พระราชดำริ พระราชทานแก่คณะกรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนี้ค่ะ “การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าให้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคม ให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง”

ดิฉันไปชมงานนิทรรศการภาพถ่าย The first Annual Bangkok Art & Photography event 2007 by Zen ที่ ZEN Event  Gallery 

ได้เห็นภาพถ่ายที่น่าประทับใจ โดย ฝีมือช่างภาพระดับโลก 55 คน เดินทางมารวมตัวกันในเมืองไทย ระหว่างวันที่14-22 มกราคม 2550  ร่วมกันบันทึกภาพสยามเมืองยิ้ม  ในห้วงเวลาปัจจุบัน  เป็นเวลา 9 วัน  โดยแต่ละคนจะแยกย้ายกันไปเพือบันทึกภาพ  ผู้คน สัตว์ป่า ทัศนียภาพ ทั้งภาพเมือง ชนบท กิจกรรมการพาณิชย์  และอุตสาหกรรม ทั้งภาพรอยยิ้ม การต่อสู้  ทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และมัลติมีเดีย มานำเสนอให้ชมกัน

 แต่ละคน  มีเอกลักษณ์และเทคนิคในการถ่ายภาพของตนเอง มีความชำนาญในการนำเสนองานศิลปะที่ต่างกัน  จึงเกิดเป็นงานศิลปะในแนวคิดที่หลากหลาย  ร่วมกันบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆไว้ เป็นตัวแทนแห่งความทรงจำ  ถ่ายทอดความคิด และการสื่อสาร แทนข้อความ  มากมายหลายภาพ  ชมกันจนอิ่มตาอิ่มใจ  และก็ให้คิดถึงพวกเราชาวโกทูโนซึ่งก็ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกอยู่   จึงขอนำภาพบางภาพจากนิทรรศการนี้ มาฝากค่ะ โดยดิฉันก็ได้ไปถ่ายภาพมาจากภาพอีกทีหนึ่ง  ซึ่งไม่สวยเหมือนได้ไปชมของจริงแน่นอน  แต่ก็ยังดีกว่าการบรรยายด้วยตัวหนังสือมากมายนัก

นิทรรศการนี้ เกิดขึ้นโดยการนำของ คุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ประธานโครงการจัดทำหนังสือภาพถ่าย Thailand 9 days in the Kingdom by 55 of the world’s great photographers  เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา

 ซึ่งเรื่องของการถ่ายภาพนี้ ทรงมีพระราชดำริ พระราชทานแก่คณะกรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนี้ค่ะ การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์  ขออย่าให้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น  จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคม  ให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม  งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง

คุณไกรทิพย์ พันธุ์วุฒิ หัวหน้าทีมช่างภาพ ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า ใน

กระบวนการทำงาน จะมีการแบ่งการถ่ายภาพออกเป็นหมวดต่างๆ ตามความชำนาญของแต่ละคน อุปกรณ์ก็มีตั้งแต่กล้องดิจิทัลและกล้องฟิลม์ และทุกคนภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในการจัดทำหนังสือเล่มนี้

   Martin Reeves ช่างภาพชาวอังกฤษ เจ้าของภาพถ่ายขาวดำของนครวัด นครธม ที่เจ้าชายนโรดม  สีหมุณีแห่งกัมพูชา เลือกเป็นของที่ระลึกมอบแด่คณะรัฐบาลของสาธารณรัฐเช็ก  แต่ในภาพพระพุทธรูปนี้ถ่ายในประทศไทยค่ะ

ภาพของ คุฌดาว วาสิกศิริ  1 ใน 5 ช่างภาพโฆษณา สุดยอดของไทย    ภาพของ คุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ช่างภาพผู้คว้ารางวัลทั่วโลกกว่า 200 รางวัล เป็นหนึ่งในช่างภาพที่ได้ลงพิมพ์ใน 200 Best  Ad Photographers Worldwide

   ช่างภาพ James Nachtwey   ที่มีชื่อก้อง   ใช้เวลา 9 วัน ติดตามถ่ายภาพ บาทหลวงไมเคิ่ล บาสซาโน่ พระคาทอลิค ที่ทำงานกับวัดไทยที่ลพบุรี รักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ ภาพชุดนี้มีหลายภาพ   เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก ในด้านของ Human Touch

Jeff  Hutchens  ชาวอเมริกัน ลูกชายนักการทูต แต่มาชอบการถ่ายภาพ  เดินทางไปหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งเคยเป็นช่างภาพของ National Geographic ด้วย  ภาพของเขามักเป็นภาพกราฟฟิค  สะท้อนมุมมองของคนอารมณ์ดี เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายทางอากาศและการบันทึกภาพความเร็วสูงๆด้วย โดยช่างภาพชาวฝรั่งเศสและชาวอเมริกัน ภาพนี้ ถ่ายโดย Ben Simmons ชาวอเมริกัน เป็นภาพรถไฟฟ้า กำลังวิ่งผ่านมาทางสวนลุมพินี

มีรูปภาพท้องทะเลสีคราม และสัตว์ทะเลที่สวยงามอีกมาก ที่ยังมีให้เห็นในปัจจุบัน รูปด้านล่างนี้ ถ่ายโดย   Ernest Goh      ช่างภาพฝีมือเยี่ยมของสิงคโปร์

นิทรรศการนี้ คือการบอกเล่าเรื่องราว ความเป็นไทย ในยุคปัจจุบัน บันทึกไว้ ในภาพถ่าย  น่าไปชมกันค่ะ จัดแสดง ตั้งแต่ 9 พ.ย.- 5 ธ.ค. 2550 ที่  ZEN  Event Gallery  ชั้น  8 ค่ะ  นอกจากนี้ ยังมีหนังสือภาพขนาดใหญ่  พร้อมออกสู่สายตาชาวโลก โดยจำหน่ายและเผยแพร่ที่ สหรํฐอเมริกา  ยุโรป และออสเตรเลีย มีคำบรรยาย ฉบับภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส

หมายเหตุ::การเข้าชมนิทรรศการนี้ ผู้ชมได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ตามสะดวกค่ะ