ท่านเคยถูกเบียดขณะจะเข้าหรือออกจากลิฟท์มั้ยค่ะ ...
ดิฉันพบว่าคนจะเข้าลิฟท์ไม่รอให้คนในลิฟท์ออกมาก่อนก็จะชนไหล่กันตรงประตูลิฟท์ (คนในก็จะออก คนนอกก็จะเข้า)
การใช้ประตูดิฉันก็พบว่า เวลาที่เราเดินข้างหน้าเปิดประตูจะเข้าห้องเรียน หรือเข้าออกที่ทำงานที่เป็นประตูผลัก หากเราเห็นว่ามีคนเดินตามหลังมา เราจะเปิดประตูรอ... คนที่ตามหลังมาก็จะเดินผ่านออกประตูไปโดยไม่รับประตูต่อจากเรา ถ้ามีคนตามหลังมาอีกเราก็เลยจำเป็นต้องจับประตูเปิดให้ต่อไป (กลายเป็นพนักงานเปิดประตู จำเป็น)
แต่หากเราเป็นคนเดินตามหลัง เราก็ต้องระวังว่าประตู จะชนหน้า เพราะคนเดินข้างหน้า เปิดเสร็จออกไป ก็จะปล่อยประตูทันทีไม่มีค้างไว้ให้
ดิฉันคิดว่า
การใช้ลิฟท์นั้น ต้องรอให้คนในลิฟท์ออกมาก่อน เราจึงเข้าไปในลิฟท์
ส่วนการเปิดประตูนั้น หากเราเป็นผู้เปิดประตูแล้วมีคนเดินตามหลังเราควรเปิดค้างรอให้เขามารับต่อแล้วเราก็ปล่อย...หากเราเดินตามหลังเราก็รับต่อพร้อมกับคำขอบคุณ...
ท่านละค่ะคิดว่าควรเป็นอย่างไรค่ะ เกี่ยวกับการใช้ลิฟท์และประตูผลัก

ที่อาจารย์พูดมาถูกแล้วครับ สำหรับผู้มีน้ำใจ
สำนวนจีน ช่วยคน ดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น
แต่สำหรับบางคน ถ้าเรามองแบบใจดี คือ ว่า เค้าคงรีบไปทำธุระ มันด่วนจริงๆ เลยลืมเผื่อแผ่น้ำใจ ระหว่างการเข้าและออกประตูและลิฟท์ครับ
ที่คณะแพทย์และคณะอื่นใน ม.ขอนแก่น ผมพบที่หน้าลิฟท์ว่ามีการรณรงค์ ให้อาจารย์เข้า-ออกก่อน
มีนักศึกษารังสีเทคนิค เล่ารื่องตลกของเค้าให้ฟังว่า
นักศึกษาคนนี้ เค้ามีหน้าตาดูสูงวัย แต่งตัวภูมิฐาน เมื่อมาเรียนที่ ม.ขอนแก่น เวลาไปเรียนต่างคณะร่วมกับนักศึกษาที่คณะอื่นๆ มักได้รับโอกาสเข้าลิฟท์ก่อน เพราะเพื่อนนักศึกษาเข้าใจว่าเค้าเป็นอาจารย์ ไปทาข้าว แม่ค้าก็ตักให้เค้าก่อน แล้วบอกนักศึกษาคนอื่นว่า ขอให้อาจารย์ก่อนนะ อาจารย์จะได้ไปทำงานต่อ (เค้าบอกว่า อายจัง แต่ก็แม่ค้าคิดไปเอง เลย ปล่อยเลยตามเลย)ในเทอมแรกๆ สะดวกตลอด ต่อมาเทอมหลัง นักศึกษาจะพบเค้าเข้าไปเรียนร่วมห้อง เลยกลับมาอยู่สถานะภาพนักศึกษา ตามปกติครับ จบแล้วครับ
เห็นด้วยกับอาจารย์เลยครับ
การใช้ลิฟท์
คนอยู่ใน ต้องได้ออกก่อน เหตุผล เพื่อลดจำนวนคน เพิ่มพื้นที่ การเคลื่อนย้ายทำได้ง่าย
ถ้าคนนอกเข้ามาก่อน จะเพิ่มจำนวนคน และเพิ่มพื้นที่ การเคลื่อนย้ายทำได้ยาก
การเปิดประตู
ใครเปิดก่อนควรรอให้ผู้ที่จะผ่านประตูต่อไปรับ
ใครรับประตูควรกล่าวคำขอบคุณ
ถ้าเป็นประตูทึบ ควรดึงเข้าหาตัว ไม่ควรผลักออก
ถ้าเป็นประตู2บาน ควรเปิดทางใดทางหนึ่ง ถ้าเจ้าของอาคารทำลูกศรนำทาง ควรปฏิบัติตามเส้นทางลูกศร
.
ขอบคุณครับ อาจารย์ ที่เปิดประเด็น สำนึกสาธารณ อีกเรื่องครับ
ปล. ดอกไม้ดอกนี้หรืปล่าที่ได้รางวัลชมเชย มุมมองภาพดีมากเลยครับพี่แป้ว สวยมากครับ ยกหัวแม่มือให้เลย
สวัสดีครับพี่แป๋ว
ขอบคุณ อ แป๋วที่ชูประเด็น
เป็นมารยาทที่ดีงาม และงดงามมากนะคะ
เห็นด้วยกับความเห็นทุกอัน และเห็นด้วยเป็นอย่างมาก ของคุณเม้ง
พบเหตุการณ์ เดียวกันเลยค่ะ ว่าเมื่อ เราให้ ก่อน เราจะได้มิตร จากคนแปลกหน้า ทุกครั้ง
เป็นความรู้สึกดี ที่เราเริ่มต้นได้ และน่าจะสร้างสังคมที่มีความรัก และปรารถนาดีได้เสมอ
สวัสดีค่ะคุณแป๋ว...
ขอบคุณค่ะ
แต่ผมเคยพบรักในลิฟท์ ครับ อิอิ
น่ารักดีนะค่ะสำหรับนักศึกษา ที่ถูกเพื่อนๆ มองว่าเป็นอาจารย์...ยิ้ม ยิ้ม
สวัสดีค่ะ ตาหยู
ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับแนวปฏิบัติพร้อมเหตุผลค่ะ ดีมากๆ เลยค่ะ ต่อยอดในรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น ทำให้เราคำนึงถึงมารยาทในการใช้ของสาธารณะร่วมกันค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องวิลเลี่ยม... ขอบคุณมากค่ะ
เห็นด้วยมากค่ะ บางทีเราก็คงต้องบอกค่ะ แต่บางทีก็ดูตาม้าตาเรือด้วยนะค่ะ บางทีบางคนเราบอกไม่ได้ก็มีค่ะ ... พี่เคยไปยืนต่อคิว แล้วก็มีคนมายืนรอกแซง บางครั้งก็ไปแตะไหล่เขา ชี้ให้มาเข้าคิวค่ะ ยิ่งถ้าเป็นเด็กๆ ต้องรีบบอกว่า จะเป็นการฝึกให้เขามีระเบียบวินัยค่ะ
รูปนี้ไม่ได้ส่งประกวดค่ะ ไปถ่ายตอนเช้าของวันส่งประกวด ก็เลยไปอัดภาพไม่ทัน แล้วพี่ก็ต้องมีประชุมด้วยค่ะ
รูปที่ได้รางวัลชมเชยคือรูปนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะน้องเม้ง ... ขอบคุณมากค่ะ
เห็นด้วยมากค่ะว่าเราให้เกียรติกันและกัน ให้เขาเข้าหรือออกก่อน แม้กระทั่งเข้าออกห้อง หรือเดินสวนกัน ให้เขาเดินสวนไปก่อน การที่เราให้เกียรติกันและกัน โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่กว่านับว่าเป็นมารยาทการให้เกียรติที่พึ่งปฏิบัติเลยค่ะ
อีกอย่างในลิฟท์นั้นการทักทาย หรือยิ้มให้กันจะทำให้การขึ้นลิฟท์ไม่น่าเบื่อเพราะจ้องแต่ตัวเลขขึ้นลงของลิฟท์ จริงมั้ยค่ะ
พี่เคยไปเข้าคิวอะไรสักอย่าง มีรุ่นพี่คนหนึ่งมาทีหลังพี่ พอเข้าเปิดประตูให้เข้า พี่ก็ให้รุ่นพี่คนนั้นเข้าไปก่อน แล้วรุ่นพี่คนนั้นก็ไปเบียดแซงคนอื่นต่อ ... พี่เกือบพลาดโอกาสในกิจกรรมนั้น และเพื่อนรุ่นพี่ก็มาแสดงความเสียใจว่า พี่ถูกแย่งคิว.......
สวัสดีค่ะอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์มากๆค่ะ ที่กรุณาช่วยชี้ประเด็นในเรื่องนี้ว่า ถ้า
"เราให้ ก่อน เราจะได้มิตร จากคนแปลกหน้า ทุกครั้ง และเป็นความรู้สึกดี ที่เราเริ่มต้นได้ และน่าจะสร้างสังคมที่มีความรัก และปรารถนาดีได้เสมอ"
ควรเริ่มต้นที่ตัวเราเองด้วยใช่มั้ยค่ะอาจารย์....ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะพี่อ้อย ... การพบมิตร หรือสร้างมิตรในลิฟท์ ดีมากๆ เลยค่ะพี่อ้อย พี่อ้อยยิ้มแย้ม แจ่มใส ใครๆ ก็อยากเป็นมิตรด้วย...
วัฒนธรรมการเข้าแถวเข้าลิฟท์ ดีจังเลยค่ะ รณรงค์ได้อย่างไรค่ะพี่อ้อย...ขอบคุณค่ะ
เรื่อง พบรักในลิฟท์ นำมาขยายต่อให้ฟังกันบ้างซิค่ะ … อย่างน้อย จะได้แสดงความยินดีกับ อ.ขุน บ้าง
สวัสดีค่ะ ... ขอบคุณมากค่ะ ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นนะค่ะ ...
คุณWanpen น่ารักมากๆ เลยค่ะ มี Service mind มากเลยค่ะ อยากมีผู้ให้บริการแบบนี้จังเลยค่ะ ผู้รับบริการคงชื่นใจ พึงพอใจมากๆค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะ
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์paew ที่กระตุกต่อมทำดีอีกแล้ว อิอิ
ว่าแต่ว่าตอนนี้ฝนตกอีกแล้ว...
อ.แป๋วคะ
ต้องใช้จิตสำนึก และจิตสาธารณะ
การกระทำบางอย่าง(ที่เป็นวัฒนธรามฝรั่ง)คนไทยทำไม่เป็น และไม่คุ้น
ในบริบทของเรา ผู้(อายุ)น้อยต้องบริการผู้ใหญ่ เสมอ ๆ
ดังนั้นถ้าเป็นคนที่อยู่ชนบทบางครั้งอาจจะไม่คุ้นกับการกระทำที่เราปฏิบัติ เช่น การเข้าคิว การเข้าออกประตูตามสถานที่ราชการ หรืแม้กระทั่งการใช้ลิฟท์ เป็นต้น (ไม่ได้เหมาทั้งหมดนะคะ)
แต่ถ้าเป็นคนที่อยู่ในแดนศิวิไลซ์ พฤติกรรมการ้ลิฟท พฤติกรรมการเปิด-ปิดประตูสาธารณ หรือแม้กระทั่งการเข้าคิว เราเริ่มชิน และปฏิบัติด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน (โดยผู้เป็นสุภาพบุรุษ จะมีมารยาทแก่สภาพสตรีค่ะ)
กรณีที่เจอผู้ที่แหวกธรรมเนียมปฏิบัติ ก็มีอารมณ์เหมือนกัน.....
ถ้าแซงคิว ก็จะบอกว่ารบกวนต่อคิวนะคะ
ถ้าเข้าลิฟท์โดยที่คนข้างในยังไม่ออก....ก็จะบอกว่ารอคนข้างในออกก่อนนะคะ (เป็นบ่อย...เพราะไป รพ.บ่อยค่ะ)
ถ้าเป็นประตู......ไม่ว่ากัน....เพราะอันนี้เป็นจิตสำนึกและจิตสาธารณล้วน ๆ (กุน)กุลสตรีอย่างหนู ... ก็ต้องพึ่งตัวเองบ้างล่ะจ๊ะ
ขอบคุณค่ะน้องหนิง…มีอะไรอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิ่งสาธารณะร่วมกัน ก็ต้องมีมารยาทและแนวปฏิบัติ ซึ่งน่าจะมีแชร์ กันว่าควรเป็นอย่างไร บางอย่าง บางคน หรือเราก็ปฏิบัติอยู่แล้ว แต่บางอย่าง บางคน หรือ เราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี มาแชร์กันจะได้ทำให้สังคมน่าอยู่นะค่ะ….
สวัสดีค่ะ ... ขอบคุณน้องอึ่งอ๊อบ(กุน)กุลสตรี ที่น่ารัก..พี่เห็นด้วยค่ะ โดยเฉพาะ จิตสำนึก และจิตสาธารณะ ซึ่งบางคนไม่มีหรืออาจไม่รู้ ทำให้เขาปฏิบัติแบบไม่น่าจะปฏิบัติค่ะ ... เพราะหลายๆ ครั้งเราก็หงุดหงิด บางทีเราก็ว่าเรามีจิตสำนึกที่ดี แต่พอไปพบบางคนที่ไม่มีจิตสำนึก ... ก็อาจทำให้สับสนว่าที่เราทำนี่มันอาจจะไม่ใช่ หรือก็อาจกลายเป็น "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม" ค่ะ ... ไม่อยากให้ความไม่มีจิตสาธารณะกลายเป็นสิ่งที่เราต้องหลิ่วตาตามค่ะ ...
เราพูดคุยกันน้อยลง เด็กๆ อยู่หน้าจอคอมมากขึ้น ทำให้การถ่ายทอดเรื่องพวกนี้ ถูกละเลยไปรึปล่าว ... อยากให้ช่วยๆกันสร้างจิตสำนึก และจิตสาธารณะค่ะ ...