ความสนใจของลูกคนเล็กต่างจากคนโตอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งอยู่ที่วัย แต่เมื่อเปรียบเทียบวัยเดียวกันก็ไม่ใช่ คนเล็กไม่ชอบไปไหน อยากอ่านหนังสือฟังเพลงเงียบๆก็มีความสุขแล้ว คนโต เลี้ยงนกตกปลา ไม่ชอบรวมกลุ่ม แต่ก็ชอบเที่ยวกับเพื่อน ช่วงนี้กระแสจตุคามมาแรง คนโตติดตามข่าวสารเรื่องนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มผู้สนใจใคร่รู้ ส่วนคนเล็กไม่สนใจ แต่ก็ฟังว่าเขามีเรื่องเล่าอะไรกัน คนโตสรุปให้ฟังว่า กลุ่มสนใจจตุคามมีด้วยกัน 5 ประเภท คือ1)ตามกระแส 2)เชื่อว่าเป็นของขลังมีพลังพิเศษ 3)เชื่อว่าจะเกื้อหนุนให้เจริญรุ่งเรืองในอาชีพ/หน้าที่การงาน 4)เชื่อว่าทำให้รวย 5)เป็นการเก็งกำไร
ข้อ 5 มีมากที่สุด ถัดมาคือข้อ 4 ชื่อรุ่นจึงเกี่ยวกับความร่ำรวยเกือบทั้งหมด บางรุ่นแม้เป็นเศรษฐีแล้วก็ยังต้องมานั่งนับเงินอีก
ทั้งหมดไม่เกี่ยวกับศาสนาพุทธเลย แต่พิธีทั้งหมดก็ดำเนินการโดยพระสงฆ์ และเกี่ยวข้องกับวัดโดยที่หลายแห่งเกี่ยวข้องกับวงการศึกษาด้วย
พุทธศาสนาเชื่อเรื่องกรรม การพึ่งตนเอง และความเพียร แต่ก็ปนกับความเชื่ออื่นๆซึ่งมีมาก่อน
ผมถามว่า แล้วลูกอยู่กลุ่มไหน?
พวกเราช่วยวิเคราะห์กันแล้วสรุปว่า อยู่ในกลุ่มของขลังมีพลังพิเศษ เพราะแกนำจตุคามหลายรุ่นไปแลกกับจตุคามที่เป็นเหรียญแสตมป์รุ่นขุนพันธุ์ปลุกเสก แกบอกว่า รุ่นอื่นๆสร้างได้เรื่อยๆ แต่รุ่นขุนพันธุ์ปลุกเสกสร้างไม่ได้แล้ว ตอนนี้จึงเหลืออยู่เพียง2ลูก(เขาเรียกเป็นลูกหรือแว่น) ผมก็ได้เรียนรู้เรื่องนี้กับลูกด้วย
ถึงสองคนจะต่างกัน แต่ดูจะเป็นนักคิดด้วยกันทั้งคู่
ถ้าให้นักเศรษฐศาสตร์มอง จะบอกว่าน้องภูมิอยู่ในกลุ่ม "เก็งกำไร" โดยไม่รู้ตัว เพราะเหตุผลที่เอารุ่นอื่นๆไปแลกกับรุ่นขุนพันธุ์ เนื่องจาก "รุ่นอื่นๆสร้างได้เรื่อยๆ แต่รุ่นขุนพันธุ์ปลุกเสกสร้างไม่ได้แล้ว" (น้องภูมิไม่ได้ให้เหตุผลเรื่องความขลังสักหน่อย) แสดงว่าน้องภูมิเห็นค่าของการถือสิ่งของที่หายากสร้างใหม่ไม่ได้
"ของหายาก" แต่ความต้องการมีมาก (supply น้อยกว่า demand) ราคาย่อมถีบตัวสูงขึ้นได้....
ของขลังมีพลังพิเศษ ...พลังพิเศษที่ว่า คือ "ส่วนเกินทางเศรษฐกิจ" ที่เกิดจากความหายาก... กระมังคะ..
(ขอโทษน้องภูมิ ถ้าตีความผิดค่ะ)
ผมคิดว่าที่อาจารย์วิเคราะห์ก็มีส่วนจริง แต่ก็แปลกใจว่าแกไม่หวงรุ่นอื่นๆไว้เลย คือแกแลกหมด อาจจะ10ลูก แล้วก็ไม่ได้อยากเก็บรุ่นอื่นๆไว้เพื่อการค้าเลย อาจารย์-แม่ของเพื่อนภูมิ แฟนคลับจตุคาม ยังหวงแทนเลย บอกว่า น้องภูมิเก็บไว้บ้างซี อย่าให้เขาหมด
ผมคิดว่าบางทีอาจจะไม่ใช่เพราะการเก็งกำไร แต่อาจจะเป็นเพราะรุ่นที่ขุนพันธ์ปลุกเสกนั้นไม่สามารถจะสร้างขึ้นมาได้อีกเเล้ว ไม่ว่าจะสร้างอีก กี่ร้อยล้าน พันล้านรุ่น ซึ่งที่กระเเสที่จตุคามรามเทพได้ดังขึ้นมาก็เพราะขุนพันธ์ เเต่จากที่ได้อ่านมานั้นคุณภีมได้กล่าวมาว่าน้องเค้ามีกี่รุ่นก็ยอมเเลกหมด ก็เเสดงว่าน้องเค้าไม่ได้หวังผลกำไร อาจจะเป็นเพราะความศรัทธาในตัวขุนพันธ์ก็ได้ เเละจากที่คุณภีมได้กล่าวมาว่าการจัดสร้างจตุคาม-รามเทพนั้นชื่อรุ่นต้องเกี่ยวกับความร่ำรวยก็เป็นเพราะจากประวัติความเป็นมาของจตุคามนั้นท่านได้ให้พรไว้ว่า "ตราบใดที่น้ำทะเลยังไม่เหือดเเห้งมึงมีกูไว้ไม่จน" เพราะเนื่องมาจากพรนี้จึงต้องจัดสร้างชื่อรุ่นให้เกี่ยวกับความร่ำรวย ส่วนผมนั้นคิดว่าคนส่วนมากนั้นที่นิยมจตุคามรามเทพก็เพราะเหตุผลหลายประการ บางคนอาจจะได้เห็นปาฏิหาริย์กับตาตัวเอง ส่วนบางคนก็มีคนเล่าให้ฟังถึงความไม่น่าเชื่อขององค์จตุคามรามเทพ เเต่บางคนที่ไม่ได้เจอด้วยตนเองก็อาจจะไม่เชื่อ ความเชื่อของคนเอามาเเปลเป็นคำทางวิชาการไม่ได้หรอกครับ เเต่ต่างคนก็ต่างความคิดไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เเล้วกันครับ ^-^
