เยี่ยมอาจารย์วิจารณ์ เล่าเรื่องเรตติ้งแล็บ ทฤษฎีที่มาจากชีวิตจริง : อีกมุมหนึ่งของความพยายามสร้างทฤษฎีรากฐานของชุมชน
<table border="0" align="center" style="width: 548px; height: 161px"><tbody><tr>
ทุกปีอาจารย์โก๋ และอาจารย์แหววจะไปเล่าการทำงานในปีที่ผ่านมาให้อาจารย์วิจารณ์ฟังว่าเราทำอะไรกันบ้าง เพื่อขอคำชี้แนะ แลกเปลี่ยนแนวทางในการทำงาน รวมทั้งเล่าแผนการในการทำงานของปีต่อไปให้อาจารย์ฟัง
</tr></tbody></table></span></span><p> ปีนี้ก็อีกเช่นกัน นอกจากอาจารย์โก๋ (ที่กำลังศึกษางานด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์) และ อาจารย์แหวว (ที่เน้นการทำงานภาคชุมชนด้านคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ) แล้วคราวนี้มีอาจารย์สายฤดี หรืออาจารย์แอ๋ว ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล น้องชลฤทัย และ น้องไหม ผู้ที่กำลังศึกษางานด้านเด็กไร้สัญชาติ มานั่งเล่าความคืบหน้าของการทำงานในปีที่ผ่านมา และเล่าแนวคิดในอนาคตให้อาจารย์ฟัง </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> ข้อความแรกที่อาจารย์วิจารณ์ เริ่มต้น ก็คือ กิจกรรมที่อยากให้สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว เริ่มต้นก็คือ การสร้างแผนที่ความรู้เชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับงานด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว เรียกกันง่ายๆว่า Mapping ยุทธศาสตร์งานด้านเด็กว่ามีใครทำอะไรตรงไหนบ้าง จะได้รู้ว่าอะไรที่ยังขาดอยู่ อะไรที่มีอยู่แล้ว อะไรที่เป็นสิ่งที่คาดหวังจากสังคม รวมทั้ง การผลิตองค์ความรู้เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ในเบื้องต้นหากตามไปมองดูการทำงานด้านเด็กและเยาวชนก็จะพบว่า ส่วนใหญ่ของการทำงานจะใช้เด็กและเยาวชนเป็นตัวตั้งในฐานะผู้รับ นั่นหมายความว่าเราคงจะต้องเปลี่ยนมุมมองของแนวคิดให้เด็กและเยาวชนนั้นเป็นตัวตั้งในฐานะประธานของงาน งานนี้ อาจารย์แอ๋วเป็นแม่งานในการทำงานประชุมประจำปีของสถาบันเด็กฯแน่นอน <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> สิ่งที่อาจารย์โก๋เริ่มตั้งคำถามและเล่าเรื่องในเวลาเดียวกันก็คือ การเล่าให้ฟังถึงการทำงานเรื่องการค้นหาเรตติ้งหรือ การจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์ ซึ่งคราวนี้ขยับมาทำเรื่องของเกม ภาพยนตร์ และอินเทอร์เน็ต โดยการสร้างห้องทดลองเรตติ้ง ซึ่งเรามักจะเรียกชื่อในกลุ่มประชาคมนักวิจัยของเราว่า เรตติ้งแล็บ กระบวนการก็คือ การนำตัวอย่างภาพของรายการ เกม ภาพยนตร์ อินเทอร์เน็ต มาให้กลุ่มเด็ก เยาวชน ครอบครัว นักวิชาการ ภาคนโยบาย ผู้ประกอบการ นักวิชาชีพ ดูเพื่อพิจารณาว่าเนื้อหานั้นให้สีอะไรใน ๓ สี คือ สีขาว เทา หรือ ดำ แล้วให้ในแต่ละกลุ่มช่วยกันนิยามแต่ละสีว่ามีความหมายว่าอะไร หลังจากนั้นก็จะเริ่มช่วยกันวิเคราะห์ว่า อะไรคือเกณฑ์หรือปัจจัยในการกำหนดสี และแต่ละสีนั้นเหมาะสมสำหรับคนในวัยใด คำตอบจากเวทีเหล่านี้จะใช้เป็นข้อมูลสำหรับการสกัดแนวคิดเรื่องของเรตติ้ง <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> จากการทำงานของโทรทัศน์ เราก็จะพบว่าสีขาวนั้นหมยถึงสื่อที่ต้องส่งเสริมให้มีมากขึ้นเพราะมีเนื้อหาที่ส่งเสริมความรู้ให้กับมนุษย์ในสังคมไทย ส่วนสีเทา และสีดำก็จะหมายถึงสื่อที่มีเนื้อหาที่จะต้องใช้วิจารณาญาณในการรับชมในแต่ละช่วงวัย <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> จุดนี้เองที่อาจารย์แอ๋วเรียกว่าเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ เกิดจากการผสมผสานระหว่างศาสตร์ทางสังคมศาสตร์ จิตวิทยา และ รวมไปถึงแนวคิดเรื่องสื่อเพื่อสาธารณะอีกด้วย <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> สิ่งที่เป็นคำถามของอาจารย์โก๋ก็คือ การตรวจสอบแนวคิดว่ากระบวนการนี้ใช้ได้หรือไม่ ??? คำตอบที่ได้รับจากอาจารย์ก็คือ อาจารย์บอกว่า ทฤษฎีมาจากชีวิตจริง ทำให้เรามั่นใจในกระบวนการนี้ที่ได้รับการพัฒนามาจากการทำงานของพี่หนูหริ่งเมื่อครั้งที่เราทำห้องทดลองเรตติ้งอินเทอร์เน็ต <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> อีกงานหนึ่งที่อาจารย์โก๋เล่าให้อาจารย์วิจารณ์ฟังก็คือ การเข้ามาทำงานเกี่ยวกับสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยตอนนี้เข้ามาเน้นเรื่องของการพัฒนาให้เกิดร้านเกมคาเฟ่ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งมีหลักการง่ายๆก็คือ ปลอดภัย คือการประกอบการที่ถูกกฎหมาย ส่วนสร้างสรรค์ ก็คือ การประกอบการที่ดูแลสังคม อาจารย์วิจารณ์เสริมประเด็นสร้างสรรค์ว่า เป็นการส่งเสริมให้เด็กใช้งานไอซีทีอย่างสร้างสรรค์ในฐานะผู้บริโภคที่รู้จักการใช้งานในการแสวงหาความรู้เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง รวมทั้ง การสร้างสรรค์ในฐานะผู้ผลิต ที่สร้างสรรค์ เช่น การสร้างห้องสมุดออนไลน์เกี่ยวกับการรักษาลุ่มน้ำ เหล่านี้ ทำให้เห็นภาพการใช้งานไอซีทีที่สร้างสรรค์เพื่อสังคมที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าสิ่งที่ต้องในการพัฒนาแหล่งพื้นที่เข้าถึงสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ก็คือ (๑) การสร้างองค์ความรู้ในการทำงานด้านการพัฒนาร้านเกมคาเฟ่ปลอดภัยสร้างสรรค์ (๒) การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำงาน และ (๓) การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าจะให้ได้ผลมากที่สุด ทั้งสามส่วนควรมาจากชุมชนเอง และภาคนโยบายก็รับรองการทำงานของชุมชน ก็จะทำให้การพัฒนาครั้งนี้มีความยั่งยืนมากขึ้น <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> คราวนี้เราจึงไม่ได้มุ่งเน้นลงไปทำงานที่สื่อเก่าเท่านั้น แต่เป็นการลงไปทำงานกับสื่อใหม่เพิ่มเติมด้วย <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> อาจารย์แหววพาเราคิดไปถึงเรื่องของการสร้างหลักสูตรสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อไปขยายองค์ความรู้หับพื้นที่ต่างๆในรูปของโรงเรียนเคลื่อนที่ ทางสถาบันเด็กฯจะมีการดำเนินการสร้างหลักสูตรโดยการระดมขุนพลคนทำงานด้านเด็กและด้านสื่อมานั่งคุยกันเพื่อสร้าวหลักสูตรแน่นอน <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> ในเรื่องที่เราได้แลกเปลี่ยนกันนอกจาก “การแสวงหาองค์ความรู้” แล้ว ยังมีเรื่องของ “การสร้างและขยายเครือข่าย” อาจารย์วิจารณ์มักจะเรียกว่า “ทุนทางสังคม” ที่มีคุณค่าและมีพลังไม่แพ้ไปกว่าทุนทางเศรษฐกิจเสียอีก ทุนทางสังคมนี้เองที่จะเป็นขุมทรัพย์ของการเรียนรู้จากสังคม การเรียนรู้ร่วมกันกับสังคมซึ่งเป็นแนวทางของการทำงานของโครงการวิจัยที่เราทำกัน <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> เพื่อฉายภาพตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม เราจึงชวนอาจารย์วิจารณ์ลงไปพื้นที่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๑๕ –๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เรามีเป้าหมาย ๒ ประการ ประการที่ ๑ เพื่อไปประชุมร่วมกับเครือข่ายชุมชน ภาคนโยบาย ภาควิชาการ ผู้ประกอบการร้านเกม เครือข่ายเด็กเยาวชน ในการจัดตั้งกรรมการชุมชนและตกลงกันเรื่องของภาระหน้าที่ในการสร้างและพัฒนาร้านเกมคาเฟ่ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ (เพื่อเป็นการเตรียมข้อเสนอในการจัดทำกฎหมายลูกบทเกี่ยวกับร้านเกมคาเฟ่) และ ประการที่ ๒ เราจะทำการแสวงหาองค์ความรู้เกี่ยวกับเรตติ้งเกมคอมพิวเตอร์ โดยการจัดทำห้องทดลองเรตติ้งเกมคอมพิวเตอร์ในกลุ่มเครือข่ายเด็ก เยาวชน และ เครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันสร้างแนวคิดในการจัดทำเรตติ้งเกมคอมพิวเตอร์จากภาคประชาสังคม <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> คราวนี้อาจารย์วิจารณ์จะลงพื้นที่ไปดูการทำงานของเราด้วย ตอนนี้เรากำลังประสานงานและทำกำหนดการในการทำงานในพื้นที่ จะส่งให้อาจารย์ในวันจันทร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ครับ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> อาจารย์แหวว ชวนไปหลี่ผีในประเทศลาว เพื่อไปเดินดูปัญหาเรื่องของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ด้วย คราวนี้เราคงได้มุมมองทั้งเรื่องสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมไปถึงเรื่องของความมั่นคงของมนุษย์อีกด้วย <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> หลังจากกลับจาก สคส (สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม อาจารย์โก๋กับอาจารย์แหววก็กลับมานั่งวาดแผนภาพการทำงานร่วมกันถึงการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้กับเด็ก เยาวชนและครอบครัว เป็นการทำงานที่อาจารย์แหวว บอกว่าเป็น true story สำหรับอาจารย์โก๋ แต่ true story ของอาจารย์แหววนั้นเป็นเรื่องคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ กับเรื่องทำศาสตราจารย์ ลองตาไมปดูแผนภาพของอาจารย์แหววและอาจารย์โก๋ที่ช่วยกันวาด จะได้รู้ว่าเราสองคนคิดแผนการทำงานเรื่องสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างไร
อ่านบันทึกการเยี่ยมครั้งนี้จากมุมมองของ อ.โก๋แล้ว ตามมาอ่านที่ อ.แหววบันทึกด้วยนะคะ
http://gotoknow.org/blog/archanwell/162023
อ่านบล็อกของ อ.วิจารณ์เหมือนเคย ก็พบว่า อ.ก็บันทึกถึงการคุยครั้งนี้ว่า <p>สร้างผลงานวิชาการจากสภาพจริงในสังคม
วันนี้ผมนัด อ. แหวว (พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา สายสุนทร) กับ อ. อิทธิพล ปรีดิประสงค์ มาคุยเรื่องเด็ก ผอ. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว มม. เจ้านายของ อ. อิทธิพล คือ รศ. ดร. สายฤดี วรกิจโภคาทร ตามมาคุยด้วย และมีลูกศิษย์ของ อ. แหวว ๒ คนตามมาสังเกตการณ์ด้วย
เราคุยกันเรื่องการพัฒนาเด็ก และเรื่องคนไร้รัฐ
อ. อิทธิพล บ่นเรื่องโดนคนมหาวิทยาลัยหลายแห่งกล่าวหาว่าไม่ได้ทำงานวิชาการ ผมชี้ว่าสิ่งที่ขาดในสังคมไทย คือการสร้างทฤษฎีจากประสบการณ์จริง นักวิชาการไทยติดกระบวนทัศน์คัดลอกความรู้มาจากตะวันตก ติดความคิดว่าทฤษฎีคือสิ่งที่เอาไว้ยึดถือ ไม่คิดว่าทฤษฎีคือสิ่งที่ใช้สำหรับขับเคลื่อนความคิด วิธีคิด เพื่อให้เข้าใจความเป็นจริงได้ชัดเจนขึ้น และทฤษฎีเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ หรือท้าทายได้
สิ่งที่เราขาดคือการสร้างสรรค์วิชาการจากสภาพจริง เรื่องราวจริง ในสังคม </p><p align="right">วิจารณ์ พานิช
๒๙ ม.ค. ๕๑</p><p align="right">http://gotoknow.org/blog/thaikm/162051</p>
กำหนดการลงพื้นที่จัดทำ (๑) เวทีห้องทดลองเชิงปฏิบัติการการจัดระดับความเหมาะสมเกมคอมพิวเตอร์ (๒) เวทีสาธารณะเพื่อจัดตั้งกรรมการชุมชนพัฒนาร้านเกมคาเฟ่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑
กลับมาอ่านอีกรอบ ก็ยังมีจับใจเหมือนเดิม ลุยๆๆๆๆ