คุณอำนวย ที่เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ต้องพยายามสังเกตผู้เรียน และบรรยากาศ ในการเรียนรู้ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์ว่า กระบวนการที่จัดอยู่นั้นจะสามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่

      เมื่อช่วงวันที่ 15 – 18 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา ผมได้นำพนักงานกลุ่มหนึ่ง ไปเข้าค่ายเพื่อการเรียนรู้  ที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี (โครงการในสาขาของวัดสวนแก้ว) ผู้เรียนเป็นพนักงานฝ่ายซ่อมบำรุง จำนวน 23 คน

      วัตถุประสงค์ของการเข้าค่ายครั้งนี้ ก็เน้นอยู่สองเรื่องใหญ่ดังนี้ครับ

  • เพื่อให้พนักงานเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้และเป็นผู้ที่สามารถเรียนรู้ได้ในทุกสถานการณ์
  • เพื่อพัฒนา หรือเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)และ รู้จักลดอัตตา

         ตามวัตถุประสงค์ข้อแรก ก็จัดกระบวนการให้ได้เรียนรู้ตามกระบวนการผ่านกิจกรรมต่าง ตามแต่ผู้เรียนอยากจะทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่พำเพ็ญประโยชน์ อย่างเช่น การทาสีอาคาร  การทำป้ายโครงการ และการทำแปลงเกษตร  เมื่อทำเสร็จแล้วก็ใส่กระบวนการเรียนรู้ เช่น การสะท้อนตนเอง (Reflection) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Show & Shared) การถอดบทเรียน (AAR) ซึ่งการจัดกระบวนการนี้ไม่ยุ่งยากนัก ส่วนใหญ่ก็ให้ผู้เรียน คิด และ ตัดสินใจกันเอง โดยที่คุณอำนวยคอยสังเกตการณ์ ถึงกระบวนการคิด และการบริหารจัดการความคิดที่หลากหลายของผู้เรียน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">         ส่วนวัตถุประสงค์ข้อที่สอง ตามจริตของพนักงานที่เป็นช่าง ถ้าจะให้นั่งสมาธิ หรือเดินจงกลม นานๆ ก็คงไม่เหมาะ หรือไม่ถูกใจผู้เรียนเป็นแน่ ตอนแรกผมในฐานะคุณอำนวย ลองเลือกนิมนต์พระมาสนทนาธรรม กับกลุ่มผู้เรียน ในช่วงเย็น  โดยมีหัวข้อการบรรยาย เกี่ยวกับการทำงานอย่างมีความสุข เนื้อหาที่สอนให้ได้คิด ถึงการลดอัตตา  ในระหว่างที่พระท่านสอนธรรมะ (ตามรูปแบบของพระ) ผมสังเกตเห็นผู้เรียนส่วนใหญ่ นั่งหลับบ้าง บางคนก็ตาลอยๆ บางคนก็ท่าทางจะทรมานเพราะต้องนั่งพับเพียบ  คืนแรกผ่านไปแบบที่ผู้เรียนไม่ปลื้ม ไม่ใช่พระบรรยายไม่ดีนะครับ โดยส่วนตัวแล้วชอบ  แต่อาจไม่โดนใจผู้เรียน  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        พอถึงวันที่สอง ตอนกลางวันระหว่างที่ผู้เรียนทำกิจกรรมกัน ผมเอง พยายามที่จะหาวิธี ที่จะจัดกระบวนการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในข้อสอง ให้ได้  วิธีการของผมก็คือเสาะแสวงหาผู้รู้ข้อธรรมะ เกี่ยวกับเรื่องของการทำงานอย่างมีความสุข และการลดอัตตา ซึ่งผมคิดว่าในวัด น่าจะหาไม่ยาก  ในใจผมตอนนั้นคิดว่าจะพยายามหาผู้รู้ที่ไม่ใช่พระ  เพราะถ้าเป็นพระแล้วทำให้ผู้เรียน เกรงกลัวในบารมีของผ้าเหลือง ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศในการเรียนรู้ได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">         จนกระทั่งถึงเย็น ความพยายามของผมก็สำเร็จ เมื่อผมได้เข้าไปขอคำแนะนำ เพื่อหาผู้รู้ จาก ผู้จัดการโครงการ (ที่พึ่งกลับมาจากข้างนอก)  และเย็นวันนั้นผมก็ได้ผู้รู้มาสนทนาธรรม ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้จัดการโครงการนั่น แหละ ซึ่งหากดูจากภายนอกแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ที่มีความรู้ สามารถพูดเรื่องธรรมะ ได้อย่างสนุกสนานและมีสาระ ทำให้ผู้เรียน  ต่างก็ชื่นชอบ สอบถามตลอดกันตลอดเวลา บรรยากาศเป็นแบบกันเอง จนมีการเรียกร้องจากผู้เรียน ให้มีผู้จัดการโครงการ มาแนะนำข้อธรรมะอีกครั้งในคืนที่สาม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">           และเมื่อถึงเวลาถอดบทเรียน ต่างก็สามารถสรุป และ ถอดบทเรียน ที่เป็นความรู้สามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ งาน และนำไปใช้พัฒนาชีวิตของตนเองได้  ผู้เรียนต่างก็ประทับใจ แม้กระทั่งตอนนั่งรถกลับ ก็ยังมีการพูดถึงเรื่องราวที่ได้รับจากผู้จัดการโครงการ นั่นทำให้คุณอำนวยตัวน้อยอย่างผมมีความสุขครับ ความสุขของคุณอำนวยก็น่าจะเป็นเพราะว่าได้เห็นผู้เรียน เรียนรู้อย่างมีความสุข ได้รับความรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  </p>          ที่เล่ามาทั้งหมด ผมเพียงอยากสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของคุณอำนวย ที่เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ต้องพยายามสังเกตผู้เรียน  และบรรยากาศ ในการเรียนรู้ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์ว่า กระบวนการที่จัดอยู่นั้นจะสามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่  หากเห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง  ต้องหาทางปรับเปลี่ยนกระบวนการ ให้เข้ากับสถานการณ์ และ เหมาะสมกับผู้เรียน ครับ  ซึ่งก็เป็นเพียงประสบการณ์หนึ่งของผมที่อยากแลกเปลี่ยนครับ หากท่านใดมีวิธีการดีๆ ก็กรุณา แนะนำด้วยนะครับ