จินตนาการกับการเรียนภาษา ประเด็นในวันนี้สืบเนื่องมาจากการนั่งทบทวนเกี่ยวกับวิธีการเรียนภาษาอังกฤษของตนเอง แม้ผู้เขียนจะไม่ได้เป็นถึงระดับผู้เชียวชาญด้านภาษาอังกฤษ แต่ก็ต้องการที่จะบันทึกให้ผู้ที่สนใจได้เก็บเกี่ยวและแลกเปลี่ยนนะครับ เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อสมองทำงาน ก็ได้บันทึกกลิ่นอายของความเป็นท้องไร่ท้องนา มีและใช้ชีวิตที่ไม่เคยห่างจากท้องไร่ท้องนามาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อต้องสอบเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ด้วยความคาดหวัง ค่านิยม หรือด้วยอะไรก็ตามแต่ ชีวิตน้อย ๆ อีกหนึ่งชีวิตของลูกชาวนา ก็ต้องมีอันพลัดพรากจากท้องไร่ท้องนาไป ด้วยคำพูดที่ใคร ๆ ก็พูดกันโดยไม่เคยมีใครได้มีโอกาสสัมผัสกับความจริงที่ว่า “เพื่ออนาคต”(เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไปไม่เคยไปถึง) หากแต่ด้วยสัญชาติญาณของความเป็นลูกชาวนาแล้ว เมื่อได้ก็ตามที่มีโอกาสได้กลับเยี่ยมบ้าน ผู้เขียนก็มักจะวิ่งไปที่ต้นมะขามต้นนั้นตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับเหล่านก หนู ปู ปลา และอื่นๆ อีกมากมายที่ท้องนา ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอันใดเพราะ เมื่อใดที่เครียดจากการเรียน ได้กลับไปนอนลงบนผืนดินผืนหญ้า ทำให้มีกำลังวังชากลับมาอย่างบอกไม่ถูกจนถึงทุกวันนี้ แม้หน้าที่การงาน และโอกาสไม่เอื้ออำนวย หากแต่มีโอกาสได้แค่เพียงนึกถึงก็ทำให้เราเป็นสุขใจได้แล้ว ครับที่เล่ามาทั้งหมด ผู้เขียนกำลังจะบอกว่าลักษณะของผู้ที่น่าจะเรียนภาษาได้ดี คือเป็นบุคคลที่มีจินตนาการที่ล้นเหลือ สามารถอธิบายความรู้สึก โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นนามธรรมได้อย่างละเอียด สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของความรู้สึกของผู้คน หรือจะเรียกว่าเป็นบุคคลที่ไวต่อความรู้สึก (sensitive) ไวต่อการเปลี่ยนแปลทั้งรูปธรรมและนามธรรม โดยผู้เขียนมีความเชื่ออย่างยิ่งว่าทุกคนมีสิ่งนี้ครับ เพียงแต่เราจะค้นให้พบแล้วนำมาฝึก และพัฒนามากน้อยเพียงใด ในสมัยที่เรียนอาจารย์ท่านบอกกับผู้เขียนว่าเราต้องสร้างอารมณ์ครับ (build) โดยเฉพาะวิชาวรรณกรรม (Prose and Poetry) ผู้เขียนและเพื่อนต้องนึก จินตนาการตามครับ ในช่วงเริ่มต้นของการเรียนยังนึกขำตัวเองเหมือนกันครับ ว่าเรามาทำอะไรนะ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็สนุกครับ โดยสิ่งที่มีอยู่ในตัวเราอาจารย์ก็ดึงออกมาให้และได้รับการฝึกฝนครับ ผู้เขียนพยายามจะยืนยันครับว่าเราสามารถที่จะพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าจินตนาการได้ แต่มาถึงตรงนี้เราต้องขอคำปรึกษากับผู้รู้เกี่ยวกับจินตนาการแล้วละครับ ว่าตามหลักวิชาการแล้ว จินตนาการเกี่ยวข้องกับการเรียนภาษาจริงหรือไม่ อย่างไร ประโยชน์และโทษของจินตนาการเป็นเช่นใดบ้างครับ จะอย่างไรตาม โดยความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ จินตนาการทำให้ผู้เขียนได้นั่งคุยกับจำปา โดยที่อ้ายพิณไม่สามารถตามมาได้ทันในตอนจบของเพลงรักริมฝั่งของ(ละครทีวีที่ช่วยฝึกการสร้างจินตนาการหรือไม่ครับ) เนื่องจากผู้เขียนได้เปลี่ยนตัวเองเป็นอ้ายกีตาร์แทนอ้ายพิณ และจำปาก็เลือกที่จะคบกับอ้ายกีต้าร์ ต้องขอบคุณจินตนาการครับ และด้วยจินตนาการเช่นกันที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ว่าผู้เขียนก็กำลังอ่านบทกวีอยู่ข้าง ๆ นั่นไงครับ จินตนาการ
ขอบคุณจินตนาการ
คุณลักษณะของผู้มีแนวโน้มจะเรียนภาษาได้ดี
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
สุปราณี (แกบ) จริยะพร · 21 พ.ค. 2550
ครูเชน · 21 พ.ค. 2550
WANIDA · 21 พ.ค. 2550
นาย ชลอ เอี่ยมสอาด · 21 พ.ค. 2550
paew · 21 พ.ค. 2550
Dek Doi · 21 พ.ค. 2550
รศ.ดร. เพชรากร หาญพานิชย์ · 21 พ.ค. 2550
แวะเข้ามาเยี่ยมครับ
จินตนาการ เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับจินตภาพ คือ การสร้างภาพในสมอง หรือนึกคิดเป็นภาพ จึงเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นทักษะเบื้องต้นของความคิดสร้างสรรค์ก็น่าจะได้
แวะไปที่
pioneer.chula.ac.th/~yongyudh/papers/imagin.htm
ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงครับ นับเป็นบุญของผู้เขียนครับ ที่ได้มีโอกาสรับข้อมูลพร้อมแหล่งความรู้ และการแวะเข้ามาเยี่ยมครับ ขอบคุณครับ