การศึกษาธรรม นั้นกว้างขวางลึกล้ำยิ่งนัก ธรรมะกับคน จึงต้องศึกษาคนเป็นสำคัญ ก่อนจะรู้จักคนนั้นให้ดี ต้องศึกษาหัดอ่านใจคนด้วย จริต 6 ศาสตร์เสียก่อน
การศึกษาธรรม  นั้นกว้างขวางลึกล้ำยิ่งนัก  ธรรมะกับคน  จึงต้องศึกษาคนเป็นสำคัญ  ก่อนจะรู้จักคนนั้นให้ดี  ต้องศึกษาหัดอ่านใจคนด้วย จริต 6 ศาสตร์เสียก่อน
จริต แบ่งออกเป็น 6ศาสตร์ ดังนี้  ราคะจริต  โทสะจริต  โมหะจริต  วิตกจริต  ศรัทธาจริต  พุทธิจริต 
เมื่อคืนนี้ครูอ้อยเขียนวิธีการอ่านใจคนด้วยบันทึกเรื่อง  โทสะจริต...คืออะไร....มาแล้ว  สำหรับเช้านี้  ครูอ้อยจะเขียนเรื่อง  ราคะจริต  
 คนที่มีลักษณะนิสัยของราคะจริต...คือเป็นคนที่มีลักษณะราคะจริต  ที่จิตของเขาจะเกาะอยู่ที่อารมณ์และความรู้สึก ชอบแสวงหาความสุขทางตา จมูก ลิ้น และกาย คนจริตนี้มักจะเป็นผู้ที่มีบุคลิกดี หน้าตาสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีมาด ไม่ชอบพูดเรื่อง Serious  
จุดแข็งของราคะจริต  คือ...คนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีจิตละเอียด ทำให้พูดจาไพเราะอยู่เป็นนิจ ไม่มีโคตะวาจา หรือวจีพิฆาตเลย ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้คนจริตนี้หน้าตาดี และเป็นที่รักของคนทั่วไป จึงเหมาะกับงานประเภทที่ต้อง Present ไม่เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความคิดมากๆ และมีกรอบเวลากำหนด เป็นคนช่างสังเกต เก็บข้อมูลเก่ง เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่าย จึงเป็นคนฉลาด 
จุดอ่อนของราคะจริต  ...ชอบความหวือหวา ไม่ชอบคิดมาก ชอบ Enjoin life และมักจะไม่ค่อยมีเป้าหมายในชีวิต....ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นำ เพราะจิตขาดสมาธิ ทำให้จิตกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา....อารมณ์รุนแรง ชอบอิจฉาริษยา ชอบเปรียบเทียบแล้วนำมาปรุงแต่ง คิดเกินจริง 
วิธีแก้ไขจุดอ่อนหากท่านเป็นราคะจริต.....คิดพิจารณาว่าอยากจะทำอะไรก่อนที่ตนเองจะจากโลกนี้ไป และจะทำอะไรไว้ให้คนรุ่นหลัง   ตั้งเป้าหมายในชีวิต, ฝืนจิตไม่ให้ไปในทางตัณหา อุปทาน และหมั่นเติมสมาธิให้กับตัวเอง 
คงจะต้องขอจบเรื่อง จริต 6 ศาสตร์ไว้ก่อน  ยังมีอีก 4 ศาสตร์  โปรดติดตามนะคะ