สองวันที่ผ่านมา เลขาฯพาน้องสาว(ร่วมโลก)ชาวญี่ปุ่นไปทัศนศึกษาวัฒนธรรมไม้ไผ่ในเมืองไทยแถวจังหวัดเพชรบุรี มีเจ้าภาพคือน้องเอ๊ะ เจ้าของแก่งกระจานริเวอร์ไซด์รีสอร์ทค่าย ก่อนไปเลขาฯหวั่นใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่าตอนนี้ชาวเพชรบุรีจะยังใช้ไม้ไผ่กันมากแค่ไหน
            เราแวะกันที่ตัวอำเภอท่ายางที่บ้านของน้องเอ๊ะก่อน หลังจากไปกินผัดไทยท่ายางจนอิ่มท้องแล้ว น้องเอ๊ะก็พาพวกเราควบมอเตอร์ไซค์สามล้อพ่วง พาหนะยอดนิยมประจำอำเภอ วนเวียนดูบ้านเมืองกัน นั่นไง ไม้ไผ่ใช้ค้ำต้นไม้เป็นสิ่งแรกที่ได้พบ พอแวะบ้านอาม่าก็เจอตอกไม้ไผ่สานเป็นตัวไก่เอาไว้ใส่ใข่ให้เป็นของขวัญ ยังมีเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆที่เป็นเครื่องจักสานที่ใช้ไผ่เป็นส่วนประกอบอีกมากมาย
            เมื่อเข้าไปที่รีสอร์ท ยังมีของทำจากไม้ไผ่ให้ดูอีก ทั้งศาลาพร้อมโต๊ะเก้าอี้ไม้ไผ่เอาไว้นั่งเล่นหย่อนใจ จนถึงบ้านของเจ้าหน้าที่ ที่นอกจากเสาปูนและไม้แล้ว ที่เหลือก็เป็นไม้ไผ่แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ไผ่ ฝาขัดแตะ หรือโครงหลังคา บ้านที่ดูเบาและโปร่งสบาย ที่แม้แต่เจ้าของรีสอร์ทก็ไม่เคยเข้ามาพิจารณาดูใกล้ๆสักที
            ป๊ะป๋าของน้องเอ๊ะยังพาเราไปเยี่ยมบ้านสองพี่น้อง ที่มีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ ที่นี่เราได้เห็นฝาบ้านที่เป็นฟาก ทำจากไม้ไผ่มาทุบให้แบน หลังคามุงหญ้า   ไปเยี่ยมบ้านถ้ำรงค์ นั่งดูและคุยกับป้าบุญส่งที่กำลังสานตะกร้าใบย่อมที่มีคนมาสั่งทำเอาไปใช้ในช่วงปีใหม่อยู่เป็นนาน ระหว่างนั้นป้ากับลุงคอยหยิบผลไม้อย่างละเล็กละน้อยออกมาให้น้องญี่ปุ่นและพี่ไทยได้ลองชิมกันอย่างเอร็ดอร่อย สลับกับพี่ไพโรจน์ ผู้กรุณานำเราจากที่ทำการ อบต.มาหาป้า ทั้งๆที่เราโผล่ไปโดยไม่ได้นัดหมายมาก่อน คอยไปหยิบอุปกรณ์ต่างๆที่ทำด้วยไม้ไผ่ออกมาให้พวกเราได้ดูกัน
            น้องญี่ปุ่นถามป้าว่า มีใครทำงานจักสานต่อจากป้าอีกบ้างไหม ป้าบอกว่า คนเดี๋ยวนี้เขาไม่ทำกัน ถ้าคนรุ่นป้าตายไปความรู้นี้ก็คงหมดไปจากที่นี่ เพราะไม่มีคนใช้กันด้วย แค่ตอนนี้อุปกรณ์เก่าๆอย่างกระบุง กระด้ง ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว
            น้องญี่ปุ่นทำหน้าเสียดาย บอกว่า ของที่เป็นงานฝีมืออย่างนี้ ที่ญี่ปุ่นราคาแพงมาก ตะกร้าไม้ไผ่ที่ป้าทำอย่างดี และน้องเอ๊ะคิดว่าถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นคนถือคงเป็นพวกคุณป้าที่ไปเดินจ่ายตลาดอยู่ทั่วไป  น้องญี่ปุ่นบอกว่าที่ญี่ปุ่นคนถือตะกร้าแบบนี้มีแต่เศรษฐีทั้งนั้น คนธรรมดาไม่มีปัญญาซื้อ
            เลขาฯเชื่อว่า ของที่อยู่ใกล้แต่มองไม่เห็นยังมีอยู่อีกมากมาย เทคโนโลยีช่วยให้เราสามารถมองไกลไปเห็นถึงเรื่องราวในต่างถิ่นแดนไกลได้ แต่คงจะดียิ่งขึ้น ถ้าเรามีเวลาหันมามองใกล้ ให้เห็นถึงเรื่องราวรากเหง้าของเราเองควบคู่ไปด้วย