<div align="left">
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้มอบนโยบาย ปีการศึกษา 2550 ให้แก่สถานศึกษาในสังกัด เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2550 ในการประชุมผู้บริหารที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และได้ ตีพิมพ์ในหนังสือ พิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ 30พฤษภาคม 2550 (หน้า 3) เห็นว่ามีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ ต่อการปฏิบัติงานของสถานศึกษา จึงขออนุญาตนำเสนอดังนี้
กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผู้เรียนอาชีวศึกษา เป็น นโยบายที่สำคัญยิ่งในสภาวการณ์ที่สถานประกอบการมีความขาดแคลน กำลัง คน ระดับเทคนิคและระดับเทคโนโลยีอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขา ที่เป็น ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งสอดรับกับ นโยบาย ปฏิรูปการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน) ที่ต้องการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรเพื่อการแข่งขันในเวทีโลกสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อน นโยบายลงสู่การ ปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายเพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษา และพัฒนาคุณภาพ ผู้จบการ ศึกษาให้ตรงกับสมรรถนะในการทำงานอย่างแท้จริง ซึ่งได้กำหนดมาตรการ 12 ข้อ เป็นกรอบการปฏิบัติงานของสถานศึกษาในสังกัด 404 แห่งทั่วประเทศ ประจำปีการศึกษา 2550
มาตรการที่ 1 การเพิ่มปริมาณผู้เรียน : โดยปรับรูปแบบการรับนักเรียนให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้นโดยยัง คง ยึดยุทธศาสตร์ “อยากเรียนสาขาใด ต้องได้เรียนสาขาวิชานั้น” ภายใต้ความเชื่อว่า หากนักเรียนได้เรียนในสิ่งที่ถนัดและสนใจ จะสามารถเรียนได้ดี และมีโอกาส ประสบความสำเร็จในการเรียนได้มากขึ้น
มาตรการที่ 2 ขยายการเปิดรับนักเรียน ระดับ ปวช. ในโรงเรียนมัธยมศึกษา : เพื่อรองรับนักเรียนจากโรงเรียนขยายโอกาสหรือโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องการเรียนสายวิชาชีพ แต่ไม่มีสถานศึกษาประเภทอาชีว ศึกษารองรับ
มาตรการที่ 3 ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนแบบเทียบโอนประสมการณ์การณ์อาชีพ : เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานในสถานประกอบการทุกสาขาอาชีพหรือผู้ท ี่ประกอบอาชีพอิสระสามารถนำความรู้ประสบการณ์อาชีพไปขอประเมินเทียบ หน่วยกิตการเรียนเพื่อโอน เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยการเรียนตามหลัสูตร ระดับปวช.หรือระดับ ปวส.
มาตรการที่ 4 กำหนดสมรรถนะในการเรียน 3 ระดับ (ใช้ – ซ่อม – สร้าง) : เพื่อจัดระบบการเรียนให้ตรงกับ สมรถนะในการทำงานจริง โดยให้สถานศึกษา จัดรายวิชาเลือกที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่น เพื่อให้การจัดแผนการเรียน ตอบสนองความสนใจของผู้เรียน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสมรถนะที่ผู้จบการศึกษา สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในงานอาชีพได้ ระดับสมรรถนะที่สามารถ ซ่อมปรับปรุง คิดวิเคราะห์ปละแก้ไขปัญหาได้ และระดับ สมรรถนะที่สามารถ สร้างสรรค์ พัฒนาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และ นวัตกรรมใหม่ได้
มาตรการที่ 5 ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน ปฏิรูปวิธีสอบ : โดยจัดให้มีการเรียนการสอนแบบบูรณาการเรียนเป็นเรื่อง เป็นชิ้นงาน เป็น โครงการ และสร้างโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์ทำงานจริง โดย ใช้โรงฝึกงานของสถานศึกษา โรงงานของสถานประกอบการ และ สถานการณ์ ทำงานจริงในขุมชนท้องถิ่นเป็นแหล่งฝึกทักษะวิชาชีพ
มาตรการที่ 6 สร้างเครือข่ายพันธมิตร : โดยขยายความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด และองค์กร วิชาชีพโลก เพื่อร่วมจักการอาชีวศึกษาภายใต้หลักการ “ผู้ใช้ร่วมคิดผู้ผลิตร่วม กำหนด” เป็นการเชื่อมโยงโลกแห่งการเรียนและ การทำงานให้มีความ ใกล้ชิดมากขึ้น
มาตรการที่ 7 การสร้างผู้ประกอบการใหม่ :
กำหนดกลไกขับเคลื่อน ระบบการให้ความช่วยเหลือแนะนำ และการต่อยอดความรู้ด้านการประกอบธุรกิจผลักดันให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาเป็น ผู้ประกอบการใหม่ที่เข้มแข็ง ภายใต้การ สนับสนุนความรู้และบูรณาการใช้ ทรัพยากรระหว่างหน่วยงานต่างๆ อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ธนาคารพัฒนา วิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน และสถาบันคีนัน เป็นต้น
มาตรการที่ 8 การพัฒนาอาชีพแบบบูรณาการ : ให้อาชีวศึกษาจังหวัดทุกแห่งบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานและใช้ทรัพยากรทาง วิชาชีพ ร่วมแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน ในพื้นที่ภูมิสังคมอาชีพ เพื่อ สนับสนุนโครงการจังหวัดอยู่ดีมีสุขของรัฐบาลโดยใช้กระบวนการจัดการ ความรู้ การมีส่วนร่วม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเป็นแนวทางสร้างความ สำเร็จร่วมกัน
มาตรการที่ 9 คุณธรรมนำวิชาชีพ :
สร้างเจตคติ ปลูกจิตสำนึก และปรับพฤติกรรมของนักเรียนและบุคลากร ด้วยระบบคุณธรรมนำวิชาชีพ รวมทั้ง การสร้างความตระหนัก ในคุณค่า ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี และวิถีชีวิต ของประชาธิปไตย
มาตรการที่ 10 เสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินปละบุคลากรอาชีวศึกษา : มีแผนการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล และมีระบบตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรทุก
มาตรการที่ 11 การศึกษาดูงานเพื่อการเรียนอย่างมีเป้าหมาย : เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มองเห็นเส้นทางอาชีพและโอกาสของการทำงานใน อนาคต สถานศึกษาทุกแห่งต้องจัดให้นักศึกษาระดับปวช.และระดับ ปวส.ชั้นปีที่ 1 ทุกคนไปศึกษาดูงานในสถานประกอบการในสัปดาห์ 1 - 2 ของภาคเรียนแรก เพื่อจะช่วยให้นักศึกษาไว้วางแผนการเรียนได้อย่าง มีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น และเป็นประตูด่านแรก ที่จะทำให้ครูและ นักเรียนมีความใกล้ชิดกัน ก่อนเริ่มการเรียนการสอน
มาตรการที่ 12 การจัดการความรู้ : ปรับปรุงประสิทธิภาพและเร่งรัดงานภารกิจใหม่ที่มีความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน สร้างจุดแข็งในการดำเนินงานให้มีความสะดวกรวดเร็ว คุ้มค่ากับการลงทุน มีประสิทธิภาพสูงและบรรลุเป้าหมายขององค์กร
กลยุทธ์การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาข้างต้น รวมทั้งความมุ่งมั่นในการพัฒนาภารกิจขององค์กรและการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ของนักศึกษาอาชีวศึกษามาอย่างต่อเนื่องในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา น่าจะมีส่วน ช่วยผลักดันให้ทุกองคาพยพอาชีวศึกษามีความเข้มแข็ง และร่วมกันปฏิบัติภารกิจ เพื่อดำรงสถานการณ์เป็นหน่วยงานพัฒนาทักษะวิชาชีพและยกระดับคุณภาพ เยาวชน และประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสอดคล้อง กับเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาของประเทศได้เป็นอย่างดี
</div>
นโยบายที่ลงมาเป็นประโยชน์มาก
ขอบคุณสำหรับบทความที่นำมาลงนะครับ
อาจารย์ ลงรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบาย
คือว่าหนูอยากทำความเข้าใจ เพื่อสอบครูผู้ช่วย
ขอบคุณอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ
นโยบายนี้เก่าไปนิด แต่บางนโยบายยังใช้อยู่ ขอโทษทีไม่ได้ลงนโยบายใหม่ กำลังพยายามหาเวลา อยากได้ข้อมูลใด กรุณาเมล์มาถามให้ชัดเจนโดยตรง
ขอบคุณครับท่านผมอยู่มหาวิทยาลัยนครพนม ไม่รู้เรื่องเลยว่าอาชีวเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง