ทำงานวิจัยไป แต่งกลอนไป เพราะบรรยากาศมันพาไป

  

  

                                     ค่ำคืนแห่งแม่ฟ้าหลวง

จันทร์เพ็ญดวงกลมลอยเด่นเหนือคีรี     วิกาลนี้ช่างยาวนานเยือกเย็นนัก
ยิ่งดึกสงัดยิ่งเยือกเย็นเด่นชัด             น้ำค้างจับหยดย้อยบนยอดหญ้า
ยืนเดียวดายริมระเบียงยามค่ำคืน        สลัดลืมทิ้งสิ้นหน้าที่ในโลกหล้า
แหงนหน้ามองเดือนสถิตบนผ่านฟ้า      หวนคิดพาเจ้ามาชมเป็นคู่สอง
ราตรีนี้มิมีแล้วเสียงของเจ้า                  มาปัดเป่าความเหงาอารมณ์หมอง
รอเพียงความปวดร้าวในอกตรอม         ละลายหลอมรวมลงสู่ถิ่นดารา
ยื่นหน้าริมขอบรั่วปราถณา                   สายลมพาทุกข์นี้ไปปลายนภา
ทิวเขาห้อมล้อมดุจอ้อมกอดมารดา        พาอุราอุ่นระอุขึ้นทันใด
คนเฝ้าตึกหนีความหนาวไปเสียแล้ว       คงไม่แคล้วเหลือเพียงเจ้าแมลงเสียงใส
เฝ้าบรรเลงเพลงกึกก้องกังวาลไกล        ประสานไปทั่วขุนเขาพารื่นใจ
ความเย็นเดือนนี้แม้ยอดชายังหลบลี้      ฤาเจ้าหนีหน้าข้าอีกคนไป
เมื่อไหร่หนอเจ้าจะออกยอดผลิใบ          เขียวสดใสดุจมรกตดังปีกลาย
มนุษย์ทุกข์เพราะคิดยากจะลืม              ใจคนยากฝืนคะนึงหมาย
เศษชาเกลื่อนกล่นดุจฤทัยแหลกสลาย   บอกระบายแด่ทิวเขาแห่งแม่ฟ้าหลวง


                                                    ตึก S4 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
                                                    ประสิทธิ์  สุธรรมวงศ์
                                                     มกราคม 2550