” “แต่ในชั่วเวลาที่เกิดสะดุดนั้นเอง... จิตก็รู้ขึ้นมาว่า...เกือบแล้วไหมล่ะ....เพราะสติไม่อยู่กับการเดินขึ้นบันไดซึ่งเป็นปัจจุบัน กลับไปอยู่กับความคิดเรื่องโครงการที่ยังมาไม่ถึง...ยังไม่ได้ลงมือทำด้วยซ้ำ...ก็เป็นทุกข์ซะแล้ว” “ฉับพลัน...จิตก็คลายจากความกังวล...กลายเป็นปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาแทนที่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”

          ครั้งที่สองที่เราเจอ วัน  เส้นผมของเธอเริ่มร่วง ซึ่งเป็นผลมาจากการฉีดครีโม แต่สีหน้าและแววตาของเธอยังคงสดใส ไม่เหมือนคนที่ ไม่สบายป่วยเป็นมะเร็ง แต่อย่างใด  เธอเล่าให้เราฟังถึงการปฏิบัติธรรมเจริญสติในกิจวัตรประจำวันของเธอทั้งที่บ้านและที่ทำงาน    การที่ไม่ยึดติดกับแบบแผน ทำให้เธอไม่รู้สึกลำบากในการปฏิบัติเลย  เธอรับรู้ถึงความก้าวหน้าของการเจริญสติด้วยตัวเธอเอง  นอกจากนี้เธอได้เล่าอย่างตื่นเต้นถึงการไปนั่งสมาธิเบื้องหน้าพระประธานในโบสถ์แห่งหนึ่ง แล้วมีพลังสายหนึ่งพุ่งลงกลางกระหม่อมของเธอ ทำให้เธอขนลุกซู่และรู้สึกตัวชาเหมือนถูกช็อตด้วยไฟฟ้าเป็นครู่ใหญ่   ผมกับอาจารย์กมลวัลย์ช่วยกันให้ความกระจ่างแก่เธอเกี่ยวกับพลังดังกล่าวว่า ผู้ที่เจริญสติมากๆจะมีประสาทสัมผัสไวกว่าคนธรรมดา(ที่ไม่ได้เจริญสติ)  เวลาเทพ ให้พร (ซึ่งเราเรียกในหมู่ของพวกเราว่า พลังลง  อาจารย์กมลวัลย์จะได้รับบ่อยมาก) ย่อมสามารถสัมผัสหรือรับรู้ได้  จากนั้นเธอได้เล่าให้ฟังถึงอนาคตอันใกล้ของเธอที่จะต้องย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ที่กำแพงเพชรกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น  เราได้แต่แสดงความเป็นห่วง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          เราไปสนทนาธรรมกับ วัน ครั้งที่สาม  เส้นผมของเธอได้ร่วงหมดแล้ว เธอใช้ผ้าโพกศีรษะเอาไว้ตลอดเวลาที่สนทนากัน  การพบกันครั้งนี้ก็เช่นเดิม วันยังคงมีสีหน้าและแววตาที่แจ่มใส แม้ร่างกายจะมีร่องรอยของความเจ็บปวดจากมะเร็งอยู่บ้าง  เธอรู้สึกดีใจกับการมาเยือนของเราเป็นอย่างมาก  เพราะมีเรื่องการปฏิบัติธรรมของเธอที่อยากจะเล่าให้เราฟัง  เธอบอกกับเราว่าเธอรู้(แจ้ง)แล้วว่า การอยู่กับปัจจุบันหมายถึงอะไร?มีความสำคัญเพียงใด?  ผมกับอาจารย์กมลวัลย์มีความรู้สึกดีมากที่เห็นความกระตือรือร้นของ วัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ตั้งแต่ย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ที่กำแพงเพชร หนูรู้สึกเครียดมาก มีความกังวลมาก เพราะมี ๑๐ กว่าโครงการที่ต้องรับผิดชอบดำเนินการให้แล้วเสร็จ  เธอเล่า   รู้สึกแบกทุกข์เอาไว้ตลอดเวลา….เพราะเกรงว่าจะเสร็จไม่ทันกำหนด…  มีอยู่วันหนึ่งเป็นเวลากลางวัน หนูถือถาดอาหารเดินขึ้นบันได  จิตมัวแต่ไปคิดเรื่องโครงการต่างๆ จนเดินสะดุดเกือบตกบันไดแต่ในชั่วเวลาที่เกิดสะดุดนั้นเอง... จิตก็รู้ขึ้นมาว่า...เกือบแล้วไหมล่ะ....เพราะสติไม่อยู่กับการเดินขึ้นบันไดซึ่งเป็นปัจจุบัน   กลับไปอยู่กับความคิดเรื่องโครงการที่ยังมาไม่ถึง...ยังไม่ได้ลงมือทำด้วยซ้ำ...ก็เป็นทุกข์ซะแล้วฉับพลัน...จิตก็คลายจากความกังวล...กลายเป็นปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาแทนที่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา   หนูไม่มีความทุกข์กังวลใจเรื่องงานอีกต่อไปแล้ว  เพราะหนูพยายามอยู่กับปัจจุบัน   ผมกับอาจารย์กมลวัลย์รับฟังเรื่องราวที่ วัน เล่าให้เราฟังอย่างมีความสุข และชื่นชมกับการ รู้แจ้ง ในคำว่า อยู่กับปัจจุบัน ของเธอ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">           ปัจจุบัน วัน ได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบ เหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดีงามให้เราระลึกถึง</p>          วัน มิเพียง เห็นโลงศพแล้ว มิหลั่งน้ำตา  แต่ ลมหายใจสุดท้ายของเธอ หมดลงในขณะที่ใบหน้าของเธอยังฉาบด้วย รอยยิ้ม