If you love something, Set it free. If it was meant to be, it will come back to you.

ปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเท่าไร ยกเว้นหนังสือที่ใช้เพื่อการเรียน การทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นในแนววิชาการ จนมาช่วงหนึ่ง ไม่รู้คิดยังไงไปได้ E-Book หนังสือมาหลายเรื่อง ก็เลยลองอ่านดู ปรากฎว่าสนุกดีเหมือนกัน แถมยังได้ภาษาด้วย แต่ก็พยายามเลือกอ่านเรื่องที่ใช้ภาษาง่ายๆ จะเป็นนิยายสำหรับวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ เพราะเนื้อหาไม่ซับซ้อนมาก เลยเอามาแนะนำให้ลองอ่านกัน แต่ตอนนี้เรื่องนี้พิมพ์เป็นภาษาไทยออกมาหลายเล่มแล้วในชุด ใครอยากอ่านเป็นภาษาไทยก็น่าจะสนุกไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าอยากฝึกภาษาก็ลองเป็นภาษาอังกฤษก็ดีค่ะ

เรื่องที่จะแนะนำเป็นหนังสือของ Meg Cabot คงรู้จักนักเขียนคนนี้ดีน่ะค่ะ ก็คนเดียวกับผู้เขียนเรื่อง Princess Diary นั้นแหล่ะค่ะ เรื่องที่แนะนำคือเรื่อง Mediator เป็นเรื่องของสาวน้อยคนหนึ่งที่สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ เลยต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆกับกับเหล่าวิญญาณที่ได้พบเจอ เพื่อวิญญาณเหล่านั้นจะได้ไปสู่สุขคติไม่ติดค้างอะไรในโลกมนุษย์อีก และทีเด็ดของเรื่องก็อยู่ที่พระเอก (ซึ่งก็ช่างเข้ากับนางเอกเหลือเกิน นางเอกสื่อสารกับผีได้ พระเอกก็เลยเป็นผีซะเลย) นางเอกต้องแก้ปมปริศนาการเสียชีวิตของพระเอกซึ่งเกิดขึ้นมาเป็นร้อยปีแล้ว และก็ถูกเฉลยในตอนท้ายเรื่อง (อันนี้คงต้องเล่าให้ฟังไม่ได้ ต้องให้ไปอ่านกับเอง)

ในเรื่องมีคำพูดที่น่าประทับใจอยู่ตอนหนึ่ง เป็นช่วงที่นางเอกกำลังตัดสินใจว่าจะช่วยพระเอกให้รู้ความจริง หรือปล่อยไว้อย่างเดิมเพื่อให้พระเอกอยู่กับตน ก็ไปเจอกับป้ายโฆษณาอนุรักษ์นกเข้า โดยมีข้อความเขียนไว้ว่า

If you love something, Set it free.
If it was meant to be, it will come back to you.

อ่านแล้วซึ้งดี ใครชอบสไตล์นี้ ก็ลองดูหาอ่านดู