นโยบายซาอุดี

นโยบายด้านต่างประเทศ
      รักษาความมั่นคงและบทบาทที่สำคัญของซาอุดีฯ ในคาบสมุทรอาระเบีย การที่ซาอุดีฯ ให้ความสำคัญแก่การักษาความมั่นคงนี้ ทำให้ซาอุดีฯ มีนโยบายพึ่งพาตะวันตก มีสนธิสัญญาความร่วมมือทางความมั่นคงกับสหรัฐฯ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพ่อค้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของซาอุดีฯ วิกฤตการณ์อิรัก-คูเวต ยิ่งทำให้ซาอุดีฯ ให้ความสำคัญต่อการพึ่งพิงมหาอำนาจตะวันตกในการป้องกันประเทศมากขึ้น
            ปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มประเทศอาหรับโดยส่วนรวม
            เสริมสร้างความเป็นผู้นำโลกมุสลิม โดยใช้ความความช่วยเหลือทางการเงินเป็นวิธีการสำคัญ ดังจะเห็นได้จากการให้ความช่วยเหลือแกบอสเนีย การสนับสนุนทางการเงินแก่ปาเลสไตน์เป็นต้น
            ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในกรอบคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งมีซาอุดีฯ เป็นประเทศผู้นำ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและความมั่นคงของกลุ่ม GCC
           วิกฤตการณ์อิรัก-คูเวต ทำให้ซาอุดีฯ เล็งเห็นความสำคัญของการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศโลกที่สาม ซึ่งให้การสนับสนุนการดำเนินการของพันธมิตรในการต่อต้านการยึดครองคูเวตของอิรัก นอกจากนี้ ซาอุดีฯ ยังเห็นความสำคัญของสหประชาชาติมากขึ้น และได้พยายามมีบทบาทมากขึ้นในเวทีสหประชาชาติ อาทิ การสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อปี  2534 เป็นต้น
             สำหรับในเรื่องที่เกี่ยวกับความขัดแย้งอาหรับ-อิสราเอลนั้น ซาอุดีฯ สนับสนุนการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ โดยซาอุดีฯ สนับสนุนท่าทีของกลุ่มอาหรับที่ให้อิสราเอลถอนตัวอออกจากดินแดนยึดครองรวมทั้งเยรูซาเล็มตะวันออก
           ในด้านเศรษฐกิจนั้น ซาอุดีอารเบีย มีบทบาทสำคัญในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ธนาคารโลก และสถาบันการเงินและความช่วยเหลือด้านการพัฒนาต่างๆ ของอาหรับ ซาอุดีฯ เป็นประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลกและได้ให้ความช่วยเหลือแก่หลายประเทศในตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย (จรัญ  มะลูลีม อ้างถึงใน วัชรินทร์  ยงศิริและคณะ. 2538 : 346 )