ทำไมหลายคนถึงกลัวเอดส์
- หลายวันมานี้มีโอกาสได้พูดคุยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคเอดส์อยู่หลายประเด็นที่ทำให้รู้สึกว่ามีเรื่องราวอีกมากมายหลายอย่างสามารถนำมาพัฒนาได้ ทุกเรื่องท้าทายความพยายามและความอดทน
- เรื่องที่ดูเหมือนง่าย ๆ เป็นธรรมดาสำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องการป้องกันการติดเชื้อเอช ไอ วี คือ การติดต่อทางน้ำลาย น้ำมูก น้ำตา นั้นเป็นช่องทางที่มีโอกาสเสี่ยงน้อยมาก
- แต่จากการพูดคุยในกลุ่มการให้คำปรึกษาหลังการตรวจเลือด กรณีผลปกติกับหญิงตั้งครรภ์และสามีวันนี้ สมาชิกกลุ่มตั้งคำถามว่า "ในโรงงานมีคนงานสองคนสามีภรรยาเป็นโรคนี้ทั้งคู่ ตอนนี้ตามตัวมีผื่น ป่วยบ่อย เค้าทำอาหารให้ทุกคนกิน ถ้าเค้าถูกมีดบาดมือแล้วเลือดหยดลงไปในอาหาร คนอื่นจะติดมั๊ย" สมาชิกกลุ่มทุกคนให้ความเห็นว่าไม่ติด ผู้นำกลุ่มก็เพิ่มความรู้เรื่องหลักการพิจารณาโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อ
- แล้วตามด้วยการสำรวจความรู้สึก ผู้ถามสีหน้าดีขึ้น ยิ้มแย้ม และบอกว่าจะรีบไปบอกทุกคน เพราะกลัวกันมาก แต่สมาชิกคนอื่นกลับมีท่าทางไม่มีความสุข บางคนเบือนหน้าหนี ทุกคนตอบว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้คงกลัวเหมือนกัน
- ช่วงบ่ายเข้าประชุมเรื่องการจัดอบรมฟื้นฟูการให้คำปรึกษาโรคเอดส์ ผ.อ.ศุนย์ฯ พูดว่าการให้คำปรึกษายังต้องการการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลด Stigma และ Discrimination ฟังแล้วเห็นด้วยค่ะ แต่แอบถอนหายใจเบา ๆ เฮ้อ..ยากมากค่ะ
- กลางคืนดูข่าวท่าน รมต.สธ.ให้สัมภาษณ์ในโอกาสที่ท่านได้เป็นประธานกรรมการบริหาร UNAIDS ก็โอ้โห...ปลื้มแทนคนไทยที่ติดเชื้อเอช ไอ วี ว่าน่าจะได้รับโอกาสการช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น
- ในข่าวมีภาพของพยาบาลท่านหนึ่งจับสัมผัสผู้ติดเชื้อที่มีผื่นเต็มตัวให้ยืดเหยียดแขนขาด้วยมือเปล่า ทำให้คิดถึงสมาชิกในกลุ่ม รวมถึง การได้ทบทวนความรู้สึกที่ต้องถามตัวเองว่า เรายังไม่มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยเอดส์เลย
- ถ้ามี.......แล้วจริง ๆ เรากลัวเอดส์หรือเปล่า ?
DAENG...D
อยู่ที่พร้าวมีเยอะเลยค่ะพี่ อยู่กันเป็นชมรมเลย เจอกันตั้งแต่ตุ่มเต็มตัวจนได้ยาแล้วดีขึ้นผุดผ่องอะค่ะ ถ้าไม่โดน S/E จากยาหรือว่า OI ที่รุนแรงกันไปก่อนหน่ะก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมากของคนไข้กลุ่มนี้
อยากถามเรื่องให้คำปรึกษาเอดส์ก่อนเจาะเลือดเราสามารถให้ผู้ป่วยฟังผลทันทีเลยมั้ยหรือในกระบวนการให้คำปรึกษาต้องรอให้เตรียมความพร้อมด้านจิตใจก่อนค่ะ