ทุกวันนี้ธุรกิจได้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตมากที่สุดโดยทอดทิ้งสังคมไว้เบื้องหลัง

บนโลกกลมๆ ใบนี้ประกอบไปด้วยหลายเชื้อชาติหลากภาษา แต่ต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักบนอินเทอร์เน็ตเนื่องมาจากอินเทอร์เน็ตถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกาและแพร่หลายในประเทศที่พัฒนาแล้วก่อนจะมายังประเทศกำลังพัฒนาอย่างเรา อีกทั้งการเชื่อมโลกเข้าหากันด้วยสายเคเบิลและคลื่นสัญญาณต่างๆ ก็ถูกทำโดยคนและบริษัทข้ามชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ดังนั้นแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ที่ต้องการความรู้จากโลกออนไลน์มีความจำเป็นจะต้องเข้าใจภาษาอังกฤษ

การศึกษาวิทยาการถือเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การฝึกทักษะทางด้านภาษาก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ผู้ที่สามารถก้าวผ่านเครื่องกีดขวางทางด้านภาษาได้ย่อมมีโอกาสมากกว่าผู้อื่น นั่นเรากำลังพูดถึงสังคมทุนนิยม สังคมแห่งการแข่งขัน เชื่อไหมครับว่าในระหว่างที่เรากำลังอ่านบนความนี้อยู่ เราเป็นผู้โชคดีหนึ่งใน 10 ล้านคนจากประชาชนชาวไทย 60 ล้านคนทั่วประเทศที่มีโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต แต่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่เหลืออีกกว่า 50 ล้านคนยังเป็นชาวบ้านตาดำๆ ทำไร่ไถนาอยู่เลย มีใครเคยคิดไหมครับว่าในฐานะประชากรส่วนน้อย เราจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติพัฒนาขึ้น เพื่อให้คนส่วนใหญ่ได้มีการศึกษา สามารถเข้าถึงข้อมูล และสามารถดูแลตัวเองได้

<p>คำถามคือคนไทยควรใช้เฉพาะเว็บไซต์ที่เป็นภาษาไทยไหม? คำตอบก็คือไม่ใช่ เพราะอย่างที่ได้เกริ่นไว้ในตอนต้น เนื้อหาดีๆ ถูกเขียนและแพร่กระจายอยู่บนอินเทอร์เน็ตด้วยภาษาอังกฤษ เราควรจะเข้าใจภาษาอังกฤษโดยไม่ทิ้งภาษาไทย ในทางกลับกันเว็บที่เป็นภาษาไทยเพื่อคนไทยไม่ดีหรือ? คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนว่าจะมีส่วนร่วมและผลักดันให้เว็บไซต์คนไทยได้เกิดและเติบโตขึ้นแค่ไหน คำถามถัดมาก็คือแล้วเว็บไซต์ต่างชาติที่แสดงผลเป็นภาษาไทยหละดีไหม? เรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ข้อดีคือโปรแกรมเขามีความสามารถจริง ข้อเสียคือข้อมูลของคนไทยจะตกไปอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศซึ่งก็จะทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลปริมาณมหศาลออกไปนอกประเทศ (นั้นก็หมายถึงเงินบาทที่รั่วไหลออกตามไปด้วย) ผมอยากให้ gotoknow.org เป็นเหมือน blogger.com สำหรับคนไทยจัง เราจะได้มีเนื้อหาดีๆ เยอะๆ อยู่ในประเทศ</p>    <p>ทางธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ ใครๆ ก็พูดถึงเว็บไซต์ 2 ภาษา (หรือมากกว่านั้น) เพราะ globalization ทำให้เราสามารถค้าขายกับคนต่างชาติได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องมีการรองรับภาษาท้องถิ่นและภาษาอังกฤษ (อีกแล้ว) ในยุคเว็บ 3.0 นี่เองที่ผมคาดหวังที่จะเห็น universal language web ที่สามารถแปลงอังกฤษเป็นภาษาอื่นๆ และในทางกลับกันด้วย เพื่อทำให้ความแตกต่างด้านภาษาลดลง หากใครเคยดูหนังมนุษย์ต่างดาว พวกที่มีสหพันธรัฐแห่งจักรวาลมาประชุมร่วมกัน ต่างคนก็ต่างพูดภาษาของตัวเอง แต่ก็จะมีเครื่องแปลภาษาอะไรสักอย่างเพื่อทำให้สามารถสื่อสารกันได้ เราอาจจะกำลังได้เห็นเครื่องแปลภาษาชาวโลกในยุคเว็บ 3.0 นี้ครับ แต่ก่อนอื่นเลย อยากให้ลองเข้าไปเล่นเว็บแปลภาษาของไทยกันก่อนที่ <a href="http://vaja.nectec.or.th/" target="_blank">vaja.nectec.or.th</a>  แล้วกัน</p>    <p>ทั้งนี้โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสของผู้มีความบกพร่อง ในต่างประเทศมีการพูดถึงมาตรฐานการทำเว็บไซต์เพื่อรองรับผู้มีปัญหาดังกล่าว เช่น ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น (ตาบอด, สายตาเลือนลาง, ตาบอดสี), ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน (หูหนวก), ผู้ที่มีความบกพร่องทางกาย (มือ หรือแขนใช้งานไม่ได้), ผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เราเรียกแนวทางนี้ว่า <a href="http://www.w3.org/TR/WAI-WEBCONTENT/" target="_blank">Web Content Accessibility Guideline (WCAG)</a>  ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วโลก เพียงแต่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไรนักในประเทศไทย มีคนเคยบอกผมว่าภาษามือเป็นภาษาสากลเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่ว่าชาติไหนก็สามารถเข้าใจได้ตรงกัน อันนี้เป็นภาษาสัญลักษณ์ที่ผมใช้บ่อย \\[^_^]// แปลว่า ดีใจครับ </p>   <p>ภาษาใช้ในการสื่อสาร วัฒนธรรมใช้ในการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ อินเทอร์เน็ตคือเทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อมต่อ สุดท้ายเราอาจจะคาดหวังว่าอินเทอร์เน็ตควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโต้ตอบเชิงสังคม และเพื่อการเผยแพร่วัฒนธรรม แต่จนถึงทุกวันนี้ธุรกิจได้ประโยชน์จากเครื่องมือชิ้นนี้มากที่สุดโดยทอดทิ้งสังคมไว้เบื้องหลัง ใช่หรือไม่ แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think? </p>