คนเราเกิดมาย่อมมีความไม่เท่าเทียมกันเป็นธรรมดา เนื่องจากว่าตัวเรานั้นก่อกรรมทำเหตุมาไม่เท่ากัน แต่ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ จะลำบากยากจน ร่ำรวยมั่งมีเงินทอง ร่างกายพิการ เป็นคนที่เจ็บป่วยไข้เป็นประจำ หรือบางคนไม่เจ็บป่วยเลยร่างกายแข็งแรงดี บางคนเรียนได้มีโอกาสเรียนจบสูงๆ ขณะที่บางคนไม่ได้เรียนหนังสือ บางคนมีเกียรติยศมีชื่อเสียง หรือเราเป็นเพียงบุคคลธรรมดา แต่ทุกอย่างก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือการเป็นคนดี
การเป็นคนดี เป็นได้สองอย่าง อย่างแรก คือการที่เราทำตัวเราให้ดี มีประโยชน์ มีคุณค่า ขัดเกลาพัฒนาจิตใจ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา
อย่างที่ สอง การคิดถึงผู้อื่นเป็นหัวใจของการเป็นคนดี มีน้ำใจ เป็นความดีที่สามารถทำได้ง่ายกว่า และควรมีในใจของคนทุกคน และสมารถฝึกฝนตนเองได้
ความดีนี้เริ่มมาจากการมี เมตตา กรุณา
เมตตา คือ ปราถนาให้ผู้อื่นมีความสุข
กรุณา คือ ความสงสารคิดจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
หากมีคนคิดร้ายให้ทำการ แผ่เมตตาจิต คือการไม่โกรธตอบและให้อภัย
ความมีเมตตาคือการมีรักแท้ รักอื่นใดก็ไม่สามารถมาเทียบได้ เพราะรักอื่นนั้นเจือปนด้วยความต้องการของตนเอง
เมื่อเรามีความเมตตา การมีมุทิตา ก็จะตามมา คือการพลอยยินดีกับผู้อื่น การไม่อิจฉา เพราะเขาทำมาแต่เราไม่ทำมาก็เลยได้ไปและยังไม่ถึงเวลาของเราที่จะมี ถ้าเราทำดีอีกหน่อยเราก็จะมี อย่าอยู่เพื่อตัวเองอย่างเดียว จงอยู่เพื่อผู้อื่นบ้าง
หากโลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ทั้งปวง เราไม่สามารถช่วยคนอื่นได้ เราต้องมีอุเบกขาด้วย คือการวางตัวเป็นกลาง เป็นการปล่อยวาง ไม่ต้องไปแซกแซงทุกเรื่อง ไม่ต้องไปยุ่งทุกเรื่องบางอย่างก็เป็นกฏแห่งกรรม เราเองก็ไปฝืนไม่ได้
ทำได้ไม่อยากใช่ไหม เพียงแต่ทุกคนปราถนาให้ทุกคนเป็นสุข พ้นจากความทุกข์เท่านั้น ก็เป็นคนดีแล้ว