรปี 1 ค่อนข้างจะสับสนในชีวิตหลายคน คืออย่างนี้ครับ ระหว่างเรียนก็ลาออกไปบ้าง พอจบเทอมก็เตรียมตัวเอ็นกันใหม่ เพราะว่าอะไร?
เพราะตอนสมัยนั้น การสอบเข้ามหาลัย เขามีลำดับการเลือกคณะที่เลือกเข้า ท้ายสุด คือ คณะกันเหนียวเข้าเรียนมหาลัยเอาไว้ก่อน คณะเกษตร จึงเป็นคณะกันเหนียว สิ้นปีการศึกษา เด็กหายไปหลายคน ไปเรียนที่อื่นอีก
อีกเหตุการหนึ่ง คือ ในระดับวิทยาลัย เด็กเกษตรจำนวนไม่น้อยที่จบออกไป ต้องไปเป็นเซลล์แมนขายเคมีภัณฑ์ อาหารสัตว์ ปุ๋ยเคมี อีกหลายคน ก็ไปเป็นพนักงานขายในร้านสะดวกซื้อ
เหตุการณ์เล็กๆ (แต่มีมาก) คงเป็นดัชนีบางอย่างว่า ทำไมโลกยิ่งพัฒนา ภาคเกษตรกรรม ยิ่งแย่
คงไม่ใช่เพราะวิธีเรียน วิธีสอนเพียงอย่างเดียว แต่ยังโยงไปถึงความคิด ความเชื่อ ของคนในสังคม (ส่วนใหญ่) ที่เป็นแรงผลักให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ ถ้าลูกบ้านไหนเรียนจบมา แล้วกลับมาทำเกษตรที่บ้าน จะถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่มีเกียรติ ไม่เหมือนลูกบ้านที่เขาจบแล้ว ไปทำงานในสำนักงานดูดี มีเกียรติ
การศึกษาภาคเกษตร เลยต้องกลายเป็น "วิชาแพะ" ไปเสียนี่
ประเทศไทยมีสถาบันการศึกษาภาคเกษตรกรรม กี่แห่ง กี่คณะ กี่ภาควิชา แต่ละปีผลิตบัณฑิตจำนวนกี่คน
approach ของการจัดการหลักสูตรของแต่ละสาขาอาชีพ จึงน่าจะต้องต่างกัน คนเรียนเกษตร เรียนแบบเดียวกับนักเรียนสาขาการตลาด มันเลยออกมาแปลกๆ เพราะว่ามองอะไร เป็นกำไร-ขาดทุนไปหมด
ลองมองลูกเกษตรกร ที่มีใจอย่างทำเกษตรอย่างพ่อ แต่ไม่มีปัญญาเรียน เพราะพ่อไม่มีปัญญาส่ง ให้โอกาสเด็กพวกนี้ ติดอาวุธวิธีการพัฒนาภาคเกษตรจริงๆ (ไม่ใช่เรียนเพราะใบปริญญา) ให้พวกเขา เชื่อมโยง"วิชาของพ่อ" ที่บ้าน กับ "วิชาครู" ที่โรงเรียน แล้วส่งกลับเข้าชุมชนที่เขามา และไม่ลืมที่จะใช้กิจกรรมของพวกเขาเป็นฐานการเรียนรู้ ของนักเรียนรุ่นต่อๆไปด้วย น่าจะลดคำถามที่ว่า "จะมีซักกี่ครุย ที่ลุยโคลน" มาติดเอาไว้ที่หน้าสถานศึกษาอีก
เข้าซอยไปลึกเลย อาจจะไม่ตรงประเด็นบันทึกของเม้งแบบตรงๆนะครับ
"ผมเรียนวิทย์ - คณิต , พื้นฐานเกษตร" เพราะสมัยนั้นรับรู้มาว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยต้องเรียนตามแนวนี้ ก็เราคนบ้านนอกไม้รู้ประสาอะไรก็เลยจำต้องเรียนในสายวิทย์ฯ จนจบ ม.6
อันที่จริงผม "ปึก" (ไม่เก่ง) คณิตศาสตร์เป็นอย่างมาก แต่เรียนก็ไม่เคย "ติดศูนย์" ..และเอาดีไม่ได้ในเรื่องตัวเลข (จนบัดนี้) ..แต่ตอนเรียน ม.4 เริ่มค้นพบตัวเองจึงรู้ว่าชอบด้านศิลปะ...อ่าน ๆ เขียน ๆ ...พอสอบเข้ามหาวิทยาลัยโควตาภูมิภาค เลยหันเหชีวิตไปสอบสายศิลป์.....สบายกว่ากันเยอะครับ....
.....
แต่ภาษาอังกฤษ...ผมไม่ได้เรื่องเหมือนกัน...
สวัสดีครับพี่พนัส