
บรรยากาศของการกล่าวต้อนรับโดยท่านนายอำเภอ
กิจกรรมต่อจากนั้นเป็นการแบ่งกลุ่มเป็นรายอำเภอ เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็น ใน 4 ประเด็นคือ
- ระดับความก้าวหน้าในการบูรณาการโครงการวิสาหกิจชุมชน,อาหารปลอดภัย และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ของแต่ละอำเภอ
- ปัญหาและอุปสรรค และการแก้ไขปัญหา จาการทำงานจากข้อ 1
- ข้อเสนอแนะในการทำงานเชิงบูรณาการ และการนำ KM มาปรับใช้ในงานมีอะไรบ้าง
- แนวทางในการพัฒนามันสำปะหลังของแต่ละอำเภอ ให้ได้ผลผลิตไร่ละ 5 ตัน จะทำอย่างไร (หลังจากได้เรียนรู้การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังแล้ว)
โดยให้แต่ละอำเภอแบ่งหน้าที่ให้มีคนนำ-คนบันทึก และคนนำเสนอ

ภาคบ่าย
หลังจากสรุปเนื้อหาในการสัมมนา และผมได้สรุปงานที่ได้นำการจัดการความรู้เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เพื่อนๆ นักส่งเสริมการเกษตรได้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น จะได้มองเห็นทิศทางของการทำงาน และไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหม่ๆ ที่แยกมาทำอีกกิจกรรมหนึ่ง
จากนั้นก็เดินทางไปยังหมู่ที่ 7 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี เพื่อศึกาดูงาน และดูกระบวนการจัดการความรู้เรื่องการปลูกดอกมะลิของชาวบ้าน ซึ่งได้มีการพัฒนาวิธีการตัดแต่งกิ่งดอกมะลิ จนสามารถทำให้ออกดอกได้ตลอดปี
โดยกระบวนการ ลปรร.ของเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกมะลิกลุ่มนี้ ได้ดำเนินการก็คือได้มีการทดลองวิธีการที่จะทำให้ดอกมะลิออกดอกได้ตลอดปี เพราะบางช่วงราคาจะแตกต่างกันมาก ราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 25 บาท จนถึง 1,100 บาท สิ่งที่ตัวแทนของเกษตรกรผู้ปลูกดอกมะลิได้เล่าก็คือ การทดลองเกือบทุกวิธีแต่ก็ไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นการให้ปุ๋ย การใช้สารเคมี
จนมาถึงวิธีการตัดแต่งกิ่ง ซึ่งลูกกลุ่ม ได้นำไปทดลองการตัดแต่งกิ่งดอกมะลิในแปลงของตนเอง แล้วได้นำผลมา ลปรร. กัน จนได้วิธีการตัดแต่งกิ่งที่เหมาะสมสามารถให้มะลิออกดอกและเก็บขายได้ตลอดปี สามารถใช้แรงงานและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ

พี่สาธิต อินทรทัศน์ เกษตรตำบลคุณอำนวยในพื้นที่

บรรยากาศของการเล่าประสบการณ์การ ลปรร.ของกลุ่มฯ

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร แลกเปลี่ยนเรียนกับเกษตรกร

ชมเครื่องคัดดอกมะลิที่เกษตรกรประดิษฐ์ขึ้นเอง

กล่องบรรจุ-ขนส่ง

ดอกมะลิที่ตกเกรดก็นำมาทำดอกมะลิแห้ง


หลังศึกษาดูงานและ ลปรร.แล้ว รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน(เกษตรกรเอื้อเฟื้อ)

บรรยากาศของการสรุปบทเรียน ก่อนแยกย้ายกันกลับ
เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่พอจะสรุปบทเรียนของวันนี้ได้ว่า
- เราได้นำการจัดการความรู้ เข้ามาสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ การ ลปรร. ของนักส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้นักวิชาการฯ ได้ ลปรร.ระหว่างกันเอง
- และได้เห็นกระบวนการจัดการความรู้ของเกษตรกร ที่มีโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
- ได้เห็นบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เป็นกันเอง และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เมื่อนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรได้มาเยี่ยมชม และ ลปรร. ทั้งนักวิชาการส่งเสริมฯ เอง และกับเกษตรกร
- เห็นบรรยากาศของการเล่าประสบการณ์ของเกษตรกรแล้ว พบว่า เกษตรกรเล่าอย่างภาคภูมิใจ และมีความสุข เพราะเป็นความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ และมีใจที่จะแบ่งปัน
- นักส่งเสริมการเกษตรหลายท่านได้สะท้อนมาในช่วงการสรุปบทเรียนว่า ได้เรียนรู้ในการจัดการความรู้เพิ่มมากขึ้น
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 22/05/50
เรียน พี่ชัยพรหนุ่มเมืองร้อยเกาะ