ปัจจุบันรามาธิบดีมี CoP ซึ่งมาจาก Best Practice Research ถึง ๖๓ CoP

ระหว่างวันที่ ๑-๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดการประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ภายใต้แนวคิด “ใต้ร่มพระบารมี รามาธิบดี เพื่อสุขภาพของปวงประชา” ณ ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ฟังจากรายงานตอนเปิดการประชุมทราบว่ามีผู้เข้าประชุม ๓,๗๐๐ คน

ดิฉันลงทะเบียนเข้าประชุมครั้งนี้ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ตั้งใจจะมา update ความรู้ใหม่ๆ และเป็นโอกาสที่จะได้พบปะครูบาอาจารย์ รุ่นพี่ เพื่อน และรุ่นน้อง นอกจากนี้ยังรับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง “นวัตกรรมการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน” ใน Luncheon Symposium ของห้องย่อย ๖ ที่สนับสนุนโดยสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ด้วย

พิธีเปิดการประชุมเริ่มจาก ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน คณบดีกล่าวรายงาน ศ.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดพร้อมตีกลองดังๆ ๓ ที ตามด้วยดนตรีรัว และ VCD ต่อจากนั้นเป็นการแสดง ๒ ชุดคือ “พลังแห่งศรัทธา” และ “รามาธิบดีสุขกายสุขใจ” หรือเซิ้งไข่มดแดง สร้างบรรยากาศในการเริ่มต้นการประชุมที่ดีมาก ดิฉันเห็น ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลมาร่วมงานด้วย

 

 ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน

การประชุมในวันที่ ๑ มีกิจกรรมเปิดตัว RAMA KM ด้วย ดิฉันได้คุยกับคุณทักษ์ ทองภูเบศร์ จากหน่วยบริหารงานวิจัย ทราบว่าปัจจุบันรามาธิบดีมี CoP ซึ่งมาจาก Best Practice Research ถึง ๖๓ CoP และจะมีบล็อกที่ http://www.ra2.mahidol.ac.th/rar  ตั้งแต่ ๑๐.๓๐ น. เป็นต้นไปมีกิจกรรมเกี่ยวกับ KM ในห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ตลอด รวมทั้งในบริเวณลานหน้าห้องประชุม

 

 คุณทักษ์ ทองภูเบศร์ เชิญชวนผู้สนใจเข้า/เปิด CoP

การประชุมครั้งนี้แบ่งห้องย่อยหลายห้อง เข้าลักษณะที่เราเรียกกันว่า “บุฟเฟ่ต” "บุฟเฟต์" ถึงจะไปประชุมทุกวันแต่ดิฉันก็เข้าฟังได้ไม่กี่ห้อง ทั้งๆ ที่มีหัวข้อที่น่าสนใจอยู่มาก แต่เวลาตรงกันบ้าง คอยอยู่เชียร์พรรคพวกที่เป็นวิทยากรบ้าง เลยเก็บความรู้มาได้ไม่มากเท่าไหร่ คงต้องกลับไปอ่านเอาจากหนังสือที่แจก ซึ่งหนามากๆ เกือบ ๙๐๐ หน้าจนต้องแยกเป็น ๒ เล่มใหญ่

ความที่มีห้องย่อยจำนวนมาก ผู้เข้าประชุมจึงกระจายตัว ในบางช่วงเวลาบางห้องมีคนเข้าฟังน้อยมาก ในช่วงเวลาที่มีห้องย่อยด้วยห้องใหญ่ด้วยพร้อมๆ กัน ยิ่งหนัก เพราะในห้องใหญ่คนจะโหรงเหรงเลย บรรดา Luncheon Symposium จะดีหน่อย คนมักเข้าฟังเยอะ เพราะถือโอกาสรับประทานอาหารกลางวันไปด้วย ไม่อย่างนั้นต้องไปซื้อรับประทานเอง สาเหตุอีกประการหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้เข้าประชุมจำนวนมากทำงานอยู่ที่รามาธิบดีเอง จึงผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ได้อยู่ต่อเนื่องตลอดการประชุม ประกอบกับฝนตกทุกเช้า การเดินทางอาจไม่สะดวกสำหรับบางคน

นิทรรศการของรามาธิบดีเองและบริษัทห้างร้านต่างๆ ดูไม่ค่อยหนาตาเท่าไหร งานของรามาธิบดีที่เป็นนวัตกรรมต่างๆ ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ

อุณหภูมิในห้องประชุมทุกห้องเย็นจนหนาว เสื้อแจ๊ตเก็ตหรือเสื้อสูทก็เอาไม่อยู่ ทำให้นึกถึงคำพูดของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เมื่องาน HA Forum ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่าห้องประชุมแบบนี้ฝืนธรรมชาติ งานคราวนี้สถานที่โอ่โถง สะดวกสบาย ห้องน้ำมากพอเพียงและสะอาด แต่แอบได้ยินว่าอาหารต้องใช้บริการของอิมแพคทั้งหมดแม้แต่อาหารกล่อง มีราคาแพง แถมอาหารกลางวันที่แจกในห้องย่อย ๖ เมื่อวันที่ ๒ ทำให้คนกินท้องเสียไปหลายคน บางคนทั้งท้องเสียทั้งอาเจียน มีคนมาส่งข่าวว่ามีผู้ท้องเสียซึ่งต้องไปพบแพทย์รักษามากถึง ๖๐ คน มี ๓-๔ คนต้องนอนโรงพยาบาล

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๐